ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์

ดูบทความทั้งหมด

มายาการเงิน :รองกรรมการผู้จัดการสายงานผลิตภัณฑ์บรรษัทและผู้ประกอบการ [email protected]

18 สิงหาคม 2559
1,794

การเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตา (ตอนจบ)

สิ่งที่สำคัญสำหรับเราคือการที่เราสามารถเข้าใจลูกค้าผู้รับบริการของเรา

สวัสดีครับ จากที่เราคุยกันมาตั้งแต่หลายครั้งก่อนเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของเราให้อยู่รอดให้ได้นั้นมีทั้งปัจจัยที่เราควบคุมได้ และปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ด้วยตนเอง (แต่ต้องปรับตัวตามให้ได้) 

ภาษาและชื่อเรียกใหม่ๆ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นทุกวัน และเราก็ต้องทำความเข้าใจชื่อเรียกที่เกิดขึ้นใหม่นั้น และรู้ว่าเป็นอะไร ไม่ว่าจะเป็น FinTech, Start Up, Block Chain ซึ่งเราก็ต้องติดตามกันทั้งสิ้น

สิ่งที่สำคัญสำหรับเราคือการที่เราสามารถเข้าใจลูกค้าผู้รับบริการของเรา ว่าลูกค้านั้นเป็นใคร และเราเข้าใจว่าในการให้บริการของเรานั้นในอนาคตจะเป็นลักษณะไหน ทั้งตลาด การแข่งขัน ผลิตภัณฑ์หรือบริการ ซึ่งเริ่มต้นจากความเข้าใจความต้องการของลูกค้า คือ

- ความต้องการที่ลูกค้าบอกว่าต้องการอะไร (Explicit Needs)

- ความต้องการเบื้องลึกของลูกค้า (Implicit Needs -> ความต้องการที่ลูกค้าไม่ได้บอก หรือแม้กระทั่งไม่รู้ว่าตนเองต้องการ แต่หากบริการหรือผลิตภัณฑ์นั้นมีการนำเสนอ ก็จะรู้สึกว่าเป็นการทำผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตรงต่อความต้องการเป็นอย่างมาก)

- ทิศทางของอนาคต (Trend) เป็นสภาพโดยรวมในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ การแข่งขัน เทคโนโลยี

ซึ่งหากเราเริ่มต้นจากความเข้าใจลูกค้าดังที่กล่าวแล้วนั้นประกอบกับทิศทางแห่งอนาคตด้วย เราก็จะเป็นผู้ให้บริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้า โดยลูกค้าอาจรู้สึกถึงคุณภาพในการให้บริการหรือผลิตภัณฑ์ที่เกิดความคาดหวังเป็นอย่างมาก และมีเหตุของการใช้สินค้าหรือบริการที่เรานำเสนอเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

นอกจากความต้องการที่เราต้องทำความเข้าใจแล้วนั้น อีกปัจจัยที่สำคัญมากคือเวลา (Time to Market) ซึ่งบางทีไม่ได้หมายถึงความเร็วเสมอไป คือ การคิดผลิตภัณฑ์หรือบริการต้องคิดให้ตอบโจทย์ความต้องการ ทำให้เกิดในเวลาที่เร็วเหมาะสม ถ้าช้าเกินไปลูกค้าคงหมดความประสงค์ในการใช้บริการหรือซื้อผลิตภัณฑ์ที่เราดำเนินการแล้ว แต่ถ้าทำผลิตภัณฑ์เสร็จแล้วแต่เป็นระยะเวลาที่เร็วเกินไป ตลาดยังไม่มีความพร้อมในการใช้งานหรือใช้งานไม่ได้ ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดำเนินการก็จะไม่ได้รับความนิยม

สุดท้าย คือ เทคโนโลยี (Technology) ซึ่งปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่ตีความได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านการลดต้นทุนการผลิต การนำเสนอ การกระจายสินค้า หรือการผลิตสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งหากเราสังเกตดูในปัจจุบันมีบริษัทเกิดใหม่จำนวนมากมาย เมื่อเทียบกับหลายปีก่อน และบริษัทส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้ทำให้ต้นทุนการจัดการต่ำลง เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายขึ้น และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

การเข้าใจลูกค้า การทำผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ถูกที่ถูกเวลา และการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะสม หากเราผสมผสานกันอย่างดีแล้วนั้น เราก็สามารถเป็นบริษัทเกิดใหม่ที่เติบโตขึ้นในอนาคต เป็นบริษัทเก่าที่สามารถขยายธุรกิจและอยู่รอดได้ และความคิดอย่างไตร่ตรองจะทำให้เราสามารถสำเร็จได้เป็นอย่างดี

ดูบทความทั้งหมดของ ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์

แชร์ข่าว :
Tags: