กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ดูบทความทั้งหมด

กรรมการบริหาร บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)

4 มีนาคม 2562
2,164

กลยุทธ์การลงทุนเดือนมีนาคม

พบกันอีกครั้ง เพื่อมาคุยกัน เรื่องกลยุทธ์การลงทุนในเดือนมีนาคม เพื่อให้ทราบว่า ท่านนักลงทุน ต้องเตรียมกำหนดกลยุทธ์ อะไรกันบ้างในเดือนนี้

ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นเปิดที่ 1,644 จุด ไปทำจุดสูงสุดที่ 1,674 จุด มีจุดต่ำสุดที่ 1,632 จุด และสุดท้ายก็ปิดที่ 1,653 จุด เห็นได้ว่า ตลาดหุ้นในเดือนที่ผ่านมา น่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับนักลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว

สำหรับกำไรปกติที่ประกาศแล้วเกือบครบที่ FSS coverage -30% Q-Q ,-23% Y-Y เป็น 1.44 แสนลบ.ใน 4Q18 ทำให้กำไรปกติทั้งปี -1% Y-Y ใกล้เคียงตลาดคาดที่ -2% Y-Y หลัก ๆ มาจาก Stock loss ของโรงกลั่นและปิโตรเคมี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน หากตัดกลุ่มนี้ออกไป กำไรปกติทั้งปี +4.6% Y-Y กลุ่มกำไรโตดี ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า อสังหา ฯ ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มเสาเข็ม

ในปี 2019 คาดกำไร บจ.กลับมาโต 11% ปัจจุบัน SET มี Forward PE 14.3 เท่า อยู่ระดับกลาง ๆ เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน และคิดเป็น PEG 1.3x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เรายังคงเป้า SET สิ้นปีที่ 1,800 จุด +8% จากระดับปัจจุบัน

เดือนมีนาคมเป็นเดือนที่มีการเลือกตั้ง ปกติตลาดหุ้นจะปรับขึ้นก่อนการเลือกตั้ง และปรับลงหลังเลือกตั้ง นักลงทุนต้องตามดูว่าหลังเลือกตั้งการเมืองมีเสถียรภาพหรือไม่ เพราะถ้าการเมืองมีเสถียรภาพ คาดว่าจะมีเงินทุนไหลเข้าบ้านเราได้

สำหรับหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลดีจากการเลือกตั้ง ได้แก่ 1.กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง 2.กลุ่มค้าปลีก 3.กลุ่มมีเดียโฆษณา 4.กลุ่มธนาคารและการเงิน 5.กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม อยากชี้ให้เห็นว่า กลุ่มค้าปลีกเป็นกลุ่มเดียวที่มักจะปรับตัวขึ้นภายหลังการเลือกตั้งได้ยาวต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน ในขณะที่กลุ่มอื่น ๆ มักมีแรงขายทำกำไรในช่วงเดือนที่ 2 หลังเลือกตั้ง และหลังจากนั้นจะเคลื่อนไหวไปตามปัจจัยพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัว

ในเรื่องของสงครามการค้าระหว่าง สหรัฐ ฯ – จีน เห็นแนวโน้มที่ดีมากขึ้น ดูแล้วทั้งสองฝ่ายมีความพยายามในการเจรจาเพื่อลดผลกระทบของทั้งสองประเทศ

ความเสี่ยงที่ต้องตามอีกเรื่อง คือ Brexit ซึ่งดูแล้วการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษน่าจะเป็นแบบ No deal Brexit ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจของอังกฤษอย่างรุนแรง และอาจมีผลต่อเนื่องไปยังประเทศอื่นในยุโรปอีกด้วย

ด้านเศรษฐกิจโลกดูแล้วน่าจะชะลอตัว ยกตัวอย่าง สหรัฐ ฯ การขยายตัวน่าจะไม่เกิน 3 % เท่าปีก่อน เพราะถูกผลกระทบจากการ Shutdown ของหน่วยงานรัฐกว่า 30 วัน แต่ข้อดีที่มีต่อตลาดหุ้นก็คือ เมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว Fed มีความจำเป็นน้อยลงที่จะขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับการซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุน เดือนกุมภาพันธ์ 2562 นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 3,410.16 ล้านบาท สถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 16,731.89 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ ซื้อสุทธิ 5,249.65 ล้านบาท และรายย่อย ขายสุทธิ 18,571.38 ล้านบาท

ต้องตามแรงซื้อจากต่างชาติด้วยว่า ยังมีกระแสเงินไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าต่างชาติยังซื้อต่อ ตลาดหุ้นในเดือนนี้ก็ยังขยับขึ้นต่อไปได้

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในเดือนมีนาคมนี้ คาดว่า จะแกว่งตัว Sideways ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ถ้าดัชนียังสามารถยืนเหนือ 1,635 จุดได้ ซึ่งถือเป็นแนวเส้นต้นทุนค่าเฉลี่ยและเป็นฐานแนวรับสำคัญระยะสั้น ดัชนีมีโอกาศขึ้นไปทดสอบที่แนวต้านสำคัญที่ 1,700 จุด ดังนั้นถ้าตลาดหุ้นมีการปรับตัว ให้เข้าลงทุนตามแนวรับของหุ้นนั้น ๆ ส่วนนักลงทุนที่ติดหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน ให้ถือต่อเพราะมองว่าดัชนีหุ้นยังเดินหน้าต่อไปได้ที่เป้าหมายดัชนีปีนี้ที่ 1,800 จุด

ในเดือนนี้ตลาดหุ้นมีแนวรับอยู่ที่ 1,635 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,700 จุด

ก่อนจากกันเช่นทุกครั้ง ต้องบอกกันว่า การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง พบกันใหม่เดือนหน้า สวัสดีครับ



ดูบทความทั้งหมดของ กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

แชร์ข่าว :