สุกัญญา หาญตระกูล

ดูบทความทั้งหมด

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "ร้อยแปด วิถีทัศน์"

7 กันยายน 2560
1,138

ทำไมน้ำในหู‘คุณปูและคุณปลา’จึงไม่เท่ากัน

4 วันก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว 25 สิงหาคม 2560

21 สิงหาคม มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง เอ็มเพาเวอร์ทำงานพิทักษ์สิทธิหญิงบริการมานานกว่า 30 ปี ได้ออกแถลงการณ์ที่พนักงานบริการได้ทวงถามให้รัฐบาลปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ( CEDAW) ที่รัฐบาลไทยได้ภาคยานุวัติแล้ว สืบเนื่องจากเหตุการณ์กลางดึกคืนวันที่ 19 สิงหาคม 2560 กำลังเจ้าหน้าที่ อส. ตำรวจ ทหารกว่า 50 นาย ได้เข้าจับกุมหญิงสาว 22 คน ที่โรงแรมศรีสุข จ.นนทบุรี อย่างเป็นปฏิบัติการล่อซื้อก่อนมีการจับกุม

แถลงการณ์ฉบับนี้ค่อนข้างยาวเพราะได้ลำดับปัญหาการล่อซื้อพนักงานบริการที่มีมานานในบ้านเรา ที่สำคัญคือได้รายงานความก้าวหน้าครั้งล่าสุดในการแก้ไขปัญหานี้จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันอีกเมื่อบุกเข้าจับกุมหญิงสาว 22 คนครั้งนี้ นำความสับสนและผิดหวังอย่างยิ่งมาให้แก่สมาชิกของมูลนิธิฯที่เพิ่งจะได้แสดงความดีอกดีใจไปกับสาธารณชนเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้นเกี่ยวกับความก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งในหลักการเรื่องปฏิบัติการล่อซื้อในไทย

ก็เพิ่งจะเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมนี้เองที่น.ส.ไหม จันตา ตัวแทนจากมูลนิธิฯ ได้ร่วมแถลงข่าวที่สถานทูตเนเธอร์แลนด์ แถลงว่าสมาชิกของมูลนิธิฯและหญิงอื่นในอาชีพบริการจะได้เริ่มเข้าถึงความยุติธรรมของกฎหมายในสังคมเสียทีในเรื่องปฏิบัติการล่อซื้อ เธอได้แสดงความโล่งใจที่พนักงานบริการในประเทศไทยได้รู้ว่าทั้งคณะกรรมการ CEDAW และรัฐบาลไทยยืนยันในหลักการเดียวกันว่าจะไม่มีปฏิบัติการล่อซื้อ

น.ส.ไหม กล่าวในวันนั้นว่า “ ไม่ว่าการค้าประเวณีจะมีความผิดหรือไม่ก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือใครจะสามารถกระทำการหรือเลือกปฏิบัติกับพนักงานบริการยังไงก็ได้ เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เราเป็นผู้หญิงที่ทำงาน เราเป็นแม่และเป็นหัวหน้าครอบครัว เราสมควรได้รับสิทธิที่จะได้ความคุ้มครองตามกระบวนของกฎหมายอย่างเป็นธรรม เราต้องได้รับการปฏิบัติโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

แถลงการณ์ฯอ้างถึงประมวลกฎหมายที่ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ.2477 มาตรา 226 ที่ระบุว่า พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคลซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่าจำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์ให้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องเป็นพยานที่มิได้เกิดจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น

ได้เน้นย้ำว่า การล่อซื้อพนักงานบริการเป็นประเด็นห่วงใยด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมานาน ล่าสุดที่มูลนิธิฯได้ขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติต่อพยานและเหยื่อจากการล่อซื้อก็คือการบุกทลายสถานประกอบการนาตารี ในปีที่ผ่านมา

แน่นอนว่าเหตุการณ์บุกจับกุมหญิงสาว 22 คนครั้งนี้ มูลนิธิฯรู้สึกสับสนและผิดหวังอย่างยิ่งเพราะได้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่คณะผู้แทนรัฐบาลไทย 31 ท่าน ได้เดินทางไปกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ( นำโดยรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยเมื่อมีการถามเรื่องการล่อซื้อและบุกทลาย ตัวแทนรัฐบาลไทยได้ตอบการซักถามในวันที่ 5 กรกฎาคม นำโดยพล.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบช.สยศ.ตร.) ตอบคำถามของคณะกรรมการ CEDAW ยืนยันว่า

เรื่องกรณีล่อซื้อปฏิบัติการนี้ เราใคร่ขอยืนยันให้ความมั่นใจว่าคณะกรรมการฝ่ายยุทธการตำรวจไม่เคยมีนโยบายปฏิบัติการเช่นนี้เลยและไม่สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้วิธีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยยินดีรับฟังข้อมูลหรือการร้องเรียนจากทุกๆคนเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องและพร้อมเสมอที่จะทำการสอบสวนเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่เหล่านั้น"

โดยในรายงานข้อสรุปและข้อสังเกตจากการรายงานของรัฐบาลไทยครั้งนี้ของคณะกรรมการ CEDAW ยังได้มีข้อเสนอแนะอันสืบเนื่องจากการใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐว่า

“ ข้อ  26. ...คณะกรรมการยังมีข้อสังเกตด้วยความกังวลว่าพนักงานบริการหญิงมักถูกสันนิษฐานว่ากระทำความผิดฐานค้าประเวณีตามพระราชบัญญัตินี้และถูกจับกุมและปฏิบัติต่ออย่างดูหมิ่นในการใช้กำลังรุนแรงบุกเข้าตรวจค้นสถานบริการและตกเป็นเป้าการล่อซื้อของตำรวจ คณะกรรมการยังกังวลอีกกับรายงานที่ว่ามีเจ้าหน้าที่ร่วมมือกับการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากผู้หญิง...”

ข้อ 27.คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะต่อรัฐไทย...

(d) ยุติการใช้กำลังรุนแรงในการตรวจค้นสถานบริการโดยยุติการล่อซื้อและการรีดไถทันที ให้นำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการกระทำเหล่านั้นมาลงโทษ

( f  ) ประกันว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายแรงงานและสวัสดิการสังคมกับสถานบันเทิงทุกแห่งโดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่เป็นพนักงานของสถานบริการที่จดทะเบียนตามกฎหมาย"

การทวงถามให้รัฐบาลปฏิบัติตามอนุสัญญา CEDAW ควรได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง ชะตากรรมของหญิงสาว 22 คนที่ถูกจับกุมโดยปฏิบัติการล่อซื้อสมควรเผยแพร่ให้ถึงหูของคนในสังคมอย่างกว้างขวางเพื่อช่วยตรวจสอบให้เกิดความยุติธรรมตามหลักการไม่ใช้การล่อซื้อดังที่รัฐบาลได้แสดงจุดยืนไว้

ในการนี้ บรรดานักวิชาการนักสิทธิการเมืองนักสิทธิมนุษยชนนักสิทธิสตรีทั้งหลาย เมื่อได้พิทักษ์ปกป้องหูคุณปีผู้มากด้วยบารมีและสถานภาพอันทรงเกียรติจนพอใจแล้ว

ได้โปรดหันมาผนึกกำลังช่วยพิทักษ์ปกป้องหูคุณปลาหญิงธรรมดาสามัญพนักงานบริการด้วยเถิดเพราะแถลงการณ์ฯของพวกเธอแทบจะไม่มีหูใครได้ยิน พวกเธอมีเพียงนาผืนน้อยของตนไว้ทำประโยชน์ ไม่เคยได้สิทธิไปทำความเสียหายบนนาของคนอื่นเป็นล้านๆไร่ด้วยบารมีระดับประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ

สังคมไทยมันจะเพี้ยนไปถึงไหน เห็นเรื่องหูคุณปีถูกละเมิดในบทกวีสำคัญยิ่งกว่าเรื่องหูคุณปลาพนักงานบริการถูกละเมิดสิทธิในสถานที่ทำงาน

(ตอนต่อไป: ทฤษฎีสตรีนิยมว่าด้วยอวัยวะหูของเพศหญิง)

ดูบทความทั้งหมดของ สุกัญญา หาญตระกูล

แชร์ข่าว :