คอลัมนิสต์

ทรัมป์จะทำโลกร้อน ยิ่งขึ้นไหม

ปรากฏการณ์ทรัมป์ที่ทำให้ต้องคิด : ข้อตกลงทางการค้า TPP ที่สหรัฐเคยผลักดันในอตีตถูกชาวโลกโดยเฉพาะ NGO

 มองว่าเป็นการเอาเปรียบ แต่ทรัมป์กลับมองว่าสหรัฐเองที่เสียเปรียบ เพราะขาดดุลจากประเทศอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่าเข้ามาชิงตลาดในสหรัฐ คนอเมริกันตกงาน ธุรกิจปิดตัวหรือทรุดโทรม เขาจึงหาเสียงว่าจะถอนตัวจาก TPP

ทำนองเดียวกันก็หาเสียงว่าจะออกจากข้อตกลงลดโลกร้อนที่กรุงปารีส เพราะสหรัฐเสียเปรียบ โดยเขาเชื่อว่าปัญหาโลกร้อนเป็นข่าวลวงโลก ทรัมป์ได้ทำจริงเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยบอกว่ายังจะเข้าร่วมหากได้เงื่อนไขใหม่ที่ “เป็นธรรม”

มีเสียงประนามกึกก้องจากผู้นำหลายประเทศ เยอรมัน-ฝรั่งเศส-อิตาลีออกแถลงการณ์ร่วมว่า ข้อตกลงปารีสไม่สามารถจะเจรจาใหม่ได้เพราะเป็นเครื่องมือสำหรับการอยู่รอดของโลกใบนี้ พร้อมสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นี้

การถอนตัวของสหรัฐจะมีผลเสียต่อโลก แต่ไม่มากอย่างที่หลายคนกลัว ทรัมป์อาจต้องการปกป้องธุรกิจฟอสซิลภายในประเทศ แต่จะสำเร็จไหม? และจะสร้างผลกระทบอะไร?

น่าสังเกตว่าแม้สหรัฐอเมริกาซึ่งเคยเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับ ของโลก มิได้ร่วมในสนธิสัญญาเกียวโตปี 1992 แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็มีการลดก๊าซเรือนกระจกพอสมควร โดยส่วนใหญ่มาจากภาคพลังงาน เพราะราคาพลังงานหมุนเวียนลดลงมาก (RE) อีกทั้งเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน (EE) ก็ดีขึ้นมาก โดยทั้งยุโรปและสหรัฐเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี

ข้อตกลงปารีสที่เกิดขึ้นเมื่อธ.ค.2015 หลังจากเตรียมการและเจรจาต่อรองกันมากกว่า 10 ปี มีเงื่อนไขเด่นที่ไม่บังคับเชิงกฎหมายทำให้สหรัฐเข้าร่วมในครั้งนี้ เพราะเป็นข้อตกลงของการมีส่วนร่วมลดโลกร้อนที่แต่ละประเทศเสนอเอง แทบทุกประเทศทั่วโลกจึงเข้ามาร่วม รวมทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน

จีนเคยถูกมองว่าเอาเปรียบประเทศอื่นๆในช่วงสนธิสัญญาเกียวโต เพราะเศรษฐกิจใหญ่มาก เกินดุลไปทั่ว แต่รายได้ประชากรต่ำจึงไม่ถูกบังคับให้ทำอะไร แต่จีนได้พัฒนาตัวเอง ในขณะที่เติบโตแซงหน้าสหรัฐจนปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับ 1 ในโลกเมื่อปี 2006 จีนก็ได้มีความก้าวหน้ามากในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนทั้งการผลิตและอุปกรณ์ผลิตรวมถึงรถไฟฟ้า (EV) และการพัฒนาแบตเตอรรี่ จีนลงทุนในภาคส่วนนี้มากกว่าประเทศอื่นๆในโลก มีแผนเพิ่มกำลังผลิตติดตั้งของพลังงานแสงอาทิตย์ 3 เท่าของในปัจจุบันเป็น 150 GW ภายในทศวรรษนี้

ในสายตาชาวโลกสหรัฐกำลังเห็นแก่ตัวมาก นายหลี่เค่อเฉียงนายกรัฐมนตรีจีนยังยืนยันที่จะทำตามข้อตกลงปารีสและกล่าวว่า “การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกเป็นฉันทามติของโลก” และ “เป็นความรับผิดชอบของนานาชาติ”

ในสายตาชาวอเมริกันจำนวนมากก็เช่นกัน หลายภาคส่วนของสหรัฐ ไม่ว่าธุรกิจเอกชน หรือรัฐบาลระดับรัฐและท้องถิ่นยังจะเดินหน้าตามข้อตกลงปารีสในส่วนของตน ดังกรณีที่นายกเทศมนตรี 61 คนร่วมกันออกแถลงการณ์

แม้หลังประกาศถอนตัวสหรัฐคงจะยังลดก๊าซเรือนกระจกตามข้อตกลงอยู่ดี แต่ผลกระทบอาจเกิดในเรื่องเงิน เพราะมีประเทศด้อยพัฒนาที่ร่วมด้วยหวังเงินช่วยเหลือ สหรัฐเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญ ในช่วงก่อน

โอบามาพ้นตำแหน่ง ปธน. กองทุนภูมิอากาศสีเขียวได้รับเงินจากสหรัฐ 1/3 ของ 3,000 ล้านเหรียญที่สหรัฐเคยสัญญาไว้ แต่ทรัมป์คงจะไม่ส่งเงินที่เหลือ ซึ่งอาจจะมีผลให้ลดโอกาสทางธุรกิจ RE และ EE ของสหรัฐเอง

อย่างไรก็ตามประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากมักจะมีฐานะปานกลางขึ้นไปและแทบไม่มีสิทธิได้รับเงินสนับสนุนนี้ ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น ...จึงเป็นเรื่องของจิตสำนึกและความรับผิดชอบของประชาคมต่างๆ ในโลกที่จะร่วมทำกันต่อไป

แต่การต่อสู้กับภาวะโลกร้อนของมนุษยชาติยังจะได้รับแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจจากต้นทุนพลังงานหมุนเวียนที่ยังคงลดต่ำลงเรื่อยๆ ประเทศไทยได้ยื่นข้อตกลงปารีสที่อยู่ในระดับปลอดภัย ราว 50% ของความเป็นไปได้ในการลดก๊าซเรือนกระจกสำหรับปี 2020 และ60% สำหรับ 2030

แต่ไทยยังทำได้อีก พลังงานเป็น 60% ของสาเหตุการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เราจึงควรติดตามความเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างใกล้ชิดและเป็นกลาง ซึ่งดิฉันจะได้ขยายความในโอกาสต่อไป วันนี้ขอทิ้งท้ายว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลไทยควรเสริมพลังงานหมุนเวียนอย่างกว้างขวางโดยไม่สร้างภาระต่อผู้บริโภค

ส่วนพลังงานฟอสซิลแม้จะยังต้องมีอยู่บ้าง ก็ต้องตระหนักว่าตลาด LNG ในโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว จากตลาดของผู้ผลิตกลายเป็นตลาดของผู้บริโภคที่ราคาต่ำลงมาก มีทั้งตลาดจรและสัญญาระยะยาวที่ราคาดี ไทยจึงควรใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น หากก๊าซทดแทนถ่านหินในพื้นที่และการใช้งานที่เหมาะสมก็จะลดต้นทุนและช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย

กลับไปสหรัฐที่ทรัมป์หวังกอบกู้ธุรกิจเหมืองถ่านหินนั้นคงยาก เพราะสหรัฐเองสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติจากกระบวนการ Fracking ด้วยต้นทุนที่ทำให้ราคาถูกกว่าถ่านหิน จะส่งออกก็ลำบาก การใช้ถ่านหินทั่วโลกลดลง ธนาคารโลกไม่อยากให้กู้ ผู้ลงทุนไม่อยากมีหุ้นบริษัทถ่านหิน

ทรัมป์คิดผิดไหม? ส่งเสริมถ่านหินที่เป็น Sunset Industry แต่ไม่ส่งเสริม RE-EE ที่เป็นอุตสาหกรรมซึ่งจะเติบโตอีกมาก? คงมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้นบ้าง...อย่างไม่น่าเลย!

 ...................................

อานิก อัมระนันท์

ทรัมป์จะทำโลกร้อน ยิ่งขึ้นไหม