ดร.บวร ปภัสราทร

ดูบทความทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำคอลัมน์ "ก้าวไกล วิสัยทัศน์"

26 สิงหาคม 2556
4,200

อยากชนะจนเกินไป อะไรจะเกิดขึ้น

อยากชนะกับอยากแข่งขันแตกต่างกัน อยากแข่งขันมุ่งหมายที่จะทำให้ตัวเราบรรลุเป้าหมายเป็นอันดับแรก คู่แข่งจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่เป็นเรื่องรอง

อยากชนะมีจุดมุ่งหมายหลักให้คู่แข่งไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ความสำเร็จของคู่แข่งคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดของคนที่อยากชนะ อยากแข่งขัน คู่แข่งไปถึงเป้าหมายได้ แต่เราต้องไปถึงเป้าหมายของเราก่อน แต่อยากชนะหมายถึงต้องทำให้คู่แข่งไปไม่ถึงเป้าหมายให้ได้ ซึ่งเป็นธรรมดาที่คนเราบางครั้งก็อยากแข่งขัน บางครั้งก็อยากชนะ เล่นกอล์ฟเพราะอยากแข่งขัน แต่ทะเลาะกันเพราะอยากชนะ ถ้ารักษาสมดุลระหว่างความอยากสองแบบที่แตกต่างกันนี้ไว้ได้ในระหว่างทำหน้าที่การงาน ชีวิตงานก็มีสีสัน มีเรื่องตื่นเต้นมาช่วยกระตุ้นให้ทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจมากขึ้น ถ้าอยากแข่งขันมากหน่อย ก็มักได้หนทางใหม่ๆ ในการไปให้ถึงเป้าหมายมาให้เห็นให้ได้ใช้กันเป็นระยะๆ แต่ถ้าเอาแต่อยากชนะมากเกินไป หนทางใหม่ๆ ในทางสร้างสรรค์มักไม่ค่อยได้เห็น แต่จะได้เห็นสารพัดวิชามารมากกว่า

ดังนั้น ในการทำงานร่วมกันคงต้องรู้จักลดทอนความอยากชนะกันลงไปบ้าง เพราะความอยากชนะในที่นี้ หมายถึงว่าเพื่อนร่วมงานที่เราอยากเอาชนะนั้น อาจไม่มีวันที่จะทำงานของตนได้ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่แย่มากที่ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นกับคู่แข่งนั้น จริงๆ แล้วก็คือความล้มเหลวผู้ร่วมงานคนหนึ่ง ที่สุดท้ายจะส่งผลกลายเป็นความล้มเหลวของหน่วยงานนั้นโดยรวม ถ้าเผลอไปอยากเอาชนะผู้ที่ทำงานร่วมกันมากเกินไป คนที่เคยเหมือนพระจะกลายเป็นเหมือนมารได้ง่ายๆ เมื่อมีความอยากที่จะเอาชนะมากเกินไป นักประชาธิปไตย กลายเป็นผู้นิยมอำนาจเบ็ดเสร็จหลังจากที่มุ่งมั่นอยากเอาชนะเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป เราคงเคยเห็นการกระทำแปลกๆ เสมือนหนึ่งไม่มีสติ จากคนดีคนเก่งหลายคนมาแล้ว เพราะเบื้องหลังการกระทำแปลกๆ นั้นคือ ความอยากที่จะเอาชนะที่มากเกินสมควร งานวิจัยเมื่อสิบกว่าปีมาแล้วพบว่าการกระทำที่แปลกแตกต่างไปจากเดิมของคนดีคนเก่งที่มุ่งมั่นที่จะเอาชนะมากกว่าที่จะมุ่งมั่นแข่งขัน มาจากสาเหตุสำคัญสามประการ

สาเหตุประการแรกที่ทำให้คนสงบกลายเป็นคนพาลได้นั้น มาจากการที่ความอยากเอาชนะมากเกินไปเป็นตัวกระตุ้นให้คนเราหูตาแคบลงกว่าในภาวะปกติ ความอยากชนะปิดตาปิดหูไม่เราเห็นภาพรวม ดังนั้น เรื่องเล็กเรื่องน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ง่ายๆ เพราะไม่เห็นภาพรวมของทั้งหมดแต่เห็นเป็นเพียงบางส่วน ถ้าไม่ชนะแล้วดูเหมือนจะไม่มีอะไรเหลือเลย โลกของคนที่อยากชนะเกินสมควรนั้นแคบและเล็กกว่าโลกที่เป็นจริง ไม่ชนะคือไม่มีที่ให้อยู่ในโลกใบเล็กที่ตนเองปรุงแต่งขึ้นมา ยิ่งดูโลกแคบเท่าใด ก็ยิ่งกระตุ้นความอยากชนะให้มากขึ้นไปอีก กระตุ้นให้ยิ่งรู้สึกมากขึ้นว่าชัยชนะของคู่แข่งคืออวสานของตนในโลกใบเล็กนั้น ดังนั้น จึงทุ่มเททุกอย่างเพื่อตัดตอนไม่ให้คู่แข่งได้ชัยชนะ เราจึงได้เห็นคนเรียบร้อยกลายเป็นนักเลงได้เพราะอยากชนะมากเกินไป ดังนั้น ถ้าเริ่มรู้สึกว่าโลกชักจะแคบลงกว่าแต่ก่อนมากๆ ถ้าเริ่มรู้สึกทนไม่ได้ที่จะเห็นคนบางคนทำงานได้บรรลุเป้าหมาย ให้รู้ตัวได้แล้วว่ากำลังเกิดอาการอยากชนะ อยากเห็นใครสักคนล้มเหลวเสียแล้ว ซึ่งมีรู้ตัวแล้วหูตาจะมองเห็นโลกที่กว้างใหญ่กว่ามาก ความอยากชนะจะลดลงเมื่อตระหนักได้ว่าใครชนะก็ตาม ฉันก็ยังมีที่เหลือให้เลือกชนะด้วยเช่นกัน

ความอยากชนะทำให้ไม่ใส่ใจละเลยผลที่จะเกิดขึ้นติดตามมา จะทำอะไรให้คู่แข่งไม่บรรลุเป้าหมายก็ทำโดยไม่คิดหน้าคิดหลังว่าสิ่งที่ทำไปแล้วจะส่งผลย้อนอะไรกลับมาบ้าง ความอยากชนะทำให้คนเราเห็นแต่ปัจจุบัน ไม่เห็นอนาคต จึงออกอาการทำก่อนคิดตามมาเสมอ คนเก่งคนดีหลายคนทำสิ่งที่ไม่เคยทำในยามปกติเพราะทำไปโดยไม่ได้คิด คนรอบคอบกลายเป็นคนประมาทหากความอยากชนะมาบังไม่ให้คิดถึงผลที่ตามมาจากการกระทำนั้น ถ้าเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมาเมื่อใด ให้รีบทบทวนว่าตอนนี้เรากำลังอยากชนะอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่หรือไม่ ทบทวนได้ความจริงแล้วอาการทำโดยไม่คิดจะค่อยๆ ลดลงไปเอง อยากชนะในทุกวิถีทางจะลดลงเป็นอยากแข่งขันให้บรรลุเป้าหมายของเราก่อนคู่แข่ง ไม่ใช่ต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้คู่แข่งบรรลุเป้าหมายได้

ความอยากชนะที่มากเกินไปทำให้มองคู่แข่งกลายเป็นศัตรูไปทั้งหมด ถ้ายังเห็นเป็นคู่แข่ง การตอบโต้จะไปในลักษณะการชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่ถ้าเห็นเป็นศัตรูนั้นหมายถึงการตอบโต้ที่ต้องตัดตอนไม่ให้คู่แข่งประสบความสำเร็จ ไม่ว่าเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ วันใดที่เริ่มรู้สึกว่าคนรอบตัวเป็นศัตรูไปหมด ขอให้ถามตัวเองว่าความสำเร็จของคนที่เรามองว่าเป็นศัตรูนั้นมีผลเสียหายใดๆ กับการงานของเรา พร้อมๆ กับทบทวนว่าความสำเร็จของคนที่เรามองว่าเป็นศัตรูนั้นจะช่วยส่งเสริมเราในเรื่องใดบ้าง ถ้าพบว่าความสำเร็จของคนที่มองเห็นไปว่าเป็นศัตรูกลับสร้างประโยชน์บางอย่างให้กับหน้าที่การงานของเรา ย่อมยืนยันได้ว่าคนนั้นเป็นแค่คู่แข่ง ไม่ใช่คู่อาฆาต การตอบโต้ก็จะเป็นแค่ตอบโต้คู่แข่งเท่านั้น

คนดีหลายคนเสียคนเพราะหมกมุ่นกับความอยากชนะเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว จนเกิดอาการหลอนว่าถ้าคนอื่นชนะแล้ว ฉันหมดอนาคตแน่นอน คนดีที่จมอยู่กับความอยากชนะจึงสามารถสร้างเรื่องแย่ๆ ออกมาได้มากกว่ามหาโจรเสียอีก

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.บวร ปภัสราทร

แชร์ข่าว :
Tags: