ดร.บวร ปภัสราทร

ดูบทความทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำคอลัมน์ "ก้าวไกล วิสัยทัศน์"

23 ธันวาคม 2556
2,376

หลงใหลความสำเร็จจนเดินหน้าไปสู่ความล้มเหลว

ความล้มเหลวของคนที่มั่นใจในตนเองสูงๆ มีให้เห็นกันเท่าๆ กับที่ได้เห็นความล้มเหลวจากความไม่มั่นใจในตนเอง

ต่างกันตรงที่คนที่ไม่มั่นใจในตนเองสร้างความล้มเหลวที่มีผลโดยตรงกับตัวเองมากกว่าผลที่เกิดขึ้นกับคนอื่น แต่คนที่มั่นใจในตนเองสูงๆ นั้นสร้างความล้มเหลวที่กระทบกระเทือนคนอื่นอย่างมากมาย เราไม่ค่อยเดือดร้อนจากความล้มเหลวของคนที่ไม่มั่นใจในตนเอง อย่างมากก็แค่เป็นเรื่องน่ารำคาญมากกว่าเรื่องที่เป็นปัญหาจริงจัง ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกนี้หลายคนได้เคยสร้างความทุกข์ยากมากมายมหาศาลให้กับผู้คนในโลกนี้ จากความล้มเหลวที่ได้ทำให้เกิดขึ้น ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ล้วนแต่มั่นใจในความสำเร็จตนเองและประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้ว่าพวกเขาได้ทำลายชีวิตและความสุขของคนในโลกนี้ไปแล้วนับล้านคนภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งร้อยปี

ความล้มเหลวของผู้นำที่มั่นใจในความสำเร็จของตนเองสูงๆ เริ่มต้นจากการที่คิดว่าตนเองรู้ดีกว่าคนอื่น ผู้บริหารของบริษัทไอทีที่เคยเป็นยักษ์ใหญ่แต่ล่มสลายไปแล้วเมื่อเกือบสามสิบปีมาแล้วประกาศว่าบริษัทของเขาไม่มีใครเป็นคู่แข่งได้ ดังนั้น จึงไม่ต้องใส่ใจความต้องการของลูกค้า แต่ลูกค้าต่างหากที่ต้องติดตามและปรับตัวเข้ากับผลิตภัณฑ์ของเขา ผู้บริหารบริษัทที่ล่มสลายหายไปจากโลกนี้แล้วในวันนี้ มองว่าในวันนั้นเขาและพรรคพวกคือมหาบุคคลที่รู้ดีกว่าลูกค้าที่เป็นเพียงบุคคลธรรมดา มหาบุคคลจึงมีสิทธิที่จะคิดแทนบุคคลธรรมดาได้ เมื่อทำงานโดยไม่ใส่ใจเสียงของลูกค้า ความพึงพอใจและความผูกพันของลูกค้าจึงไม่อาจที่จะเกิดขึ้นได้ ลูกค้าหดหายไปก็กล่าวโทษว่าเป็นความไม่ฉลาดของลูกค้าที่ไม่เห็นของดี ส่วนแบ่งการตลาดลดลงก็ด่าว่าลูกค้าโง่ หรือด่าว่าผู้ประกอบกิจการรายอื่นดำเนินธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรมหรือหลอกลวงลูกค้าให้หลงเชื่อ จึงมีสาเหตุนานาประการที่จะไม่ยอมปรับปรุงการทำงานตอบสนองกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นแต่มั่นใจมากเกินไปจนละเลยที่จะใส่ใจ เราจึงได้เห็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กลับกลายเป็นความล้มเหลวที่ต่อเนื่องยาวนาน ความมั่นใจในความสำเร็จที่เกินเลยไปนี้ นอกจากไม่ได้ช่วยให้เกิดความสำเร็จใหม่ๆ กับมหาบุคคลแล้ว ยังส่งผลให้เกิดความทุกข์ยากในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งให้กับคนอื่นอีกด้วย มหาบุคคลผู้มั่งคั่งความมั่นใจไม่เคยมองเห็น ไม่เคยได้ยินความคิดความเห็นของคนอื่น

ผู้นำที่มั่นใจในความสำเร็จของตนเองมากๆ นั้นจะยึดติดอยู่กับความสำเร็จดั่งเดิมที่เคยมีอยู่ ผู้นำกลุ่มนี้มองอนาคต แต่กลับเห็นอดีต อะไรที่คนอื่นคิดว่าเป็นเรื่องเก่าในอดีต กลับมองว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับอนาคต บริษัทที่เก่งกาจในเรื่องเครื่องจักรไอน้ำ มองเห็นแต่โลกอนาคตที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรไอน้ำ พอมีคนประดิษฐ์เครื่องจักรดีเซลขึ้นมา ก็ไม่เปิดใจมองโลกอนาคตที่มีพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องดีเซลวิ่งกันอยู่เต็มถนนไปหมด ความมั่นใจมากเกินไปกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่ตนได้สร้างขึ้นกับเครื่องจักรไอน้ำ ทำให้พนักงานนับพันนับหมื่นคนต้องตกงาน โดยไม่อาจย้อนกลับเข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องจักรได้อีกต่อไป เพราะมีแต่ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่ไม่เป็นที่ต้องการเสียแล้ว เพียงแค่ลดความเชื่อมั่นในความสำเร็จที่ตนได้สร้างขึ้นลงให้ยอมมองด้านอื่นดูบ้าง ศักยภาพที่มีอยู่ในขณะที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่นั้นเกินพอที่จะขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จในมุมมองใหม่ได้ไม่ยาก ขอเพียงแค่ยอมมองด้านอื่นบ้างเท่านั้น

การไม่รับฟังความเห็นที่เป็นลบกับความสำเร็จที่ตนสร้างขึ้นเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ความสำเร็จเดินหน้าไปสู่ความล้มเหลว การให้ความเห็นที่เป็นลบถูกเชื่อว่าเป็นเรื่องที่คนไม่ปรารถนาดีกับตนและหน่วยงานของตน ดังนั้นสิ่งที่ต้องกระทำจึงไม่ใช่การรับฟังแล้วช่วยกันคิด แต่กลายเป็นการรับฟังแล้วตอบโต้ ไม่ต่างไปจากการโต้วาทีที่เน้นคารม โดยไม่คำนึงว่าทั้งความเห็นที่เป็นลบและคำตอบโต้ที่ปรุงแต่งขึ้นนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ คนที่เชื่อมั่นในความสำเร็จของตนเองมากเกินไปมองแยกแยะได้แค่พรรคพวก หรือศัตรู มองเห็นแต่คู่แข่งขัน มองไม่เห็นกรรมการ เพราะกรรมการกลายเป็นคู่แข่งขันไปหมดในสายตาของคนกลุ่มนี้ ดังนั้น จึงแทบไม่มีความเห็นใดๆ จากคนที่ไม่ใช่พรรคพวกที่เป็นความเห็นในทางลบที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์กับการสร้างพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่ชมก็เป็นคำด่าทั้งสิ้น ถ้าไม่ชมก็ต้องด่ากลับไปทั้งนั้น

ผู้หลงใหลในความสำเร็จของตนเองจนเกินพอดี มักไม่มีวัฒนธรรมด้านความโปร่งใส จะบอกกล่าวเรื่องอะไรมักมีกักเล็กกักน้อยอยู่เสมอ จะบอกอะไรต้องมีการติดตามตอนต่อไปอยู่เรื่อย เนื่องจากความไม่โปร่งใส ปิดนั้น ปิดนี่เป็นการกระทำที่ตอบสนองความต้องการแสดงอำนาจเหนือผู้อื่นที่ฝั่งแน่นอยู่ภายในสังขารของคนกลุ่มนี้ และเป็นธรรมดาที่ความหลงตนเองจะมีความต้องการแสดงอำนาจอยู่ข้างเคียงเสมอ หรือมีจิตวิญญาณที่ผูกพันกับอำนาจภิวัฒน์

ต้องยอมรับว่ายากเย็นนักที่จะทำงานร่วมกับใครที่ทั้งหลงตนเอง ทั้งมีจิตวิญญาณของอำนาจภิวัฒน์คนกลุ่มนี้คบยากและทุกข์มากถ้าอยู่ใกล้ แต่สังเกตได้ไม่ยาก อยู่ใกล้ใครแล้วจะพูดจาไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ใครคนนั้นลงท้ายต้องเป็นคำขู่ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมสำหรับคนที่ไม่ใช่พรรคพวกทุกคราไป ท่านว่าหลีกได้ให้หลีกให้ไกล หลีกไม่ได้ให้ทำใจว่าใช้กรรมแต่ปางก่อน จะได้ไม่ทุกข์ทรมานมากนัก

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.บวร ปภัสราทร

แชร์ข่าว :
Tags: