CEO Blog

5 ตัวเลขที่กำหนดโลกในอีก 100 ปี

5 ตัวเลขที่กำหนดโลกในอีก 100 ปี

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2560 BBC ใน Section หัวข้อเรื่อง Future ได้เผยแพร่บทความที่น่าสนใจ เรื่อง “5 numbers that will define the next 100 years” ซึ่งผู้แต่ง Miriam Quick พยายามที่จะฉายภาพของ Megatrend (ที่มีคาดเดาและการกล่าวถึงกันบ่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา) ออกมาอย่างชัดเจนและน่าสนใจ

ตัวเลข 5 ตัวข้างต้น ซึ่งค่อนข้างหลากหลายไล่ตั้งแต่ Life Expectancy จนไปถึง Energy ได้แก่ 1) 83 ล้านคน 2) 42 ปี 3) 66% 4) 664% และ 5) 47%

ตัวเลขตัวแรก คือ ตัวเลขจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีของโลกที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 83 ล้านคน ซึ่งภายใต้ Scenario ที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดของ UN ในปี 2643 ประชากรของโลกจะอยู่ที่ประมาณ 11,200 ล้านคน ซึ่ง BBC รายงานว่า การเพิ่มขึ้นของประชากรปีละ 83 ล้านคนนี้เทียบเท่าได้กับ ในปีหนึ่งโลกจะมีประชากรเพิ่มขึ้นเท่ากับ ประชากรของประเทศเยอรมันนีทั้งประเทศ

ตัวเลขที่สอง คือ อายุเฉลี่ยของประชากรทั้งโลกในปี 2643 ที่ 42 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากอายุเฉลี่ยที่ 30 ปี ในปัจจุบัน โดยการเพิ่มขึ้นของตัวเลขอายุเฉลี่ยดังกล่าวสืบเนื่องจากมาจาก แนวโน้มของการเพิ่มขึ้นของอายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกที่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจาก 72 ปี ในปัจจุบันไปเป็น 83 ปี ในปี 2643 ประกอบกับอัตราการเกิดที่ลดลง ทำให้อายุเฉลี่ยของคนทั้งโลกจะค่อย ๆ ปรับขึ้นเป็นอายุเฉลี่ยที่ 42 ปี อันจะเป็นการเปลี่ยนรูปโครงสร้างประชากรโลก จาก รูปปิรามิดฐานกว้าง ไปเป็น รูปรวงผึ้ง (Beehive)

ตัวเลขตัวที่สาม คือ จำนวนประชากรโลกที่จะอยู่ในเมืองหรือ urban area จะเป็น 66% ในปี 2593 หรือคิดเป็นจำนวนประชากรที่ 6,300 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 4,100 ล้านคน เท่ากับ 2,200 ล้านคน สอดคล้องกับ Megatrend เรื่องของ Urbanization โดยภายในปี 2573 BBC คาดว่าจะมีเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน หรือ Megacity อยู่ 41 เมืองใหญ่ ทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขของผู้คนที่เพิ่มขึ้นมาเป็นสังคมเมืองกว่า 2 พันกว่าล้านคน จะก่อให้เกิด Demand จำนวนมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจของโลกโดยรวม

ตัวเลขตัวที่สี่ คือ อัตราการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2553-2558) ซึ่งคิดเป็น 664% หรือกว่า 6 เท่าตัว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการในพลังงานจากธรรมชาติที่เป็นพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงมาก และด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงขนาดนี้รวมถึงความเทคโนโลยีการผลิตพลังงานที่มีประสิทธิภายมาขึ้น แน่ใจได้ว่า ในอนาคตอันใกล้ Renewable Energy ไม่ว่าจะเป็นจาก น้ำ ลม หรือแสงอาทิตย์ จะมีบทบาท และ/หรือ ความสำคัญไม่น้อยไปกว่า พลังงานจากฟอสซิล (Fossil Energy) ที่ปัจจุบันใช้กันอยู่ประมาณ 86% ของปริมาณการใช้พลังงานทั้งหมดในโลก

ตัวเลขที่ห้า 47% ของงานในสหรัฐจะถูกแทนด้วยระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ สอดคล้องกับ Megatrend เรื่อง Robotics โดย BBC อ้างอิงจากผลการวิจัยของ Oxford University ที่คาดว่าในอีก 10-20 ปี ข้างหน้า เกือบครึ่ง หรือประมาณ 47% แรงงานในสหรัฐจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ โดย TOP3 ของงานที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ ได้แก่ 1) พนักงานขายสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์ (Telemarketer) จะถูกแทนที่ในอัตรา 99% 2) พนักงานบัญชี (Accountant) จะถูกแทนที่ในอัตรา 94% และ 3) คนขับ Taxi จะถูกแทนที่ในอัตรา 89% (อันนี้น่าจะเป็นผลจาก Tesla Effect ครับ) อย่างไรก็งานที่ยังต้องการความคิดสร้างสรรและทักษะส่วนบุคคลก็จะไม่ค่อยถูกแทนที่ ซึ่ง TOP3 ของ Case หลังนี้ ได้แก่ 1) ทนายความ จะถูกแทนที่ในอัตราเพียง 4% 2) Graphic Designer จะถูกแทนที่ในอัตราเพียง 8% และ 3) ช่างทำผม จะถูกแทนที่ในอัตราเพียง 11%

จากตัวเลขทั้ง 5 ที่ BBC ได้นำเสนอมาในครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเราเริ่มจะเห็นเค้าลางไปในทิศทางดังกล่าวแล้ว ซึ่งโอกาสย่อมตกเป็นของผู้ที่สามารถเตรียมตัวเชิงธุรกิจเพื่อรับกับ Trend ต่าง ๆ ดังกล่าวได้อย่างสอดคล้องเหมาะสม