รอดได้ด้วยความไม่ประมาท

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันว่าสังขารทั้งหลาย ย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา

 ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วย ความไม่ประมาท เถิด นี่คือ ปัจฉิมโอวาท ที่พระพุทธองค์ได้ทรงประทานไว้แก่เหล่าสาวกทั้งหลาย ในคืนสุดท้ายก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน โอวาทบทนี้เป็นความจริงแท้ที่ทนทานต่อการพิสูจน์ แม้เวลาจะผ่านมากว่าสองพันห้าร้อยปี

เมื่อมีอายุมากขึ้นและมองย้อนกลับไปเราจะเห็นความเจริญและความเสื่อมของสิ่งต่างๆ ชัดขึ้น เช่นความเสื่อมของสังขารร่างกายของเราจากวัยเด็กสู่วัยหนุ่มสาว และจากวัยหนุ่มสาวสู่วัยแก่ชรา ความเสื่อมของสังขารคืบคลานเข้ามาหาเราทุกวินาทีแม้ว่าเราจะสังเกตุเห็นหรือไม่ก็ตาม เมื่ออายุเลย 40 ปี เราจะรู้สึกได้ว่าความชราเริ่มปรากฎชัด กำลังวังชา ความจำต่างๆ เริ่มเสื่อมถอย ผู้ที่ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทหลายคนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้น ปรับเปลี่ยนอาหารที่รับประทานให้เป็นไปตามความเหมาะสมกับร่างกายในวัยที่เพิ่มขึ้น บางคนเริ่มออกกำลังกาย เล่นโยคะ ทำสมาธิ เพื่อรักษาสภาพและยืดอายุการใช้งานของสังขารร่างกายออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้ค่อยเป็นค่อยไปเหมือนการเปลี่ยนแปลงของสังขารร่างกาย เราจึงเห็นความเจริญและความเสื่อมขององค์กรต่างๆ ได้ในระยะเวลาชั่วข้ามคืน ทั้งนี้เป็นเพราะความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของดิจิทัลเทคโนโลยี ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อองค์กรธุรกิจ ที่เคยยิ่งใหญ่หลายต่อหลายองค์กรให้ล้มหายจากไป เพราะไม่สามารถรับมือกับดิจิทัลสึนามิที่ถาโถมเข้ามาได้ทันท่วงที ดิจิทัลเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (disruptive technology) ที่เปลี่ยนพฤติกรรมของคนได้อย่างรวดเร็วมาก การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้จึงต้องปรับให้ทันตามไปด้วย องค์กรที่เห็นภัยคุกคามนี้ได้เร็วและเตรียมตัวรับมือไว้แล้วถือได้ว่าเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้วยความไม่ประมาท ผู้ที่ไม่ประมาทคือผู้ที่เข้าใจความจริงของโลก และพร้อมจะปรับเปลี่ยนตัวเองโดยไม่ยึดติดกับความสำเร็จแบบเดิม ที่เคยทำให้ยิ่งใหญ่เมื่อในอดีตเพราะสิ่งที่เคยทำให้เราสำเร็จในอดีตก็อยู่ภายใต้ กฎอนิจจัง ที่ต้องมีวันเสื่อมไปตามกาลสมัยเช่นกัน

SCB เป็นหนึ่งในองค์กรใหญ่ไม่กี่แห่งในโลกที่อยู่รอดมาได้ร้อยกว่าปี ในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่สอนเราว่าอย่าประมาทและต้องพร้อมที่จะปรับตัว เราผ่านการปรับองค์กรมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง การปรับองค์กรครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยมีสาเหตุมาจากการมองเห็นว่าเครื่องยนต์ที่เคยนำเรามาสู่จุดที่เรามองว่าสำเร็จในปัจจุบันนั้นไม่สามารถนำพาเราให้รอดพ้นไปสู่จุดที่เราต้องการจะไปในอนาคตได้ คุณอาทิตย์ นันทวิทยา CEO ของเราจึงประกาศเรื่องการทำ Transformation เพื่อเตรียมรับมือกับอะไรต่างๆ ที่เราไม่สามารถจะคาดเดาได้เลย เราลงทุนเรื่องเทคโนโลยี หันมามุ่งเน้นที่การพัฒนาคน หาคู่คิดทางธุรกิจเพื่อมาร่วมลงทุน สร้าง platform ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า มูลค่าการลงทุนในการ transform ตัวเองในครั้งนี้เป็นตัวเลขที่สูงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่เราจำเป็นต้องทำเพื่อให้ SCB สามารถยืนหยัดอยู่ในโลกของการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน

SCB ให้ความสำคัญกับเรื่องคนเป็นอันดันหนึ่ง เมื่อดิจิทัลคุกคามเข้ามา เพื่อป้องกันคนของเราจากผลกระทบในเรื่องนี้เราจึงเตรียมฝึกอบรมพนักงานให้มีทักษะใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานที่หลากหลาย ทำให้พนักงานของเราสามารถโยกย้ายไปในจุดต่างๆ ได้โดยง่าย 

นอกจากนี้การทำ Job Rotation ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงจะมีให้เห็นมากขึ้น เพราะเราต้องการให้พนักงานทุกระดับ ได้ตระหนักว่าการโยกย้ายข้ามสายงานนั้น มีความจำเป็นมากต่อความอยู่รอดขององค์กรในปัจจุบัน เพราะการอยู่ในที่ใดที่หนึ่งหรือตำแน่งใดตำแหน่งหนึ่งนานๆ นั้นมักทำให้เกิด ความยึดมั่นถือมั่น ในความรู้และประสบการณ์ความสำเร็จแบบเดิมๆ ที่ยากจะเปลี่ยนแปลงจึงมักจะมองไม่เห็นโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามา ความยึดมั่นถือมั่นนี่เองที่ทำให้คนไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและดำเนินกิจการต่างๆ ตามความเคยชินซึ่งถือได้ว่าเป็นความประมาทอย่างยิ่ง

ความไม่ประมาท มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของบุคคล องค์กร ประเทศชาติ ไปจนถึงประชาคมโลก ความวุ่นวายความเดือดร้อนทั้งหลายที่เราพบเห็นทุกเมื่อเชื่อวันล้วนแล้วแต่เกิดจากการดำเนินชีวิตหรือกิจการด้วยความประมาททั้งสิ้น สิ่งเดียวที่ทำให้เราตั้งอยู่ในความไม่ประมาทได้คือการมี สติ การมีสติทำให้เกิด ปัญญา มองเห็นโลกตามความเป็นจริง ไม่ยึดมั่นถือมั่น มองเห็นสาเหตุของปัญหาที่เราประสบตามความจริงโดยปราศจากอคติ เมื่อเห็นแล้วย่อมพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้นได้โดยง่าย ไม่ว่าปัญหานั้นจะยิ่งใหญ่แค่ไหนผมเชื่อว่าเราจะสามารถรอดพ้นมันไปได้ด้วยดี สวัสดีครับ

.........................................

วรวัจน์ สุวคนธ์

รองผู้จัดการใหญ่ Chief People Officer