ผลการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ AIIB ครั้งที่ 3

ผลการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ AIIB ครั้งที่ 3
9 กรกฎาคม 2561
886
 

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank: AIIB) ครั้งที่ 3 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2561 ณ เมืองมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ AIIB ครั้งที่ 3 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อการระดมทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน” (Mobilizing Finance for Infrastructure: Innovation and Collaboration) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะผู้ว่าการของไทยได้มีถ้อยแถลงถึงบทบาทที่แข็งขันของ AIIB ในการให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนแก่ประเทศสมาชิกเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมาแล้วกว่า 12 ประเทศ คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับแต่เริ่มจัดตั้งเมื่อปี 2559 นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงการสนับสนุนการระดมทุนจากภาคเอกชนเพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านนโยบายส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ของไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) ซึ่งอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการจัดตั้ง

ถ้อยแถลงดังกล่าวยังได้เน้นย้ำความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่จะมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันทางเศรษฐกิจจากความเชื่อมโยงดังกล่าว และยังเชื่อมต่อกับเส้นทางการค้าภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ของสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย ทั้งนี้ประเทศไทยได้เสนอแนะให้ AIIB ขยายบทบาทการให้ความช่วยเหลือให้ครอบคลุมประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้มีการพัฒนาแนวทางการระดมทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งเสริมความยั่งยืนของการระดมทุนเพื่อความสำเร็จในระยะยาวของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ในการสัมมนาของผู้ว่าการ AIIB ภายใต้หัวข้อ “Mobilizing Finance for Infrastructure” ได้กล่าวถึงจำนวนเงินทุนที่ต้องใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทวีปเอเชียว่ามีจำนวนสูงถึงประมาณ 1.3
ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งรัฐบาลและธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับพหุภาคี (Multilateral Development Banks: MDBs) สามารถสนับสนุนได้เพียงครึ่งหนึ่งของเงินจำนวนดังกล่าวเท่านั้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องระดมทุนจากภาคเอกชนเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว โดยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง กรอบทางด้านกฎระเบียบและกฎหมายที่แข็งแกร่ง การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และการสร้างความพร้อมของโครงการให้น่าลงทุนสำหรับภาคเอกชน นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่อาจมีผลให้เงินทุนไหลออกจากภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ซึ่งถือเป็นความท้าทายของการระดมทุนจากภาคเอกชนในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ AIIB ยังได้เรียกร้องให้ภาครัฐของประเทศสมาชิกให้ความช่วยเหลือภาคเอกชนในการเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับปฏิบัติการ

การหารือโต๊ะกลมของผู้ว่าการ AIIB ภายใต้หัวข้อ “Leveraging Finance for Asia’s Infrastructure” ได้มีการหารือ 3 หัวข้อ ได้แก่ การระดมทุนเพื่อการขนส่ง การระดมทุนเพื่อการสร้างเมืองยั่งยืน และการระดมทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐานจากภาคเอกชน โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกกล่าวถ้อยแถลงในแต่ละด้าน เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนในภาคการขนส่ง ระเบียงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ข้อริเริ่ม BRI ฯลฯราชอาณาจักรเดนมาร์กให้ความสำคัญกับการสร้างเมืองยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับประชาชน สหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐสิงคโปร์พร้อมดำเนินงานร่วมกับประเทศสมาชิกและ AIIB ในการแบ่งปันประสบการณ์และใช้ความเชี่ยวชาญในการส่งเสริมการระดมทุนจากภาคเอกชน

ในการประชุมประจำปีของผู้ว่าการ AIIB ครั้งที่ 3 ประกอบด้วยผู้ว่าการจากประเทศสมาชิกต่างๆ รวม 64 ประเทศ และฝ่ายบริหารของ AIIB ซึ่งนำโดยนาย Jin Liqun ประธาน AIIB ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของ AIIB รับรองรายงานประจำปี 2560 งบการเงินประจำปี 2561 และ ผลการเลือกตั้งกรรมการ AIIB ชุดใหม่ รวมทั้งเห็นชอบให้สาธารณรัฐเลบานอนเข้าเป็นสมาชิก ลำดับที่ 87    ซึ่งถือเป็นสมาชิกรายล่าสุดของ AIIB

การหารือเวที Asian Infrastructure Forum Workshop ซึ่ง AIIB จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานจริงในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีการหารือที่สำคัญ ภายใต้หัวข้อ Building Infrastructure for Asian Cities ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนของทวีปเอเชียในศตวรรษที่ 21 การแก้ปัญหาที่ท้าทายสำหรับการพัฒนาเมือง และการสัญจรในเมือง และหัวข้อ Advancing Together: ASEAN Infrastructure Development ซึ่งมีการหารือถึงการเพิ่มความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน โดยผู้เข้าร่วมหารือได้กล่าวถึงความสำคัญของความเชื่อมโยงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมโยงทางการเงิน นอกเหนือจากการสร้างความเชื่อมโยงทางกายภาพ อีกทั้งยังเห็นว่าภูมิภาคอาเซียนควรเร่งพัฒนาเศรษฐกิจในบริเวณชายแดนระหว่างประเทศ และควรลดการกระจุกตัวของความเจริญในเมืองหลวงไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเห็นว่ารัฐบาลควรสนับสนุนบทบาทของภาคเอกชนให้สามารถร่วมดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานได้จริงในทางปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ AIIBครั้งต่อไปจะจัดขึ้น ณ ราชรัฐลักเซมเบิร์กระหว่างวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2562

แชร์ข่าว :
Tags: