วัดความเชื่อถือ 'กกต.' กับเรื่องร้อน ยิ่งกว่าอากาศ

23 เมษายน 2562 | โดย เทพจร
16,779

การเมืองช่วงรอประกาศรับรองความเป็น ส.ส. อย่างเป็นทางการ จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความขมุกขมัว เพราะหลายสิ่งตามสภาพของการเมืองไทย ไม่ใช่อย่างที่เคยเป็นมา

อนึ่งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กำหนดให้ “กกต.” รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ให้แล้วเสร็จ โดยไม่เกินกรอบ 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม ซึ่ง “กกต.” ขีดเดดไลน์ของตัวเองให้ทำงานให้เสร็จ และเตรียมประกาศรับรองผลเลือกตั้ง 9 พฤษภาคมนี้ ก่อนเดดไลน์ 15 วัน เพื่อกันกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้

โดยเฉพาะการจัดการ เลือกตั้งซ่อม หรือ เหตุที่ต้องมีผลเปลี่ยนแปลงคะแนนเลือกตั้ง ที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับในช่วงเลือกตั้ง เหตุผลสำคัญที่ต้องรอกระบวนการรื้อใหม่ เนื่องจาก ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม ที่ออกแบบให้ทุกคะแนนเสียง ไม่ตกน้ำ จำเป็นต้องนำคะแนนนิยมที่ได้จากการเลือกตั้ง นำมาคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

ดังนั้นหากให้ กกต. จัดคำสั่งคอมโบเซต เลือกตั้งใหม่แค่ 5 เขต เท่ากับว่า การประกาศรับรองผลความเป็นส.ส. ภายใน 9 พฤษภาคมนี้ อาจต้องยืดไป เนื่องจากมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดเป็น เดดล็อกไว้ด้วยว่า ต้องรับรองผลความเป็น ส.ส. ให้เกิน 95 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะดำเนินการในขั้นตอนสำคัญต่อไปได้ คือ การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก

อย่างไรก็ตามกระบวนการทางการเมือง นอกจากรอฟังคำประกาศผลเลือกตั้ง ยังมีสิ่งที่เคลื่อนไหวต่อเนื่อง คือ กระบวนการจัดตั้งรัฐบาล ผ่านการรวมเสียงข้างมาก โดยขณะนี้ปรากฏภาพชัด คือ มีขั้วของ “พรรคเพื่อไทย” รวมกับ 7 พรรคการเมือง กับขั้วของ “พลังประชารัฐ” ที่ล่าสุดยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีกี่พรรคการเมืองเข้าร่วมอย่างจริงจัง

แต่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันถึงความมั่นใจว่าขั้วที่ชู “พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา” นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนต่อไป จะได้รับการตอบรับ เพื่อให้ “ลุงตู่” คัมแบ็คบนเก้าอี้สูงสุดของฝ่ายบริหารแน่นอน

2_14

หากมองจากรูปการณ์ เห็นได้ชัดว่า โอกาสที่ พลังประชารัฐ จะได้สมใจหมาย วิธีเดียว คือ ตัดทอนเสียงของ กลุ่มพรรคฝั่งเพื่อไทย ให้ได้มากที่สุด ผ่านกระบวนการสำคัญที่มี “นักร้อง” ยื่นเรื่องต่อ “กกต.” ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของเหล่าว่าที่ส.ส. ในสถานะที่ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค ทั้ง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” - “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ว่าดีพร้อมเป็น “ส.ส.” ตามที่ได้รับเลือกมาหรือไม่

เนื่องจากมีกรณีที่เป็นข้อสงสัยว่า “คุณสมบัติความเป็นส.ส.นั้นจะสิ้นลง” เพราะถือครองหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน ตามข้อห้ามที่เข้มงวดของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กำหนด

แต่กับกรณีนี้ เชื่อว่า กกต. ต้องใช้ความละเอียดและรอบคอบอย่างหนัก เพราะหาก ตัดสินชี้ขาดไปในทางสร้างผลกระทบกับ “ว่าที่ ส.ส.” ย่อมเกิดผลกระทบต่อการทำงานในฐานะองค์กรอิสระที่ต้องปราศจากการแทรกแซงอย่างแน่นอน

เพราะตามที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่” แถลงดักทาง กกต. ว่า หากตัดสินชี้ขาด โดยไม่ให้ “ธนาธร” ฐานะผู้ถูกยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ ชี้แจงหรือแก้ต่าง ย่อมทำให้เห็นว่ามีความหวังผลทางการเมืองต่อการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งแน่นอน อีกครั้งจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อ “กกต.” ฐานะผู้กำกับการเลือกตั้งที่ต้องมีอิสระและยุติธรรมในการทำหน้าที่

ดังนั้น สถานการณ์การเมืองก่อนการรับรองผลเลือกตั้ง ยังมีความขุ่นมัว และร้อนระอุ เหมือนฝุ่นพิษที่ปกคลุมภาคเหนือ และทั่วประเทศไทยยามนี้ อุณหภูมิร้อนจนแทบจะอยู่โดยปราศจากความเย็นไม่ได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: