'สุดารัตน์' โพสต์เช้านี้ ลั่นเป็นแม่ทัพ สู้ในสงครามสุดใจ ไม่รู้จะรอดชีวิตหรือไม่

23 มีนาคม 2562
5,719

ไม่จับมือร่วมกับเผด็จการ!! "สุดารัตน์" โพสต์เช้านี้ ลั่นเป็นแม่ทัพ สู้ในสงครามสุดใจ ไม่รู้จะรอดชีวิตหรือไม่

เพจเฟซบุ๊ค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเช้านี้ ระบุว่า 22 มีนาคม 2535 วันที่สุดารัตน์เริ่มต้นชีวิตทางการเมือง

เมื่อวานนี้ หน่อยได้ขึ้นปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันอาทิตย์นี้ ถือเป็นวันแห่งความหวังของคนไทยทุกคนที่จะเดินออกจากความทุกข์

ในวันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี มักเป็นวันที่หน่อยได้ทบทวนถึงเส้นทางชีวิตของตัวเองบนถนนสายการเมือง ซึ่งเริ่มต้นในวันที่ 22 มีนาคม 2535 วันที่ “สุดารัตน์ เกยุราพันธ์” ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเลือกเข้าสู่สภาฯ เป็น ส.ส.สมัยแรก จาก เขต 12 พรรคพลังธรรม (บางเขน, หลักสี่, ดอนเมือง, สายไหม, มีนบุรี, หนองจอก, คลองสามวา) ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 1/3 ของพื้นที่ทั้งกรุงเทพมหานคร

27 ปี บนถนนสายการเมือง เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งในบทบาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บทบาทเลขาธิการพรรคพลังธรรมซึ่งหน่อยเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ รวมถึงบทบาทรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

ไปจนถึงบทบาทในฝ่ายบริหาร ตั้งแต่กระทรวงเล็กถึงกระทรวงใหญ่ ตั้งแต่รัฐมนตรีช่วย ถึงเป็นรัฐมนตรีเต็มตัว ทั้งในกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงงานเพื่อสาธารณประโยชน์ ผ่านมูลนิธิไทยพึ่งไทย และสถาบันสร้างอนาคตไทย

อาชีพการเมืองที่หน่อยรักทำให้ได้มีโอกาสทำงานรับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่นทำโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ 30 บาทรักษาทุกโรคให้โอกาสคนไทยได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพทัดเทียมทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ

ตั้งแต่การแก้ไขปัญหาจราจร โดยหน่อยเป็นผู้วางแผนแม่บทรถไฟฟ้า และแผนเชื่อมโยงทางด่วนในกรุงเทพทั้งหมดตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศอย่างสึนามิ และการระบาดของโรคซาร์และหวัดนก

รวมทั้งการดูแลคุณภาพชีวิตของคนไทยเช่นในช่วงที่หน่อยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในเวลานั้นหน่อยต้องการสร้างความแข็งแรงให้คนไทยด้วยการตั้งเป้าหมายลดโรคที่สำคัญ 4 โรคที่คนไทยเป็นกันมาก ได้แก่โรคไขมันสูง ความดัน เบาหวาน และมะเร็ง ด้วยโครงการ “อาหารปลอดภัย” และสนับสนุนการ “ออกกำลังกาย” ไปทั่วประเทศ

พี่น้องคะ ในการเลือกตั้ง วันที่ 24 มีนาคมที่จะถึงนี้ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญในชีวิตของ “สุดารัตน์ เกยุราพันธ์” การเดินทางครั้งนี้หนักหนาและท้าท้ายยิ่งกว่าเคย โดยเฉพาะในบทบาท ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศซึ่งได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างถล่มทลายในทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งนับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา

งานการเมืองเป็นความท้าทาย แต่ไม่เคยท้อถอย

หนึ่งคำถามที่หน่อยได้รับเสมอ ถึงการกลับมาทำงานการเมืองครั้งนี้ “ทำไมยังสู้ต่อ ?” โดยเฉพาะในท่ามกลางความพยายามที่จะทำลายพรรคเพื่อไทยทุกรูปแบบ

หน่อยรู้ค่ะว่า เราเสียเปรียบตั้งแต่ต้น และมีความพยายามในการจะทำลายเราอยู่ตลอด แต่สิ่งเดียวที่ทำให้สุดารัตน์ยังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ คือ “ความหวังที่ประชาชนฝากไว้กับเรา”

วันนี้หน่อยเป็นแม่ทัพ เรามีหน้าที่สู้ไปข้างหน้า เราไม่รู้ว่าเมื่อออกรบ เมื่อสู้ในสงคราม เราจะรอดชีวิตหรือไม่ หน่อยรู้แต่ว่า เราต้องสู้ให้สุดกำลัง สู้ในทุกสมรภูมิ เพราะประชาชนฝากความหวังไว้กับเรา

หน่อยและพรรคเพื่อไทย เรายืนหยัดต่อสู้บนหลักการประชาธิปไตยมาโดยตลอด เราเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่สามารถยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ว่า
ในอดีต เราไม่เคยร่วมจับมือกับเผด็จการ
ปัจจุบัน เราก็จะไม่ร่วมจับมือกับเผด็จการ

และในอนาคตหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยก็จะไม่จับมือร่วมกับเผด็จการในทุกกรณี นี่คือจุดยืนของเรา และจะเป็นเช่นนี้เสมอ

หน่อยและพรรคเพื่อไทย เลือกยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย และยึดเอาประชาชนเป็นหัวใจของพรรค ด้วยหลักที่เรายึด ทำให้เรายืนหยัดได้อยู่เสมอ แม้จะโดนกลั่นแกล้งให้ล้มลงไปกี่ครั้งก็ตาม

เมื่อพรรคเพื่อไทยจับมือกับประชาชนแล้ว ไม่มีสิ่งใดจะเอาชนะพลังของพวกเราไปได้ กระทั่งกติกาที่บิดเบี้ยว ซึ่งร่างโดยเผด็จการชุดนี้เพื่อหวังสืบทอดอำนาจทางการเมืองก็ตาม

22 มีนาคม สำหรับหน่อย จึงเป็นทั้งวันแห่งการเริ่มต้นชีวิตบนถนนสายการเมือง และถือเป็นวันแห่งการยุติการสืบทอดอำนาจ

เพราะในต้นปี 2535 ยังเกิดความพยายามที่จะสืบทอดอำนาจ รสช. มุ่งเปิดทางให้มีนายกฯ คนนอก ผ่าน รัฐธรรมนูญที่ร่างโดยเนติบริกรหน้าเดิม แบบเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

ในวันนั้น หน่อยได้ร่วมกับพี่น้องประชาชน ต่อสู้กับการสืบทอดอำนาจ จนนำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535
เหลือเชื่อว่า ผ่านไปแล้ว 27 ปี หน่อยและพี่น้องประชาชนยังคงต้องต่อสู้เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการ

การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม คือช่วงเวลาสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ เป็นเวลาที่เราจะได้ออกไปเขียนประวัติศาสตร์ร่วมกัน

พี่น้องจะเล่าให้ลูกหลานฟังได้ว่า ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ เราได้ร่วมมือกันเอาชนะเผด็จการมาแล้ว เราจะได้ส่งมอบประเทศนี้ให้กับคนรุ่นต่อไปอย่างเป็นประชาธิปไตย

ขอชวนร่วมทำภารกิจครั้งนี้ไปด้วยกันค่ะ

2_2

3

4

5

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: