'บิ๊ก ตร.' ถกล่าโจรจี้ชิงทอง 215 บาท

8 มีนาคม 2562
1,349

"เฉลิมเกียรติ" รุดถกคดีโจรจี้ร้านทองออโรร่า​ สาขาบิ๊กซีพระราม 4 หลังถูกคนร้ายแปลงโฉม-สวมวิก ใช้อาวุธปืนบุกกวาดสร้อยคอทองคำหนักกว่า 215 บาท หลบหนีไปอย่างใจเย็น คาดผู้ก่อเหตุยังกบดานอยู่ในพื้นที่ กทม.

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกโม่ เข้าไปชิงทรัพย์เป็นสร้อยคอทองคำ น้ำหนักรวม 215 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ร้านทองออโรร่า​ สาขาบิ๊กซีพระราม 4 กรุงเทพ​ ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ทองหล่อ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องจรปิด พบผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 35 ปี สูงประมาณ 170 เซ็นติเมตร ใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อไหมพรมถักสีขาวคาดม่วง ใส่วิกผมยาวพร้อมใส่ถุงมือ มาเดินดูลาดเลาบริเวณที่เกิดเหตุอยู่หลายรอบ กระทั่งเมื่อปลอดคนจึงลงมือก่อเหตุ ก่อนจะกวาดสร้อยคอทองคำจำนวนมากหลบหนีไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา​ 10.00​ น.​ วันที่​ 8​ มี.ค.2562​ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ​ ศรีวรขาน​ รอง​ ผบ.ตร.​ ได้เดินทางเข้าติดตามคดีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ทองรูปพรรณ​รวม​ 215​ บาท​ ภายในร้านทองออโรร่า​ สาขาบิ๊กซีพระราม4 กรุงเทพ​ เมื่อวันที่​ 7​ ก.พ.ที่ผ่านมา​ โดยมี​ พล.ต.ต.มงคล​ วรุณโณ ผบก.น.5​ พ.ต.อ.พรชัย​ ชลอเดช​ รอง​ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ขจรพงศ์​ จิตต์ภาคภูมิ​ ผกก.สน.ทองหล่อ​ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์​ นาคามาตร​ รอง​ ผกก.สส.สน.ทองหล่อ​ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยงข้อง​ ร่วมประชุมในครั้งนี้​ ที่ห้องประชุมชั้น3 สน.ทองหล่อ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าทางคดีไปมาก แม้ว่ารายละเอียดทางตัวบุคคลของคนร้ายจะยังไม่แน่ชัด เนื่องจากมีการปิดบังลักษณะที่แท้จริงของตัวเอง ส่วนเส้นทางการหลบหนีนั้น ยังอยู่ในรายละเอียดของชุดสืบสวนที่กำลังเร่งติดตามตัวอยู่ อย่างไรก็ตาม จากที่มีรายงานข่าวเมื่อวานนี้ระบุว่า คนร้ายว่าจ้างรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อไปส่งยังจุดหมายนั้น ตำรวจได้เรียกตัวพยานผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาสอบปากคำแล้ว ซึ่งเจ้าตัวอาจเข้าใจผิดไปเอง ดังนั้น วินจักรยานยนต์รับจ้างจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เชื่อว่าคนร้ายยังคงหลบหนีอยู่ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยให้ทางชุดสืบสวนจะทำการตรวจสอบแผนประทุษกรรมว่า เคยมีผู้ก่อเหตุในลักษณะปิดบังอำพรางตัวตนเช่นเดียวกันนี้มาก่อนหรือไม่​ เพื่อเร่งล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด​

 

ทางด้าน​ น.ส.จุฑารัตน์​ สายเท้าเอี้ยง​ อายุ​ 32​ ปี​ ให้การ​ว่า​ ก่อนเกิดเหตุพบคนร้ายเดินวนหน้าร้าน​ 2  รอบ​ ในเวลา​ 1 ชั่วโมง​ สาเหตุที่จำคนร้ายได้ดี​ เนื่องจากการแต่งตัวที่ผิดปกติไปจากคนทั่วไป​ คือ​ มีการปิดบังใบหน้าใส่หน้ากากอนามัย​ แต่งหน้า​ เขียนคิ้ว​ ลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง​ ใส่เสื้อไหมพรมแขนยาว​ เมื่อคนร้ายเดินเข้ามาภายในร้าน​ จึงเห็นชัดเจนว่าสวมวิกผมบ๊อบ​ เขียนคิ้วสีดำ​ เขียนเปลือกตาสีแดง​ เดินมาที่เคาเตอร์​ ก่อนชักปืนลูกโม่ไม่ทราบขนาดจี้​ แล้วพูดด้วยสำเนียงไทยกลางว่า​ “เอาทองเส้นละ​ 1บาทและ2บาท​ มาใส่ในถุง​ ถ้าไม่ให้จะวางระเบิดร้าน” เมื่อพูดจบได้นำถุงพลาสติกมาวางบนเคาเตอร์​ ด้วยความตกใจจึงหันไปหยิบทองเส้นละ​ 1-2​ บาท​ ใส่ในถุงที่คนร้ายเตรียมไว้ให้​ ก่อนคนจะเดินอย่างใจเย็นออกไป​นอกร้าน​ โดยทิ้งถุงพลาสติกที่อ้างว่ามีระเบิดไว้บนเคาเตอร์​ เมื่อตั้งสติได้จึงกดปุ่มสัญญาณเตือนภัย​ และเมื่อตรวจสอบดูภายในถุงพลาสติกพบเพียงก้อนหิน​ 1 ก้อนเท่านั้น​ โดยทองที่คนร้ายได้ไป​ จำนวนทั้งสิ้น​ 215​ บาท​ มูลค่ากว่า​ 4 ล้านบาท

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: