คุยให้.... “คิด”

ดูบทความทั้งหมด

ทิวัตถ์ ชุติภัทร์ นักวิชาการอิสระ https://blockdit.com/tiwatfca

5 พฤษภาคม 2560
1,927

6 วิธี หาโอกาสในยาม 'วิกฤติ'

ผมชอบบทความอยู่บทความหนึ่งที่มีชื่อว่า “Six steps to optimize distressed investments”

 ซึ่งแปลตามความได้ว่า “6 วิธี ที่จะหาผลกำไรจากการลงทุนที่อยู่ในวิกฤติ” ที่เขียนโดย คุณ Michael McTaggart, Partner - Corporate Advisory and Restructuring บริษัทที่ปรึกษา PWC ประเทศแคนาดา ที่ผมชอบบทความนี้เป็นเพราะ มันง่ายๆ และสามารถประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ต่างๆที่เราคิดจะลงทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตลาดหุ้น ซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่การซื้อบริษัท โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

หนึ่ง มองหา “สินทรัพย์ที่ตกอยู่ในวิกฤติ”

ขั้นแรกเราคงต้องมองออกไปข้างหน้าเพื่อค้นหาโอกาสในการลงทุนเสียก่อน หลังจากที่เราพบแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ราคามันต้องถูกแสนถูก...จนอยากซื้อมาก แต่หลายๆดีลมีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีวิธีพื้นฐานที่จะพอเช็กได้ว่าราคามันถูกจริงไหม อยู่ด้วยกัน 2-3 วิธีดังนี้ครับ

Financial Analysis การวิเคราะห์การเงินโดยเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นๆที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

Data Analytics การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลทั้งอุตสาหกรรม และดูว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมนั้นยังเจริญต่อไปอีก 5-10 ปีข้างหน้าหรือไม่?

Market Presence แสวงหาคนรู้จักในบริษัทหรือแวดวงที่เราต้องการลงทุนอยู่ ถ้าคนๆนั้นอยู่วงในและสามารถหาให้ข้อมูลแก่คุณได้อย่างจริงใจ

สอง วางกลยุทธ์เพื่อหา...ผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่

ในหัวข้อนี้ มีการวางกลยุทธ์ที่สำคัญอยู่ด้วยกันดังนี้คือ

Fair Value ต้องค้นหา “มูลค่าที่แท้จริง” ของสินทรัพย์นั้นออกมาเสียก่อน วิธีนี้จะเป็นวิธีที่จะทำให้เรามีราคาอ้างอิงในใจก่อนการตัดสินใจจะซื้อ

Scenarios จากนั้นทำการวางแผนการเงินของสินทรัพย์ที่เราจะซื้อ โดยอาจวางแผนง่ายๆตั้งแต่ ดีที่สุด ปานกลาง และแย่ที่สุด ถ้าคุณผู้อ่านต้องการจะเป็นนักลงทุนในยามวิกฤติตัวจริงแล้ว ก็ต้องทดลองทำงบประมาณ กำไร-ขาดทุน แบบแย่ที่สุด ถ้าทำออกมาแล้ว...ยังรอดได้ หรือพอมีกำไรบ้าง จึงค่อยเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง และถ้าไม่รอด...ก็ไม่ต้องไปสนใจกับสินทรัพย์ตัวนั้นๆอีกเลย

สาม ศึกษาอย่างละเอียด (Due Diligence)

หลังจากการทำแบบทดลองการเงิน (Financial Scenario) ในแบบแย่ที่สุดผ่านพ้นไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การศึกษาอย่างละเอียด โดยมีหัวข้อสำคัญๆดังนี้คือ

Comparability เปรียบเทียบสินทรัพย์ที่เราวางแผนจะซื้อ เปรียบเทียบกับสินทรัพย์ที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมว่า ถูกมากๆ หรือถูกที่สุดหรือไม่ อย่าลืมว่า...นักลงทุนประเภทนี้ต้องซื้อสินทรัพย์ได้ในราคาที่ “ถูกมโหฬาร” เท่านั้น

Timing การศึกษาอย่างละเอียดในช่วงเวลานั้นแล้ว หากเวลาเลยผ่านจากช่วงเวลานั้นไปแล้ว...สินทรัพย์บางประเภทจะราคาตก เช่น ราคาที่ดินในปีถัดไปอาจมีราคาตกลงไปอีก เพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับผังเมือง เป็นต้น

Access to Management สำหรับสินทรัพย์ประเภทธุรกิจที่มีคณะผู้บริหารติดมาด้วย คงต้องไปดูว่าคณะผู้บริหารด้วย เช่น ซื่อสัตย์หรือไม่ มีความเก่งพอหรือไม่ หรือในอนาคตคาดว่าจะลาออกไปเมื่อไร

สี่ วางแผนในการเจรจาต่อรองให้ดีที่สุด

สำหรับสินทรัพย์ที่สามารถเจรจาต่อรองได้ ควรมีการวางแผนในการซื้อสินทรัพย์นั้นๆไว้ก่อน ควรจะเริ่มจากรายละเอียดปลีกย่อยให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เช่น เทอมการชำระเงิน จากนั้นจึงค่อยไปตกลงเรื่องราคาท้ายที่สุด ทั้งนี้ การคำนึงถึงคู่แข่งขันในการซื้อจะเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อรอง ถ้ามีคนแย่งกันเยอะ...อาจไม่ได้ราคาที่ถูกจริงๆตามที่หวังไว้ก็เป็นได้

ห้า ปิดดีล...ด้วยความรอบคอบ ในเวลาที่จำกัด

หลังจากที่ได้เจรจาต่อรองจนได้ราคาเป็นที่พึงพอใจแล้ว จากนั้นไปก็เป็นช่วงเวลาที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบดูสินทรัพย์ที่ต้องการซื้อนั้นๆ ว่ายังคงอยู่ในสภาพที่ได้ตกลงกันไว้หรือไม่ สินทรัพย์ประเภทนี้จะเป็นสินค้าที่มักจะมีตำหนิ จึงทำให้มีราคาตกต่ำลงในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น การปิดดีล การรับมอบจึงต้องกระทำอย่างมั่นใจในเวลาที่รวดเร็ว

หก กำกับกระบวนการที่จะเปลี่ยนสินทรัพย์ด้อยค่าให้เป็น...กำไร

หากสินทรัพย์ที่เราซื้อเป็นหุ้นที่อยู่ในตลาดหุ้นหรือเป็นที่ดิน เราก็เพียงแต่รอเวลาให้สินทรัพย์นั้นๆกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง แต่ถ้าหากเป็นอาคารหรือเป็นบริษัท งานนี้คงจะไม่ง่ายนัก การกำกับดูแลให้เป็นไปตามแผน และการเปลี่ยนสินค้าด้อยค่าเหล่านั้นให้กลายมาเป็นกำไร จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่ง และจะต้องมุ่งมั่นทำงานนั้นๆให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้

ดูเหมือนว่า การแสวงหาผลกำไรจากการลงทุนที่อยู่ในวิกฤติ อาจจะเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายและไม่สนุกนัก อย่างไรก็ตาม คนที่ประสบความสำเร็จมักจะมีนิสัยที่จะสนุกกับการแสวงหารายได้จากการลงทุนใหม่ๆ ทำให้นึกถึงคำพูดของ Michael Jordan อดีตนักกีฬาบาสเกตบอลระดับโลก ที่เคยพูดไว้ว่า “In any investment, you expect to have fun and make money.” แปลตามได้ว่า “การลงทุนใดๆก็ตาม คุณต้องหวังที่จะสนุกกับการหาเงินกับมัน”

หาอ่านบทความ และความรู้ด้านการลงทุนของผู้เขียนได้เพิ่มเติมได้ที่ www.doctorwe.com

ดูบทความทั้งหมดของ คุยให้.... “คิด”

แชร์ข่าว :
Tags: