CEO Blog

Binary Options คู่แข่งของ CFD

เมื่อปีที่แล้ว ผมได้เคยมีโอกาสได้เขียนถึง Banner โฆษณา ที่ชักชวนลูกค้าชาวไทยให้เปิดบัญชี Trade ผ่าน Platform ระบบ Online

เครื่องมือทางเงินที่มีความเสี่ยงและอัตราทด (Leverage) ซึ่งสูงมาก ๆ เรียกว่า “CFD หรือมีชื่อเต็มว่า Contract For Difference” 

แต่ ณ นาที นี้ ดูเหมือนว่า เจ้า CFD ได้พบกับคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ อย่างเจ้า “Binary Options” ที่ได้มีการโฆษณายก Case Study ชีวิตอันแสนสุขสบายของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการ Trade ผ่านระบบที่เป็น Platform Online เช่นกัน

ความหมายของ CFD หรือ Contract For Differencing สามารถแปลได้ตรงตัวครับนั่นคือ แปลว่า สัญญา (Contract) ระหว่างผู้เล่น (Player) กับเจ้าของร้าน (Dealer) สำหรับส่วนต่างของการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง อัตราแลกเปลี่ยน ดัชนีหุ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หรือ ราคาหุ้นรายตัว (โดยสามารถเป็นได้ทั้งราคา Spot หรือ ราคา Futures ของสินทรัพย์เหล่านั้น) แต่เห็น ๆ กันส่วนใหญ่จะเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ FX

ที่เรียกว่ามีอัตราทดสูง หรือ Leverage นั้น เนื่องจากการเก็งกำไรผ่าน Program คอมพิวเตอร์ด้วยจำนวนเงินน้อย ๆ แต่สามารถเข้าเก็งกำไรในสินทรัพย์จำนวนมาก อาทิ ใช้เงินจำนวน 90 ดอลลาร์ เข้าเก็งกำไรดัชนีหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average (DJIA) ที่ 19,000 หรือคิดเป็นอัตราทดที่ประมาณ 1 ต่อ 200 ซึ่งสูงมากหากเทียบกับการซื้อขาย Futures ผ่านตลาด ซึ่งปกติจะมีอัตราทดประมาณ 1 ต่อ 10 ถึง 20 เท่านั้น

สมมุติ นักลงทุนท่านหนึ่งคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่า หลังจากที่ Trump ชนะการเลือกตั้ง ดัชนี DJIA จะปรับตัวสูงขึ้น จึงได้เข้าซื้อดัชนี (Long) ณ วันที่ 8 พ.ย.2559 ที่ระดับประมาณ 18,300 และได้ทำกำไรออกด้วยการซื้อคืนที่ระดับราคา 19,000 ในวันที่ 22 พ.ย. 2559 เบ็ดเสร็จคิดเป็นกำไร = (19,000 - 18,300) x $10 หรือคิดเป็นเงิน 7,000 ดอลลาร์ จากเงินต้นที่ต้องใช้ในการวางเงินประกันที่ 7,800 ดอลลาร์ สามารถทำกำไรประมาณ 90% ในเวลาเพียง 10 กว่าวัน

หาก Futures ซึ่งมีอัตราทด หรือ Leverage เพียง 1 ต่อ 20 สามารถทำกำไรได้ที่ 90% กรณีของ CFD ซึ่งมีอัตราทด 1 ต่อ 200 ในกรณีเดียวกันนี้ จะทำกำไรได้ในสถานการณ์เดียวกันนี้ได้ที่ถึง 900%

ซึ่งเมื่อเทียบเคียง เจ้า CFD กับ Futures แล้ว คู่แข่งอย่าง Binary Options ก็คือ Options ประเภทหนึ่งซึ่งอาจสามารถทำกำไรเป็น % น้อยกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงที่สูง เนื่องจากผู้เล่นสามารถถือครอง Binary Options นี้เพียงระยะเวลาที่สั้นกว่ามาก ๆ

โดย Binary Options ก็คือ Options ประเภทหนึ่ง ซึ่ง ต้องมี ดัชนี หรือ สินค้าอ้างอิง อาทิ อัตราแลกเปลี่ยน ดัชนีหุ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เหมือนกับ Derivatives ทั่ว ๆ ไป และจะมีการกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ อย่าง เวลาครบกำหนด (Expiration Time) ราคาใช้สิทธิ (Exercise Price) แต่จะมีความพิเศษ คือ ผลตอบแทนของเจ้า Binary Options นี้ จะมีเพียง 2 Choices ได้แก่ “ค่าคงที่ค่าหนึ่ง“ กับ “0” อีกทั้งการที่ Expiration Time ของ Online Binary Options อาจจะเป็นเวลาที่สั้นมาก ๆ เช่น อีก 30 วินาที และ/หรือ 1 นาทีข้างหน้า หรือจะเป็นอีก 1 ชั่วโมงก็ได้ ทำให้การ Trade แบบนี้มีลักษณะคล้าย ๆ กับการวางเดิมพันในการเล่นแบบแทงสูงแทงต่ำ

ตัวอย่างของการ เล่น Binary Options ก็คือ เมื่อเปิด Program เข้าแล้วเลือกสินค้าที่อย่าง Trade อาทิ ทองคำ หรือ Bitcoin Program ก็แสดงอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ อาทิ 1 ต่อ 0.9 ซึ่งก็ถือเมื่อเราเลือกขา Long แล้ว หากราคาตลาดของสินค้าปิดสูงกว่าราคาใช้สิทธิ Trader ที่ทำการวาง Premium เท่ากับ 1 บาท ก็จะเงินคืนไป 1.9 บาท (กำไร 0.9 บาท) แต่ถ้าหากผิดทาง Trader ก็จะเสียเงิน Premium 1 บาทให้กับร้านค้าไป

แต่เดิม Binary Options ได้ถูกออกแบบให้ทำการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ที่ถูกจัดตั้งอย่างเป็นทางการ และมีผู้กำกับดูแลภาครัฐ US SEC (Securities and Exchange Commission) และ/หรือ CFTC (Commodity Futures Trading Commission) ด้วยวัตถุประสงค์ในการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตหุ้นในกรณีที่มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ
แต่สำหรับ Online Binary Options นี้ดูเหมือนว่าจะเป็นภาพของการเล่นเก็งกำไรอย่างเต็มที่ อีกทั้งการที่ยังไม่มี Regulator ที่ชัดเจน ทำให้มีความเสี่ยงเรื่องการถอนเงินคืน เหมือนกรณี CFD ที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์มาแล้ว