ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญธุรกิจค้าปลีก

27 กุมภาพันธ์ 2559
2,784

กฎหมายแข่งขันทางการค้า...16ปีแห่งความว่างเปล่า(1)

ลมพัดลมเพ พาข่าวเก่ามาเล่าใหม่ ด้วยเรื่องกฎหมายแข่งขันทางการค้า

ข่าวเก่าเล่าว่า...กระทรวงพาณิชย์ จ่อชงยกร่างแก้ไข ก.ม. แข่งขันการค้า เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) 15 ธ.ค. ทั้งนี้จะขยายให้ครอบคลุมคุมถึงรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นบริษัทมหาชน เสนอแยกสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เป็นองค์กรอิสระ และให้ส่งฟ้องผู้กระทำผิดได้เอง...

ตลอดเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมา การบังคับใช้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบันยังขาดประสิทธิภาพ มีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่เคยมีการกล่าวโทษ หรือดำเนินคดีแก่ผู้ประกอบการแม้แต่รายเดียว การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวจึงต้องนับว่าประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ย้อนอดีต 16 ปีแห่งความหลังของพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อ “ให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระทำอันเป็นการผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมให้มีการประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างมีเสรี และป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ”

เจตนารมณ์ของกฎหมายแข่งขันทางการค้าได้กำหนดข้อพึงระวังไม่ให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด ลด หรือ จำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจอย่างเป็นระบบ ปรากฎอยู่ในมาตรา 25 - 29 ของกฎหมายแข่งขันทางการค้าโดยสรุปได้ดังนี้

(1) ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการใช้อำนาจเหนือตลาด (มาตรา 25) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจที่มีอิทธิพลชี้นำราคาหรือปริมาณในตลาดใช้อำนาจที่มีเหนือผู้อื่น แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เอารัดเอาเปรียบผู้อื่นหรือจำกัดการประกอบธุรกิจของผู้อื่น

(2) ห้ามไม่ให้มีการควบรวมกิจการอันจะทำให้เกิดการผูกขาด (มาตรา 26) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจรวมธุรกิจกันเพื่อก่อให้เกิดการผูกขาด หรือลดการแข่งขันในตลาด เว้นแต่ได้รับอนุญาต

(3) ห้ามไม่ให้ร่วมมือกันเพื่อผูกขาดหรือลดการแข่งขัน (มาตรา 27) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจตกลงที่จะไม่แข่งขันระหว่างกัน (หรือที่เรียกว่า “ฮั้วกัน”) ในลักษณะที่กำหนดหรือตกลงกันบางอย่าง โดยไม่ได้รับอนุญาต

(4) ห้ามไม่ให้มีการกีดกันการแข่งขัน-กีดกันผู้บริโภค (มาตรา 28) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจกีดกันโอกาสผู้บริโภคในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ

(5) ห้ามไม่ให้มีการกีดกันการแข่งขัน-กีดกันผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น (มาตรา 29) : ห้ามผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม โดยมีจุดประสงค์ไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาแข่งขัน หรือต้องออกจากตลาดไป หรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย

 ข้อห้ามตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ในความเป็นจริงตลอด 16 ปีที่ผ่านมานี้ ถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเพราะไม่มีการพยายามบังคับใช้อย่างจริงจัง คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่มีนักการเมืองโดยตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ก็ไม่ได้สนใจจะเรียกประชุมกรรมการฯ ปีหนึ่งประชุมกันไม่กี่ครั้ง แค่การกำหนดว่า...อย่างไรจะถือว่ามีอำนาจเหนือตลาด ก็ใช้เวลาเป็น 10 ปี ดังนั้นกฎหมายไม่มีรายละเอียดที่จะบังคับใช้ได้จริงจัง

ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีกฎหมายนี้หลังประเทศไทย เช่น จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ปรากฎว่าเขาใช้บังคับกฎหมายอย่างเข้มงวดและได้ผลมากกว่าเรา แม้ในอาเซียนมีอยู่ 5 ประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายการแข่งขันทางการค้า แต่ก็อยู่ในขั้นตอนการร่างกฎหมาย หรือ รอเข้าสภาฯ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา ลาว เมียนมา และฟิลิปปินส์

ตลอดเวลา 16 ปี ที่กฏหมายแข่งขันทางการค้าไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกฝ่าย ทุกองค์กร ภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมือง ภาคธุรกิจ รวมทั้งสำนักแข่งขันทางการค้า ต่างก็ตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมาย รวมทั้งการตระหนักถึงปัญหาของกฎหมายฉบับนี้และต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ส่วนเรื่องที่ว่าจะแก้ไขอย่างไรในรายละเอียด ได้มีการสัมมนาระดมความคิดเห็นมาตลอดไม่น้อยกว่า 15 ครั้ง น่าจะตกผลึกได้แล้วว่า อยากจะแก้ไขเพิ่มเติมอะไรอย่างไร คงต้องขึ้นอยู่กับความจริงใจของรัฐบาลที่อยากเห็นกฏหมายแข่งขันทางการค้าเป็นกฏหมายที่สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

  ในเมื่อรัฐบาลชุดนี้มุ่งเน้นการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการมากขึ้น ก็หวังไว้ว่าการแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้า จะเสร็จทันภายใน 1 ปีตามกำหนด ถือเป็นงานเร่งด่วนของรัฐบาลอย่างจริงจัง

 

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์

แชร์ข่าว :
Tags: