คุยให้.... “คิด”

ดูบทความทั้งหมด

ทิวัตถ์ ชุติภัทร์ นักวิชาการอิสระ https://blockdit.com/tiwatfca

29 กรกฎาคม 2559
1,168

5 วิธีง่ายๆ หาผลตอบแทนมากกว่า.. “ฝากเงินธนาคาร”

ทุกวันนี้ คุณผู้อ่านหลายท่านคงทราบดีว่า การฝากเงินแบบประจำกับธนาคารน่าจะให้ผลตอบแทนเพียง 2% เท่านั้น

ซึ่งจากตัวเลขนี้ ถ้าคุณผู้อ่านฝากเงินกับธนาคาร 1 ล้านบาท เงินของคุณผู้อ่านจะงอกงามเป็นเท่าตัวหรือกลายเป็น 2 ล้านบาทนั้น ต้องฝากเงินนานถึง 36 ปีเลยทีเดียว

คำถามคือ.. และทำยังไง?..จะได้ผลตอบแทนมากกว่า..แต่ความเสี่ยงยังน้อยอยู่ ผมมีวิธีง่ายๆ อยู่ 5 ข้อ ที่อยากจะมาแนะนำคุณผู้อ่านดังนี้ครับ

หนึ่งศึกษาการลงทุนทุกรูปแบบ

โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินจำนวนไม่มากนัก การศึกษาหาความรู้จะมีส่วนช่วยอย่างยิ่งที่จะทำให้ท่านค้นพบ “การลงทุนที่เหมาะกับท่าน” และการอ่านหนังสือคือหนึ่งในหนทางที่จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จ โดยเริ่มต้นจากหนังสือที่อ่านและเข้าใจง่ายๆ เสียก่อน จากนั้นเราก็จะพบว่า.อะไร?..ที่เข้าใจได้ดี และอะไร?..ที่ไม่รู้เรื่องเลยจากนั้นก็ลงทุนเฉพาะสิ่งที่เรารู้เรื่องและเข้าใจมากที่สุด

วอร์เรน บัฟเฟตต์ กูรูนักลงทุนระดับโลกเคยกล่าวไว้ว่า ถ้ามันยากเกินไปที่จะ..เข้าใจ บางทีผมก็ไม่ควรลงทุนกับมันเลย” ดังนั้นจง “อ่าน..อ่าน..อ่าน

สอง ลงทุนใน LTF และ RMF เต็มจำนวน

LTF คือ “Long Term Equity Fund” หรือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก ขณะที่ RMF คือ “Retirement Mutual Fund” หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท โดยมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมให้เกิดการออมเงินระยะยาวเพื่อการเกษียณ

สิ่งที่เหมือนกันของทั้งสองกองทุนคือ หากเราซื้อสองกองทุนนี้ ก็จะนำมาหักภาษีได้ ทำให้เราได้รับผลตอบแทนเกือบจะทันที

ข้อที่แตกต่างในแง่การลงทุนคือ RMF ไม่ต้องเลือกกองหุ้น ถ้าเอาปลอดภัย..เราก็ไปเลือกกองทุนพันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารหนี้ แม้ว่าจะให้ผลตอบแทน 2-5% ก็ตาม แต่ได้ลดภาษีตั้งแต่ตอนซื้อ ก็นับว่าคุ้มอยู่ส่วน LTF ข้อเสียคือ ต้องซื้อกองหุ้นเท่านั้นถ้าลงทุนในยามเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ไปซื้อ LTF แบบเกาะกับดัชนีหุ้นไทยเมื่อปี 2537 ที่ดัชนีเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 1,753 จุด เวลานี้ผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว ผลคือ LTF ตัวนี้ก็คงยังขาดทุนอยู่จนถึงทุกวันนี้

สาม ลงทุนในอีทีเอฟ และกองทุนดัชนีต่างๆ

ETF ย่อมาจาก Exchange Traded Fund เป็นกองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มีนโยบายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนี หรือราคาของสินทรัพย์ที่กองทุนใช้อ้างอิง ผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย ETF ได้เหมือนหุ้นตัวหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณผู้อ่านคิดว่า ตลาดหุ้นไทยน่าจะเติบโตได้เป็นอย่างดี คุณผู้อ่านก็ซื้อกองทุนอีทีเอฟที่เกาะไปกับดัชนีตลาดหุ้นไทย แต่ถ้าคุณผู้อ่านคิดว่าตลาดหุ้นไทยไม่น่าจะเติบโตนัก แต่คิดว่าอุตสาหกรรมบางกลุ่มน่าจะเติบโตดี เช่น การก่อสร้างเพราะรัฐจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกมหาศาล ก็ซื้ออีทีเอฟที่เกาะไปกับหุ้นกลุ่มก่อสร้าง หรือคิดว่าหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวน่าจะดี ก็ซื้ออีทีเอฟที่เกาะไปกับหุ้นกลุ่มสายการบินหรือกลุ่มโรงแรม

สี่ ถ้าคุณต้องการลงทุนในหุ้น ควรเริ่มต้นจาก..เงินจำนวนน้อยๆ

คุณผู้อ่านที่ชอบเสี่ยง แต่ยังมีความรู้ไม่มากนัก และหัวใจก็ร่ำร้องอยากจะเล่นหุ้น คุณผู้อ่านอาจจะเริ่มต้นจัดสรรเงินออกมาจำนวนน้อยๆ ในช่วงแรกผมคิดว่าไม่ควรจะเกิน 10% ของเงินทั้งหมด จากนั้นก็จงอยู่กับตัวเองและบอกตัวเองว่า ถ้าเงินก้อนนี้จะต้องสูญเสียไปกับการลงทุนในหุ้นทั้งหมดแล้ว เราจะต้องทำใจให้ได้

จากนั้น คุณผู้อ่านก็ลงทุนในหุ้นตามแนวทางที่คุณผู้อ่านต้องการ ถ้าเกิดโชคร้าย..เสียหมดไปเลย ก็จะสามารถทำใจได้ว่า..เราคงไม่มีดวงด้านนี้ ไปลงทุนในกองทุนเสียดีกว่า ถ้าโชคดี..ก็จงอย่าเพิ่มเม็ดเงินในการลงทุนเป็นอันขาด คุณผู้อ่านควรจะลงทุนไปให้ครบปี หลังจากหนึ่งปีไปแล้ว ความสามารถ ความอดทน และความอุตสาหะที่ทุ่มเทลงไปกับการลงทุนในหุ้น ก็จะทำให้คุณผู้อ่านมีประสบการณ์เพียงพอที่จะตัดสินใจอนาคตในการลงทุนในหุ้นด้วยตัวเองได้

ห้า จงอย่าพยายามเอาชนะตลาด แต่ควรจะ เกาะไปกับตลาด

เป็นธรรมดามาก ที่นักลงทุนเกือบทั้งตลาดจะคิดที่อยากจะ “เอาชนะตลาด” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ นักลงทุนเหล่านี้มักจะไม่ได้เผื่อทางถอยหลังให้กับตัวเองไว้เลย นั่นคือ ยามที่ราคาของหุ้นตัวนั้นๆ ปรับตัวลงมาเยอะๆ จะทำอย่างไร? แต่ถ้าเป็นนักลงทุนที่มีความรู้และมีประสบการณ์เพียงพอ ก็มักจะเผื่อทางหนีทีไล่ไว้ บางคนอาจใช้คิดวิธีตัดขาดทุน ในขณะที่บางคนจะเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดีไว้ก่อน ยามที่ราคาตกลงมาก็จะลงมาไม่มากนัก

ไมเคิล คิทส์ แห่งบริษัทที่ปรึกษาพินนาเคิล เคยกล่าวไว้ว่า คนเล่นหุ้นที่เคยผ่านตลาดหุ้นมา ทั้งยามดีและยามร้าย แทบจะไม่มีใครเอาชนะตลาดได้เลย  สิ่งนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า การเอาชนะตลาดไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ง่ายๆ

ดังนั้นการลงทุนแบบเกาะไปกับตลาด หรือเกาะไปกับหุ้นบางกลุ่มที่มีแนวโน้มที่จะดี อาจจะเป็นหนทางในการลงทุนที่อาจจะเหมาะกับคุณผู้อ่านก็เป็นได้นะครับ

โชคดีในการลงทุนนะครับ

ดูบทความทั้งหมดของ คุยให้.... “คิด”

แชร์ข่าว :
Tags: