สุพรรณี พุฒิพิสุทธิ์

ดูบทความทั้งหมด

จับกระแส

17 พฤษภาคม 2560
1,085

ถึงเวลารายใหญ่ช่วยรายย่อย

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปพูดในงานมหกรรมการเงินครั้งที่ 17

 มีผู้บริหารระดับสูงทุกสถาบันการเงินเข้ารับฟังว่า อยากให้ธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะธนาคารเอกชนปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ ที่ปล่อยแก่ลูกค้ารายย่อยให้ใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ย ที่ธนาคารคิดกับลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งปัจจุบันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยกับรายใหญ่ต่างกันมากถึง 5-6% ต่อปี โดยดอกเบี้ยที่คิดกับลูกค้ารายใหญ่อยู่ที่ประมาณ 1% ต่อปี ขณะที่ดอกเบี้ยที่คิดกับรายย่อย 7-8% ต่อปี

อภิศักดิ์ตั้งคำถามว่า แม้ความเสี่ยงลูกค้าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้คิดดอกเบี้ยต่างกัน แต่ไม่เข้าใจว่าความเสี่ยงรายย่อยมีมากถึงขนาดที่ทำให้คิดดอกเบี้ยที่สูงกว่ารายใหญ่มากขนาดนั้น โดยบอกว่าธนาคารสามารถเก็บดอกเบี้ยตามความเสี่ยงได้ แต่ไม่ควรเก็บถึงขั้นที่เรียกว่า Over Price เมื่อเป็นเช่นนี้ ลูกค้ารายย่อยจะทำธุรกิจสู้กับรายใหญ่ได้อย่างไร

เมื่อครั้งเกิดวิกฤติสถาบันการเงินปี 2540 รัฐบาลได้เข้าไปช่วยเหลือสถาบันการเงินฟื้นตัว จนถึงขณะนี้แข็งแกร่งอยู่ในอันดับต้นๆของโลก โดยรัฐบาลพยายามสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการฟื้นตัว ซึ่งก็ช่วยสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจผ่านการทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ และ สร้างสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูงฉะนั้น สิ่งที่สถาบันการเงินควรทำเป็นการตอบแทนขณะนี้ คือ การเข้าไปช่วยเหลือสังคม ซึ่งสามารถทำได้ผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว จึงขอฝากให้ผู้บริหารธนาคารไปช่วยคิดว่า จะช่วยลดอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยได้หรือไม่

ล่าสุดเมื่อวานนี้(16พ.ค.) 4 ธนาคารพาณิชย์เอกชนขนาดใหญ่ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อยลง 0.50% ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย และ กรุงเทพ ส่วน 2 ธนาคารรัฐที่มีฐานลูกค้ารายย่อยจำนวนมาก ยังไม่มีนโยบายปรับลด ให้เหตุผลว่าอัตราดอกเบี้ยธนาคารรัฐถือว่าต่ำกว่าตลาด และทั้งสองแห่งก็อยู่ระหว่างดำเนินมาตรการลดอัตราดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้ารายย่อยตามนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว ปัจจุบัน ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้กับเงินฝากธนาคารรัฐเฉลี่ยที่ 2.5% ขณะที่ธนาคารเอกชนเฉลี่ยที่ 3.5%

ก่อนหน้านี้ อภิศักดิ์ ได้ไปพูดงานครบรอบ 36 ปี สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ก็บอกว่ารัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจนี้ให้ฟื้นตัว และยังมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะนี้ภาคธุรกิจนี้ก็ถือว่า ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ยังไม่เห็นความร่วมใจภาคธุรกิจนี้ที่จะเข้ามาสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในโครงการบ้านประชารัฐที่รัฐบาลได้ประกาศให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารระยะแรกๆ

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการภาษีโครงการพี่ช่วยน้อง โดยภาคธุรกิจใดที่ให้การส่งเสริมสังคมจะเข้าไปสนับสนุนการลงทุนในชุมชน หรือ ช่วยเหลือภาคธุรกิจตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด ก็สามารถนำวงเงินรายจ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า

อภิศักดิ์พูดเสมอว่า โครงการดังกล่าวเดินหน้าได้เป็นอย่างดี เพราะเชื่อว่า โดยธรรมชาติสังคมไทยเป็นสังคมเอื้อเฟื้อ ซึ่งที่อื่นในโลกไม่มี ถ้าทำได้ จะทำให้สังคมเกิดความเท่าเทียม และแน่นอนว่า วันนี้ 4 ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลูกค้ารายย่อย ถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจรายใหญ่ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือสังคมตามนโยบายรัฐบาลแล้ว

ดูบทความทั้งหมดของ สุพรรณี พุฒิพิสุทธิ์

แชร์ข่าว :
Tags: