โสภาวดี เลิศมนัสชัย

ดูบทความทั้งหมด

เปิดโลกการเงิน

8 พฤศจิกายน 2556
3,160

เปลี่ยนประเทศไทย ด้วยความรู้การเงินการลงทุน

หากยังจำกันได้ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีข่าวว่า 15 องค์กรภาคธุรกิจการเงิน

อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สมาคมนักวางแผนการเงินไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียน ฯลฯ จับมือลงนามบันทึกความเข้าใจใน โครงการ “เปลี่ยนประเทศไทยให้รุ่งเรืองด้วยความรู้ด้านการเงินการลงทุน” ซึ่ง กบข. เป็น 1 ในนั้น

โดยมีเจ้าภาพคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่ง การให้ความรู้ทางการเงินนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกองค์กรภาคีต่างเดินหน้าให้ความรู้ทางการเงินแก่สมาชิก หรือกลุ่มเป้าหมายของตนเองอยู่แล้ว อาจแตกต่างกันในด้านเนื้อหา สาระ ทั้งการออมในรูปแบบต่างๆ หรือ การลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท สิ่งที่เป็นเรื่องสำคัญก็คือ ณ วันนี้คนไทยมีเงินออมน้อยลง แต่มีหนี้สินเพิ่มขึ้น เพราะขาดความรู้ทางการเงิน

ถามว่า ความรู้ทางการเงินสำคัญอย่างไร ?
หลายคนอาจคิดว่า สำคัญน้อยกว่าการหาเงิน ทั้งที่จริงแล้วความรู้ทางการเงินนั้นสำคัญกว่าการหาเงิน เพราะนี่คือ ทักษะในการจัดการเรื่องเงินตั้งแต่ การออม การกู้ยืม การลงทุน และการใช้ที่ปรึกษาทางการเงินได้อย่างถูกต้อง

ยิ่งในปัจจุบัน การใช้ชีวิตแบบสังคมเมืองมีต้นทุนสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทักษะด้านการเงินจะช่วยให้เราจัดการชีวิตได้ลงตัวยิ่งขึ้น การเปิดเสรีทางการเงิน ทำให้มีช่องทางทำธุรกรรมการเงินใหม่ๆมากขึ้น มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและซับซ้อน หากขาดความรู้ทางการเงินย่อมเดินตามโลกของการลงทุนไม่ทัน

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ปัจจุบัน นายจ้างมักกำหนดให้ลูกจ้างจัดการเรื่องการออมเพื่อการเกษียณเอง จึงทำให้ลูกจ้างต้องเข้าใจและเตรียมพร้อมวางแผนการเกษียณด้วยตนเองได้ ด้วยเหตุนี้ความรู้ทางการเงินการลงทุนจึงเป็นเรื่องที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจ

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้สร้างกรอบความร่วมมือในการพัฒนาทักษะด้านการเงินแก่ประชาชนของกลุ่มประเทศสมาชิกตั้งแต่ปี 2003 และประเทศที่ดำเนินการได้สำเร็จ และถูกนำมาใช้เป็นกรณีศึกษาทั่วโลกคือประเทศนิวซีแลนด์

ก่อนเริ่มโครงการ ประชาชนชาวนิวซีแลนด์มีทักษะด้านการเงินน้อย ออมน้อย หนี้เยอะ มีแหล่งรายได้จากการลงทุนต่ำ ประชาชนมีแนวโน้มอายุสูงขึ้นแต่ขาดการเตรียมพร้อมเพื่อการเกษียณ หลังจากรัฐบาลกำเนิดโครงการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุน (Financial Literacy) ประชาชนจึงตื่นตัวมากขึ้น

โดยรัฐได้จัดทำเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ Financial Literacy ภายในเว็บจะบรรจุเนื้อหาการวางแผนการเงินแต่ละช่วงอายุ ศัพท์การเงินแบบง่าย และเครื่องมือคำนวณสำหรับการวางแผนด้วย หากใครสนใจลองศึกษาได้ที่ sorted.org.nz ค่ะ ล่าสุด รัฐบาลนิวซีแลนด์กำลังออกแบบบริการการให้คำปรึกษาทางการเงิน ที่มีความเป็นมืออาชีพ และราคาไม่แพงแก่ประชาชนทั่วไปอีกด้วยนะคะ

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทยกันบ้าง ดิฉันถือว่า ความร่วมมือในโครงการ “เปลี่ยนประเทศไทยให้รุ่งเรืองด้วยความรู้ด้านการเงินการลงทุน” เป็นนิมิตหมายอันดีค่ะ ในมุมมองส่วนตัว ดิฉันเห็นว่า ประเทศไทยควรดำเนินการสองอย่างเพื่อให้บรรลุผล

หนึ่งคือการผลักดันให้ Financial Literacy เป็นวาระแห่งชาติ ให้มีหน่วยงานกลางที่ประสานความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนระหว่างรัฐ เอกชน และหน่วยงานประชาสังคมต่าง ๆ การทำงานร่วมกับสื่อสารมวลชน เพื่อจัดให้มีละครทีวีที่แทรกความรู้ทางการเงิน น่าจะเหมาะกับสภาพแวดล้อมบ้านเรา และสองคือ การเจาะเข้าสู่ระบบการศึกษา และบูรณาการทั้งด้านการผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ และการใช้ต้นทุนการสื่อสารที่คุ้มค่า

ดิฉันเชื่อว่า หากประชาชนคนไทย 65 ล้านคน มีความรู้ความเข้าใจ การเงินการลงทุน และการวางแผนที่ดีในการสร้างความเพียงพอของเงินออมหลังเกษียณแล้ว ก็เชื่อว่าจะเกษียณได้อย่างสบาย และยังช่วยให้ประเทศไทยรุ่งเรืองได้อีกด้วยค่ะ มาร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทยให้รุ่งเรืองด้วยความรู้ด้านการเงินการลงทุนนะคะ

ดูบทความทั้งหมดของ โสภาวดี เลิศมนัสชัย

แชร์ข่าว :
Tags: