คอลัมนิสต์

วาระแห่งชาติ : การจัดระเบียบการเล่นสงกรานต์

เทศกาลปีใหม่ไทยหรือวันมหาสงกรานต์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และแทนที่จะเป็นช่วงแห่งการเฉลิมฉลอง หรือการรวมตัวของสมาชิกในวันครอบครัว

ให้มีความสุข กับกลายเทศกาลแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ประจำปี ที่ในแต่ละปีจะมีอุบัติเหตุที่มีผู้คนบาดเจ็บ และพิการจำนวนมาก แม้ในปีนี้จะปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิต 390 คน ที่แม้จะมีจำนวนน้อยลงกว่าปีก่อนหน้าแต่จำนวนอุบัติเหตูกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีหรือดีใจเลย เพราะเป็นความสูญเสียชีวิตที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่งสิ่งที่น่าจะหลีกเลี่ยงได้หรือไม่ควรจะเกิดขึ้น แม้จะอ้างว่าเป็นมีจำนวนรถและจำนวนคนเดินทางมากในแต่ละปี

สาเหตุการเสียชีวิตลำดับแรกคือ เมาแล้วขับ และตามมาด้วยการขับรถเร็วกว่ากำหนด และไม่น่าประหลาดใจว่ามีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากจักรยานยนต์มากที่สุด ในความเห็นของผู้เขียนนั้น เทศกรานต์สงกรานต์ในประเทศไทย สมควรที่จะต้องมีการจัดระเบียบ เพราะจากสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมที่สวยงาม ได้กลายเป็นการเล่นสงกรานต์ที่เละเทะ มีผู้เล่นสงกรานต์จำนวนมากที่ฉวยโอกาสนี้ทำการเอาเปรียบผู้หญิงด้วยจับแก้มด้วยการประแป้ง และลวนลามถูกเนื้อต้องตัว ทั้งที่เขาไม่ยินยอมแต่ต้องผ่านทางออกไป นอกจากนี้บ้างก็เอาน้ำปลาร้า น้ำปลา น้ำปัสสาวะ มาผสมน้ำแล้วสาดใส่ผู้อื่น ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ หรือประเพณีของการเล่นสงกรานต์มาตั้งแต่เมื่อไร ก็คงไม่ต้องระบุว่าเกิดขึ้นที่จังหวัดใด ใน กทม และต่างจังหวัดที่จัดบริเวณให้เล่นน้ำก็เห็นมีการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยได้ดีในระดับหนึ่ง แต่การเล่นน้ำที่อยู่นอกบริเวณตามตรอก ซอยต่างๆ ยังเป็นการละเล่นน้ำที่ปราศจากความรับผิดชอบ และขาดคนดูแลมีผู้เล่นน้ำจำนวนหนึ่งที่ปิดถนนในซอยเล่นน้ำโดยไม่สนใจกับยานยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา

ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ มีการใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันและมีกระสุนลูกหลงไปโดนประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้องเสียชีวิตไปโดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้เป็นความอัปยศที่น่าละอายมากที่คนจำนวนหนึ่งได้ทำลายความงามของประเพณีวัฒนธรรมของประเทศให้เสียหาย เทศกาลสงกรานต์ที่มีการหยุดยาวเพื่อให้ประชาชนได้กลับภูมิลำเนาไปเยี่ยมเยือนพ่อแม่ และญาติมิตรได้อยู่รวมหน้าพร้อมกันของสมาชิกในครอบครัว แต่กลายเป็นเทศกาลหนึ่งที่มีการรวมตัวกันกินเหล้าที่ตั้งวงเหล่ากันหน้าบ้านหรือใน กทม ก็จะตั้งวงกินอยู่หน้าปากซอยและหลายๆแห่งก็นั่งปิดปากซอยและส่งเสียงเอะอะระรานต่อคนที่สัญจรผ่านไปมา โดยเฉพาะสาวๆ ที่มักถูกลวนลามเอาเปรียบ

อีกประการหนึ่ง คือ การปฏิบัติรบกวนผู้อื่นด้วยการเปิดเครื่องเสียงที่ดังกระหึ่มรบกวนชาวบ้านในหลายๆ จุด จนถึงเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่สนับสนุนให้มีการเล่นสงกรานต์ภาคดึกถึงเที่ยงคืน ที่เรียกขานกันว่า midnight water festival ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลประการใด เพราะประเพณีสงกรานต์ปกติก็จะเล่นกันในเวลากลางวัน หากเป็นเวลาค่ำคืนที่บวกอาการมึนเมาเข้าไปด้วยแล้ว ปัญหาทางสังคมที่จะติดตามมายิ่งน่าจะมากขึ้น จะอ้างเหตุผลในการดึงดูดนักท่องเที่ยวก็ดูว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นจึงฝากผู้ที่ดูแลในอนาคตการละเล่นน้ำสงกรานต์ในแต่ละเขตพิจารณาทบทวนด้วยว่าควรจะให้เล่นน้ำภาคดึกหรือไม่

การจะลดอุบัติเหตุหรือการสูญเสียชีวิตเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมส่วนบุคคลและสำนึกของตัวประชาชนเอง เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายก็ได้พยามที่สุดแล้วการหามาตรการต่างๆ ในการลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารจำนวนนับแสนคอยดูและตั้งด่านตามเขตถนนสายหลักและทางหลวงระหว่างจังหวัด แต่อุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มแล้วขับยังเป็นสิ่งที่ยากจะขจัดให้หมดสิ้นไปได้ สิ่งที่ทำได้ แต่เป็นสิ่งที่ครอบครัวและกัลยาณมิตรที่ห้ามปรามหรือไม่ให้ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ขับขี่ยวดยานต์ทุกประเภท เพราะเป็นอันตรายไม่เฉพาะแต่ชีวิตของตนเองเท่นั้นแต่เป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ร่วมทางบนถนนของผู้อื่นด้วย

แต่สาเหตุอีกประการของการเสียชีวิต คือการขับรถรถเร็วที่น่าจะกวดขันได้ โดยการกำจัดความเร็วของผู้ขับยวดยานต์ประเภทต่างๆ อย่างเคร่งครัดทั้งในเขตเมืองหรือถนนในท้องถิ่น ก็คงต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด

เทศกาลสงกรานต์เป็นประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศที่มีการสานต่อกันมานาน ที่ต้องพิจารณาทบทวนกันว่าเราจะเดินหน้าในการรักษาประเพณีนี้อย่างไรในอนาคต มีประเทศเพื่อนบ้านได้นำประเพณีนี้ไปทำตาม เช่น ในสาธารณประชาชนลาว พม่าและ กัมพูชา แต่ในประเทศเหล่านั้นได้มีการบริหารจัดการแต่เบื้องต้น จึงเป็นความสวยงามที่ทำให้คนอยากออกไปร่วมเล่นน้ำกัน ไม่ปล่อยให้เป็นเทศกาลที่ทำอะไรได้ตามอำเภอใจเช่นในประเทศไทย ที่เทศกาลนี้จะเป็นสิ่งที่ประชาชนขยาดและไม่ต้องการที่จะออกไปเล่นน้ำ

อย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่จำนวนหนึ่ง เช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยกู้ภัยต่างๆ ที่ไม่ได้หยุดพักในช่วงเทศกาล แต่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาได้ด้วยความเรียบร้อย