ไพบูลย์ นลินทรางกูร

ดูบทความทั้งหมด

The Fundamental View ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้

17 ตุลาคม 2561
7,831

แผนงานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ปี 2561-2562

เมื่อวันพุธที่แล้ว (10 ตุลาคม 2561) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้จัดงานแถลงข่าวแผนงานประจำปี 2561-2562 ต่อสื่อมวลชน

ผมขอนำมาสรุปให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบอีกครั้ง เผื่อท่านไม่ได้ติดตามจากสื่อ

ก่อนอื่น สำหรับท่านที่ไม่ทราบว่า FETCO คือใคร เราคือองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของหน่วยงานหลักในตลาดทุนไทย ซึ่งประกอบไปด้วย ตลาดหลักทรัพย์ฯ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน และ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ในการเสนอความคิดเห็นและให้คำปรึกษาต่อภาครัฐเพื่อการพัฒนาตลาดทุนไทย รวมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนแผนพัฒนาตลาดทุนระหว่างรัฐและเอกชน

แผนดำเนินงานของ FETCO ในปี 2561-2562 ประกอบด้วย 8 แผนงานหลัก ดังนี้

1) ทำงานใกล้ชิดกับภาครัฐให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนโยบายเศรษฐกิจ และนโยบายด้านตลาดเงินตลาดทุนของประเทศ

2) จัดทำยุทธศาสตร์ตลาดทุนไทย เพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายระยะยาว เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์ชาติ ตลาดทุนจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ตลาดทุน​ เพื่อเป็นโรดแมปการพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน และเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนพัฒนาตลาดทุนให้สอดคล้องและบูรณาการกัน เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในตลาดทุน ได้รับรู้ถึงเป้าหมายหลักและร่วมเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน ยุทธศาสตร์ตลาดทุนจะเปรียบเสมือน วิสัยทัศน์ตลาดทุน ในขณะที่แผนพัฒนาตลาดทุน จะเปรียบเสมือน แผนปฏิบัติการ ซึ่งถ้าทำคู่กัน น่าที่จะให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

3) ติดตามและปรับปรุง แผนพัฒนาตลาดทุนไทยฉบับที่ 3 (2560-64) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และสภาวะการณ์ เนื่องจากพัฒนาการทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงช่องทางการระดมทุนและ การลงทุนในรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมายและมีแนวโน้มจะพัฒนาไปเรื่อยๆ แผนพัฒนาตลาดทุนจึงจำเป็นต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และสภาวะการณ์ เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดทุนโลก FETCO จะทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการติดตามและปรับปรุงแผนพัฒนาตลาดทุนไทยให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

4) เพิ่มเม็ดเงินลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดทุนไทย FETCO มีแผนที่จะทำหลายเรื่อง เช่น นำเสนอกองทุนประเภทใหม่เพื่อทดแทนกองทุน LTF ที่จะครบอายุในปลายปี 2562 รวมถึงผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายสำหรับสมาคมการค้า ให้สามารถลงทุนในตลาดทุนได้ และจะร่วมผลักดันให้มีการเร่งผ่านกฎหมายกองทุนบำนาญแห่งชาติ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก ภายในรัฐบาลนี้

5) เพิ่มความหลากหลายของตราสารและผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนให้มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันตราสารที่ได้รับความนิยมและมีสภาพคล่องสูงในตลาดทุนไทย ส่วนใหญ่ยังเป็นประเภททั่วไป (Plain Vanilla) เราจำเป็นต้องเพิ่มความหลากหลายของตราสาร เพื่อรองรับการระดมทุนที่กว้างขึ้น เช่น High Yield Bonds และต้องสร้างสภาพคล่องให้กับตราสารที่มีโอกาสเติบโตสูง เช่น ETF

6) สร้างนักวิเคราะห์การลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพของตลาดทุน ปัจจัยสำคัญในการเพิ่มคุณภาพของตลาดทุน คือการเพิ่มคุณภาพของงานวิเคราะห์ และ ความหลากหลายของงานวิจัย เพราะจะทำให้ราคาหลักทรัพย์ในตลาดทุนเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐาน มากกว่าปัจจัยด้านเทคนิค หรือสถิติ ปัจจุบันอัตราค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เริ่มส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ผลิตงานวิเคราะห์น้อยลง ล่าสุดจำนวนบริษัทที่มีการติดตามโดยนักวิเคราะห์มีเพียง 276 จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 757 บริษัท FETCO จะผลักดันให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลาง Investment Analyst Academy เพื่อสร้างนักวิเคราะห์รุ่นใหม่ เพิ่มจำนวนและความหลากหลายของบทวิเคราะห์ และ ผลิตงานวิเคราะห์ที่ได้มาตรฐานสากล

7) สนับสนุนสมาชิกให้ความรู้ด้านการลงทุนขั้นพื้นฐาน (Investment Literacy) แก่ประชาชนทั่วไป

8) สนับสนุนสมาชิกในการพัฒนากลไกการทำงานและการนำนวัตกรรมมาใช้ในตลาดทุน เช่น ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคสำหรับบริษัทจดทะเบียน และการทำธุรกรรมในตลาดทุน หรือ การกำหนดมาตรฐานทางเทคโนโลยีร่วมกันสำหรับ Platform ของบริการที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการระดมทุนและการลงทุน

แผนงานหลักทั้ง 8 ข้อนี้ ถ้าทำสำเร็จน่าที่จะช่วยยกระดับตลาดทุนไทยไปสู่เป้าหมายหลักที่ทุกคนอยากเห็น นั่นก็คือการเป็นตลาดทุนระดับภูมิภาค ที่พร้อมรองรับการระดมทุนจากทุกชาติในภูมิภาคอาเซียน และเป็นแหล่งลงทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนของคนไทยและของนักลงทุนทั่วโลก

ดูบทความทั้งหมดของ ไพบูลย์ นลินทรางกูร

แชร์ข่าว :
Tags: