สุกัญญา ศุภกิจอำนวย

ดูบทความทั้งหมด

10 มกราคม 2560
1,098

ศก.ไตรมาสแรก สะดุดตอ

เศรษฐกิจปีนี้ ทำท่าจะไปได้สวย จากหลาย “แรงส่ง” ทางเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจหลายสาขา

 ต่างประเมินว่า ธุรกิจปีนี้จะดีกว่าปีที่เพิ่งผ่านพ้น ด้วยเหตุผลหลากประการ อาทิ 

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใส่ลงไปมากในปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในปีนี้ โดยเม็ดเงินจะกระจายไปสู่เศรษฐกิจฐานราก ,โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค) ทั้งโครงการรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ ฯลฯ 

ตามข้อมูลของรัฐ ระบุว่า ในปี 2560 กระทรวงคมนาคม จะเดินหน้าโครงการลงทุนมูลค่ารวมกว่า 8-9 แสนล้านบาท โดยตั้งเป้าจะเบิกจ่ายงบลงทุนสูงถึง 2.2 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจกว่า 4.2 แสนล้านบาท งบกลางเพื่อการลงทุนกลุ่มจังหวัดอีก 1 แสนล้านบาท งบกลางปีสำหรับโครงการกองทุนหมู่บ้านอีก 5 หมื่นล้านบาท

เหล่านี้ ล้วนเป็นเงินที่จะถูกผลักดันเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการ “หมุนรอบ” ของเงินไปสู่ธุรกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน “ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่ประเมินกันว่าปี 2560 จะเป็น ปีทอง” ของธุรกิจนี้ สอดคล้องกับรัฐ ที่กำหนดให้ปีนี้ เป็นปีแห่งการลงทุน (Investment Year)

ยังไม่นับแรงส่งจาก ภาคการท่องเที่ยว ที่แม้ว่า จะได้รับผลกระทบจากมาตรการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือทัวร์ผิดกฎหมาย จากการกวาดล้างอย่างหนัก ในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ “นักท่องเที่ยวจีน” นักท่องเที่ยวอันดับ1ของไทย หายไปจำนวนมาก ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่เมื่อประเมินภาพทั้งปี ยังพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้ายังสูงกว่า 32 ล้านคน และสร้างรายได้สูงกว่า 2.4 ล้านล้านบาท ทำให้ประเมินว่าการท่องเที่ยวปีนี้จะยังคงสดใสต่อเนื่อง 

ขณะที่ ราคาสินค้าเกษตร เริ่มมีทิศทางดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย  เช่นเดียวกับ ภาคการส่งออก ก็เริ่มมีทิศทางปรับตัวดีในช่วงปลายปีที่ผ่านมา 

นี่คือ เรื่องดีๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้”  ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์อัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ ว่าจะขยายตัวราว 3.2% ขณะที่สภาพัฒน์ฯ ให้ตัวเลขไว้ที่ 3-4% 

ทว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นหลายจังหวัดภาคใต้ นับเป็น ตัวแปรแทรกซ้อนควบคุมไม่ได้ ที่เข้ามาปั่นป่วนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาสแรก และทำท่าจะ ลาม” จากปัญหาด้านการคมนาคมขนส่งทางบก ทางอากาศ สู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งภาคการเกษตร การค้า และธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นไฮซีซันการท่องเที่ยวในทะเลฝั่งอันดามัน ขณะที่พื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง โดยกระทรวงเกษตรรายงานเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ว่ามีพื้นที่การเกษตรเสียหายสูงกว่า 9.6 แสนไร่ 

อย่างไรก็ตาม การเร่งให้ความช่วยเหลือทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ และจิตอาสา น่าจะเป็นหนทาง “ลดผลกระทบ” ได้ดีที่สุดแล้ว ในยามนี้   

ยามที่คนไทยไม่ทิ้งกัน !   

ดูบทความทั้งหมดของ สุกัญญา ศุภกิจอำนวย

แชร์ข่าว :
Tags: