“อ.ส.ค.” ปลื้มคว้ารางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น 4 ปีซ้อน

25 สิงหาคม 2561
572

“รางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่นด้านการยกระดับการบริหารจัดการองค์กร” และ”รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล”

... ฉุดไม่อยู่ คว้ารางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น 4 ปีซ้อน ส่วนปีนี้คว้าอีก 2 รางวัล “รางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่นด้านการยกระดับการบริหารจัดการองค์กร” และ”รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล” พร้อมประกาศเดินหน้าผนึกความร่วมมือระหว่างรัฐวิสาหกิจ เสริมแกร่งการผลิตนำการตลาดและดันยอดขายภายใน 64 ทะลุ 12,000 ล้านบาท

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) กล่าวว่า จากความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพัฒนาองค์กรและส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมนมไทยให้เป็นที่ยอมรับและเป็นอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเครือข่ายพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ทำให้วันที่ 24 สิงหาคม 61ที่ผ่านมา อ.ส.ค. สามารถคว้ารางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประเภท “รางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่น”ด้านการยกระดับการบริหาร จัดการองค์กร” และรางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ประจำปี 2561จากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใน “งานประกาศรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น หรือ SOE Award” ประจำปี 2561 ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ภายใต้แนวคิด “รวมพลังรัฐวิสาหกิจ พัฒนาเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลอย่างยั่งยืน"

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อ.ส.ค.ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นด้านการบริหารจัดการสารสนเทศ 2 ปีซ้อนมาแล้ว คือในปี 2558 ปี 2559 และจากการเดินหน้าพัฒนาองค์กรมาอย่างต่อเนื่องทำให้ปี 2560 สามารถคว้ารางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น “ด้านพัฒนาองค์กรดีเด่นในภาพรวม” ส่วนปีนี้คว้ามาอีก 2รางวัลและถือว่าได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของพนักงาน อ.ส.ค. เป็นอย่างมากและทุกรางวัลที่ได้รับจะเป็นกำลังใจสำคัญในการที่ อ.ส.ค.จะเดินหน้าขับเคลื่อน พัฒนาองค์กรให้แข่งแกร่งทางด้านธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมการพัฒนาอุตสาหกรรมนมไทยให้เป็นที่ยอมรับและเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนคู่สังคมไทย

อย่างไรก็ตาม การจะขับเคลื่อนองค์กรและอุตสาหกรรมนมไทยให้แข็งแกร่งได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือที่ดีระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพขององค์กร ซึ่งที่ผ่านมา อ.ส.ค. ได้ผนึกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ ลงนามความร่วมมือระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) เพื่อช่วยสนับสนุนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยกระดับการบริหารจัดการองค์กรอย่างยั่งยืน อาทิ ด้านการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน การบริหารจัดการสารสนเทศ การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และสนับสนุนความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ ผ่านโครงการส่งเสริมด้านอุตสาหกรรมโคนม การตลาดผลิตผลและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกร

ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และชุมชนในภาคเกษตรให้ดีขึ้น เน้นใช้หลักการตลาดนำการผลิต พัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อเชื่อมโยงการตลาดและการผลิตอย่างครบวงจร ซึ่ง ธ.ก.ส.มีเกษตรกรลูกค้าครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่วนหนึ่งเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สหกรณ์โคนม ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบให้กับ อ.ส.ค. รวมถึงเป็นเกษตรกรผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตการเกษตร ส่งสินค้าจำหน่ายในตลาด อ.ต.ก. เป็นการเชื่อมโยงการผลิต การตลาด ระหว่างเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. กับเครือข่ายการตลาดของ อ.ต.ก. และ อ.ส.ค. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความยั่งยืน ในการพัฒนาเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และชุมชนในภาคเกษตรตลอดไป

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวถึง แนวทางด้านการยกระดับการบริหารจัดการองค์กรในอนาคตด้วยว่า อ.ส.ค. จะมุ่งเน้นปรับปรุงจุดอ่อนเพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมขับเคลื่อนองค์กรภายใต้พันธกิจเป้าหมายที่วางไว้ ได้แก่1. ส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้เป็นอาชีพแก่เกษตรกรไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน 2. พัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมนมให้ครบวงจรและมีมูลค่าเพิ่ม 3. สร้างแหล่งความรู้ด้านกิจการโคนมและอุตสาหกรรมนม 4. มุ่งบริหารจัดการองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง (HPO) ด้วยหลักธรรมาภิบาล

การผลักดันให้นมไทย-เดนมาร์คเป็นแบรนด์นมแห่งชาติที่ติดอยู่ในใจของคนไทย พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขายรวมไม่น้อยกว่า 12,000 ล้านบาทในปี 2564 มุ่งพัฒนาองค์ความรู้และยกระดับอุตสาหกรรมโคนมแบบครบวงจรที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทยและคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและสังคม พร้อมดำเนินการวิจัยและพัฒนานำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งยังมุ่งสร้างความสามารถการแข่งขันเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ เช่น ฟาร์มโคนมออร์แกนิก, ศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม, ศูนย์วิจัย, โรงงานผลิตภัณฑ์นมมาตรฐานสูง, ตลาดจำหน่ายสินค้า เป็นต้น” ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าว

สำหรับการจัดงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นหรือ SOE Award ประจำปี 2561 จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งปีนี้จัดภายใต้แนวคิด "รวมพลังรัฐวิสาหกิจ พัฒนาเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลอย่างยั่งยืน" ซึ่งปีนี้โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ได้กำหนดรางวัลใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา คือ รางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่น เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐวิสาหกิจใน 2 ด้าน ประเภทแรกคือ 1.ด้านการยกระดับการบริหารจัดการองค์กรหรือโครงการพี่เลี้ยงและประเภทที่ 2.คือด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Collaboration) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้ความร่วมมือกันระหว่างรัฐวิสาหกิจ

  • 1/3
  • 2/3
  • 3/3
แชร์ข่าว :
Tags:

i-NewspaperView All

ห่วง‘ส่งออก’ปี61หลุดเป้า8%