อัยการฟ้องแล้ว '9 แกนนำคนอยากเลือกตั้ง' อีกสำนวน

6 มีนาคม 2562 | โดย แฟ้มภาพ
839

ศาลนัดตรวจหลักฐานคดี "9 แกนนำเลือกตั้ง" ชุด ARMY57 เช้า 13 พ.ค. "โบว์-โรม" ทุกอย่างหวังยุติธรรม ส่วน "เอกชัย หงส์" รอฟ้อง 15 มี.ค.นี้

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.62 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 13.30 น. พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกาณฑ์ หรือ ศศิพัฒน์ พงษ์ประภาพันธ์ นักศึกษาคณะศิลปะศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อายุ 24 ปี จำเลยที่ 1,นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 24 ปี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง , นายรังสิมันต์ โรม อายุ 25 ปี ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา อายุ 39 ปี วิทยากรอิสระ, นายธนวัฒน์ พรหมจักร อายุ 20 ปี , นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ อายุ 41 ปี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง,นายอานนท์ นำภา อายุ 33 ปี อาชีพทนายความ, นายปกรณ์ อารีกุล อายุ 28 ปี โฆษกพรรคสามัญชน และน.ส.ศรีไพร นนทรีย์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิต อายุ 47 ปี ทั้งหมดเป็นแกนนำคนอยากเลือกตั้งชุด ARMY57 เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐาน ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4 วรรคแรก, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา15,16 และ พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 108,114

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.61 น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย(DRG) พวกของจำเลยได้มีหนังสือแจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อ ผกก.สน.ชนะสงคราม โดยระบุผู้ชุมนุมประมาณ 800 คน ซึ่งจะรวมตัวกันในวันที่ 24 มี.ค.61 ที่สนามฟุตบอลม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งจะเคลื่อนขบวนไปยังหน้ากองทัพบกผ่านถนนราชดำเนิน โดยใช้ยานพาหนะและเครื่องขยายเสียง 1 คัน กระทั่งถึงวันชุมนุมที่ 24 มี.ค.61 เวลา 16.00 น.นายรังสิมันต์ จำเลยที่ 3 ได้อ่านแถลงการณ์เปิดการปราศรัยในม.ธรรมศาสตร์ โดยมีนายกาณฑ์ จำเลยที่ 1 เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยมีจำเลยที่เหลือผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย กระทั่งเวลา 17.00 น.เศษ จำเลยกับพวกมวลชนประมาณ 350 คนได้เคลื่อนขบวนจาก ม.ธรรมศาสตร์ไปกองบก.ทบ.โดยใช้รถที่ติดเครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่มีอำนาจ โดยระหว่างการจัดชุมนุมดังกล่าว นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว จำเลยที่ 2 , นายรังสิมันต์ จำเลยที่ 3 , น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ จำเลยที่ 4,นายโชคชัย จำเลยที่ 6 , นายอานนท์ จำเลยที่ 7 ที่เป็นผู้จัดการชุมนุมไม่ได้ดูแลให้ผู้ชุมนุมไม่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งระหว่างการเคลื่อนขบวนชุมนุม ไปบนถนนราชดำเนินที่เป็นทางสาธารณะนั้นทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนและการชุมนุมนั้นก็ได้เกินเวลาที่แจ้งไว้คือ 18.00 น.

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมทราบตลอดทางว่าการเคลื่อนขบวนชุมนุมดังกล่าวผิดต่อ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 แต่พวกจำเลยก็ไม่ให้ความร่วมมือแล้วกลับปลุกระดมมวลชน ซึ่งระหว่างเคลื่อนขบวนก็มีนายกาณฑ์ จำเลยที่ 1 , นายโชคชัย จำเลยที่ 6 , นายอานนท์ จำเลยที่ 7, นายปกรณ์ จำเลยที่ 8 , น.ส.ศรีไพร จำเลยที่ 9 และนายเอกชัย หงส์กังวาน ที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง กล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาล และปลุกระดมมวลชนกับทหารในกองทัพบกให้โค่นล้มรัฐบาล ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาและถอนราก คสช.ซึ่งเป็นการกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ ที่ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาลและคสช.ในเชิงวิชาการอย่างสุจริต นอกจากนี้ยังได้ใช้รถติดเครื่องขยายเสียงปราศรัยโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และเป็นการร่วมกันปลุกระดมมวลชนโดยปลุกปั่นให้เกิดการชุมนุมขับไล่รัฐบาลและ คสช.รวมทั้งเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ภายในเดือน พ.ย.61 พร้อมกับการชู 3 นิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง) เป็นสัญลักษณ์ในทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลและคสช.

ขณะที่การเคลื่อนขบวนชุมนุมได้มีการเดินล้ำเข้าไปในช่องทางจราจรที่ 1-2 โดยผู้ชุมนุมได้หยุดขบวนที่ถนนราชดำเนินนอก หน้าบก.ทบ.จึงก่อให้เกิดไม่สะดวกกับประชาชนที่ใช้ทางสาธารณะ ขณะที่ได้เลิกการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มี.ค.61 เวลาประมาณ 20.45 น.ซึ่งล่วงเลยเวลาที่ได้แจ้งการชุมนุมไว้ ซึ่งการกระทำของจำเลยกับพวก ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 9 ให้การปฏิเสธ โดยขอให้นับโทษนายกาณฑ์ จำเลยที่ 1, นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว จำเลยที่ 2,นายรังสิมันต์ จำเลยที่ 3 , น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ จำเลยที่ 4 และนายอานนท์ จำเลยที่ 7 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำ อ.2893/2561 ของศาลอาญานี้ด้วยขณะที่หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว อัยการก็ให้เป็นดุลยพินิจของศาล เหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง แขวงวัดบวรนิเวศและแขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กทม.ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็น คดีหมายเลขดำที่ อ.649/2562 และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 13 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้จำเลยทั้ง 9 คน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล อย่าไรก็ตาม ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ระหว่างรอส่งตัวฟ้อง "น.ส.ณัฏฐา" ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการใช้กระบวนการยุติธรรมอย่างหนักในการร้องทุกข์กล่าวโทษฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลโดย คสช. ตนรู้สึกเห็นใจทุกคนในกระบวนการยุติธรรม วันนี้คนอยากเลือกตั้งถูกฟ้องเป็นคดีที่ 3 กรณีชุมนุมหน้ากองทัพบก ส่วนก่อนหน้านี้มีคดีชุมนุมหน้าหอศิลป์ (MBK39) และคดีชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน (RDN50) ซึ่งเราจะยื่นประกันโดยไม่ใช้หลักทรัพย์เหมือนกับ 2 คดีที่ผ่านมา เมื่อถามถึง กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดวันวินิจฉัยคดีขอยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ในวันพรุ่งนี้ (7 มี.ค.) จะให้กำลังใจหรือไม่ "น.ส.ณัฏฐา" กล่าวว่า พฤติการณ์คดียุบพรรค ทษช. ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยเลย การเสนอชื่อใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคใด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯ ระบุไว้ชัดเจน ถ้าขาดคุณสมบัติเสมือนไม่ได้เสนอชื่อ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง และหลักการยุบพรรคควรจะเกิดขึ้นเมื่อมีความผิดอาญาร้ายแรงเท่านั้น เป็นมาตรฐานสากล จะไม่ยุบพรรคง่ายๆ เพราะพรรคเป็นตัวแทนอุดมการณ์ของประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญน่าจะคงหลักการของความเป็นนิติรัฐ ให้นานาชาติเห็นว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ที่ทุกพรรคมีสิทธิเป็นตัวเลือกให้ประชาชน

ส่วนที่ กกต. อนุญาตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ช่วยพรรคหาเสียงได้นั้น "น.ส.ณัฏฐา" กล่าวว่า ทุกคนที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ลงมาเล่นการเมืองได้อยู่แล้วและข้าราชการการเมืองสามารถลงสมัครเลือกตั้งได้ ปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อยู่ที่ความเป็นนายกฯ แต่อยู่ที่ความเป็นหัวหน้า คสช. ได้งบประมาณของรัฐมาเป็นเงินเดือน ออกกฎระเบียบมาบังคับใช้ประชาชนได้ จึงถือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ในแง่ของคุณสมบัติต้องถามว่าทำไม กกต. ยังไม่มีการนำเรื่องนี้มาพิจารณา ส่วนเรื่องการหาเสียง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ที่มีอำนาจเต็มไม่ใช่รักษาการณ์ ซึ่งหลายปัจจัยอาจทำให้เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมถ้ายังไม่ถอนตัว ส่วนคดีคลิปหลุดได้แจ้งความด้วยหรือไม่ ซึ่งนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้แจ้งความแล้ว "น.ส.ณัฏฐา" กล่าวว่า เราเป็นโจทก์ร่วมกัน เราไปร้องทุกข์พนักงานสอบสวน โดยมอบหมายให้ทนายความดำเนินการแล้ว

ขณะที่ "นายรังสิมันต์ โรม" ได้กล่าวก่อนการฟ้องคดีว่า แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งมาพบอัยการเพื่อส่งตัวฟ้องเกือบทุกคน จะขาดเพียงนายเอกชัย หงส์กังวาน ซึ่งเบื้องต้นคงประสานงานกันอีกครั้ง โดยรวมเราก็พยายามใช้กระบวนการทางศาลต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้นโดยทั่วไปเราจะพูดถึงการวางหลักทรัพย์ประกัน แต่ความจริงแล้วตามกฎหมายไม่จำเป็นต้องวางหลักทรัพย์ก็ได้ เพราะศาลสามารถใช้ดุลพินิจและมีอำนาจให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกัน เนื่องจากที่ผ่านมาเราเองก็ยืนยันมาโดยตลอดว่า เราไม่ได้หลบหนีไปไหน และพยายามต่อสู้โดยบริสุทธิ์ใจ อีกทั้งก่อนหน้านี้หลายๆ คดีเราก็ยังมาศาลตามปกติ จึงคาดว่าไม่น่าจะต้องวางหลักทรัพย์ประกัน

"นายรังสิมันต์ " กล่าวอีกว่า ยิ่งช่วงใกล้จะถึงวันเลือกตั้ง บรรยากาศก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ควรจะปล่อยชั่วคราว ความจริงก็หวังว่าจะยกฟ้องด้วยซ้ำ เพราะสาเหตุที่พวกเราถูกดำเนินคดีมาจากการออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ขณะที่การดำเนินคดีก็อาจจะถูกมองหรือถูกตำหนิจากนานาประเทศได้ ดังนั้น คาดหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะปลดปล่อยพวกเราจากพันธนาการ ส่วนการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ลำดับที่ 16 นั้น ตอนนี้ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่าตนเองยังมีคุณสมบัติที่สามารถลงสมัครเลือกตั้งได้ ส่วนคดีอื่นอีก 5 เรื่องที่ตนถูกดำเนินคดีนั้น คิดว่ากระบวนการคงใช้เวลา ก็คงหลังจากพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว "พวกเราบริสุทธิ์ใจ การชุมนุมของพวกเราก็ไม่ได้ไปกระทบกระทั่งหรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ใคร ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรม" ภายหลัง "นายประยุทธ เพชรคุณ" รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยังได้กล่าวถึงการนัดยื่นฟ้องนายเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องหาคดีร่วมอีกคน ซึ่งวันนี้ยังไม่ได้เดินทางมาพบอัยการว่า อัยการได้นัดให้ "นายเอกชัย" มาพบในวันที่ 15 มี.ค.นี้ เพื่อจะนำตัวไปยื่นฟ้องศาลอาญาต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: