บริดจสโตน ยกระดับคุณภาพยาง คิดค้นนวัตกรรมโพลิเมอร์ชนิดใหม่

31 กรกฎาคม 2561
491

บริดจสโตนมุ่งหวังว่าโพลิเมอร์ HSR จะเป็นนวัตกรรมเอกสิทธิ์ทรงพลัง ด้วยเป้าหมายของการเป็นวัตถุดิบยั่งยืน 100 %

 

บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพยางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเป็นผู้พัฒนานวัตกรรมโพลิเมอร์ชนิดใหม่ขึ้นเป็นรายแรก*1ของโลก ที่ทนต่อการถูกกระแทกได้สูงกว่า 5 เท่า*2 ทนต่อการขีดข่วนได้มากกว่า 2.5 เท่า*3 และมีความต้านทานแรงดึงมากกว่า 1.5 เท่า*4 เมื่อเทียบกับยางธรรมชาติ และทนต่อความเสียหายได้มากกว่ายางสังเคราะห์ทั่วไปด้วยการเชื่อมยางและเรซินเข้าด้วยกันในระดับโมเลกุล

โพลิเมอร์ชนิดใหม่นี้มีชื่อว่า “High Strength Rubber (HSR)” ซึ่งนำวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของยางสังเคราะห์ ได้แก่ บิวทาไดอีน (butadiene) และไอโซปรีน (isoprene) เชื่อมเข้าด้วยกันกับส่วนประกอบของ เรซิน ได้แก่ เอทิลีน (ethylene)*5 ในระดับโมเลกุล โดยใช้แกโดลิเนียม (gadolinium หรือ Gd)6* เอกสิทธิ์เฉพาะของบริดจสโตนเพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์โพลิเมอร์รวม (copolymerization)*7 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเนื่องจากสามารถเชื่อมความยืดหยุ่นของยางเข้าด้วยกันกับความเหนียวของเรซิน

 

ทั้งนี้ บริดจสโตนมุ่งหวังว่าโพลิเมอร์ HSR จะเป็นนวัตกรรมเอกสิทธิ์ทรงพลัง ด้วยเป้าหมายของการเป็นวัตถุดิบยั่งยืน 100 %*8 ตอบโจทย์คุณสมบัติที่เหนือกว่าเพื่อลดการใช้วัตถุดิบในการผลิตที่น้อยกว่า สอดคล้องกับความตั้งใจที่จะทดลองใช้โพลิเมอร์ HSR ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ นอกจากผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ด้วย และวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวของบริดจสโตน ที่มุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในทุกๆขอบเขตของการดำเนินธุรกิจ พร้อมตอบแทนสู่สังคมเพื่อตอบสนองความต้องการให้ครอบคลุมความหลากหลายของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

*1 แหล่งที่มา: บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น

*2 ข้อมูลตัวเลขมาจากการทดสอบโดยใช้ JIS K 6270 (ใช้วิธีการทดสอบการควบคุมระยะยืดของยางวัลกาไนส์และยางเทอร์โมพลาสติก)

*3 ข้อมูลตัวเลขมาจากการทดสอบโดยใช้ JIS K 6264-2 (ใช้วิธีการทดสอบการขีดข่วนของ Lambourn ของยางวัลกาไนส์และยางเทอร์โมพลาสติก)

*4 ข้อมูลตัวเลขมาจากการทดสอบโดยใช้ JIS K 6251 (ใช้วิธีการทดสอบคุณสมบัติแรงดึงของยางยางวัลกาไนส์และยางเทอร์โมพลาสติก)

*5 เอทิลีนเป็นววัตถุดิบพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตพลาสติก, ไฟเบอร์สังเคราะห์ และสารปิโตรเคมี  โพลีเอทิลีนเกิดจากกระบวนารPolymerization ของเอทิลีน ซึ่งเป็นเรซินสังเคราะห์ที่ถูกใช้มากที่สุด

*6 ตัวเร่งปฏิกิริยาแกโดลิเนียมเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแบบ Polymerization ได้ยางรับการพํฒนาโดยบริดสจสโตนใช้ในการน

*7 Copolymerization เป็นกระบวนการทำปฏิกิริยาเคมีในระดับโมเลกุลของโพลิเมอร์ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป เพื่อสังเคราะห์สายใยโพลิเมอร์

*8 กลุ่มบริษัทบริดจสโตนนิยาม “sustainable materials” ว่าเป็นวัตถุดิบที่มาจากแหล่งวัตถุดิบที่ใช้มาอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจในระยะยาว และมีลต่อกระทบในระดับน้อยต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดวงจรการจัดหาถึงการกำจัดของเสีย

 

เกี่ยวกับ บริดจสโตน

บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น  มีสำนักงานใหญ่ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์ยางที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากการผลิตยางรถยนต์สำหรับการนำไปใช้ที่หลากหลายกว้างขวางแล้ว ยังผลิตผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่หลากหลายครอบคลุมในวงกว้างซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ยางอุตสาหกรรมและเคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์กีฬา ผลิตภัณฑ์ของบริดจสโตน มีจำหน่ายมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย บริดจสโตนประสบสำเร็จในการเป็นผู้นำทางการตลาดยางรถยนต์ในประเทศตลอดกว่า 49  ปี นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี                    พ.ศ. 2512 โดยมีแนวทางการทำงาน คือ มุ่งมั่น ริเริ่ม สร้างสรรค์ คิดค้น วิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ในทุกๆด้านให้ดีที่สุดและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในประเทศ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในกระบวนการผลิต การตรวจสอบควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน นอกจากนี้บริดจสโตนยังส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกิจกรรมเพื่อสังคมให้สอดคล้องกับปรัชญาที่ยึดมั่นเป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลกว่า “รับใช้สังคม ด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า” (Serving Society with Superior Quality)

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

นางสาวภัทรวัลลิ์ ขันทอง                                

ผู้จัดการแผนกสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม                                                                   

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด         

โทรศัพท์: 02-636-1505 ต่อ 2381 Email: pattarawall.khanthong@bridgestone.com

 

แชร์ข่าว :
Tags:

i-NewspaperView All

ปีติ‘ร.10’ทรงนำปั่นอุ่นไอรัก