‘บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘ทรงตัว’ ที่ 31.27 บาทต่อดอลลาร์

18 กุมภาพันธ์ 2562
1,402

จับตาจีดีพีไทย และเงินทุนไทยไหลเข้าหุ้น-บอนด์ หนุนบาทแข็งต่อได้

ในายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.27 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นสัปดาห์ก่อน ในสัปดาห์นี้ต้องจับตาจีดีพีไทย และรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐครั้งล่าสุด

ในส่วนของค่าเงินบาท คาดว่าสัปดาห์นี้จะคึกคักขึ้น เนื่องจากมีการรายงานตัวเลขจีดีพีในวันจันทร์ โดยรวมเราเชื่อว่าฝั่งตลาดทุนจะเป็นตัวนำทิศทางเงินบาทในสัปดาห์นี้ มองว่าเงินบาทแข็งค่าได้ถ้ามีเงินทุนไหลเข้าในตลาดหุ้นและบอนด์ไทย ขณะที่ปัจจัยลบจะมีเพียงบอนด์ยีลด์สหรัฐที่อาจปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันที่ยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อ

มองกรอบเงินบาทในวันนี้ 31.20 ถึง 31.30 บาทต่อดอลลาร์ กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.10 ถึง 31.60 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับสัปดาห์นี้ในวันจันทร์ มองจีดีพีไทยไตรมาสที่สี่ปี 2018 จะขยายตัว 1.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2018 มีการขยายตัวที่ระดับ 4.2% ลดลงจากประมาณการเดิมเล็กน้อยจากการส่งออกชะลอตัวในช่วงปลายปี

ในวันพุธ ฝั่งสหรัฐจะมีการแถลงรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ที่ได้ประชุมกันไปในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา คาดว่าครั้งนี้อาจมีการพูดถึงความพร้อมที่จะปรับมาตรการลดขนาดงบดุลให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงิน ขณะที่เฟด จะเน้นย้ำอีกครั้งว่าดอกเบี้ยนโยบายจะ“ทรงตัว”อยู่ที่ระดับ 2.25-2.50% ไปจนกว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น

ในวันพฤหัส ธนาคารกลางอินโดนีเซียจะ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 6.0% หลังค่าเงินอินโดนีเซียรูเปียห์แข็งค่าขึ้นในปีนี้ แต่เชื่อว่าในระยะยาวนโยบายดอกเบี้ย ยังเป็น “ขาขึ้น” เนื่องจากธนาคารกลางมีเป้าหมายที่จะลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดลง

วันศุกร์ คาดว่าจีดีพีเยอรมันไตรมาสที่สี่จะ “ไม่ขยายตัว” จากไตรมาสก่อน แต่ถือว่าดีกว่าไตรมาสที่สามที่หดตัวลง 0.2% หลังได้การบริโภคภาครัฐกลับมาเป็นตัวหนุน

นอกจากแนวโน้มเศรษฐกิจ ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนด้วย ในสัปดาห์นี้ผู้แทนการค้าของจีนจะเดินทางไปเจรจาที่กรุงวอชิงตันดีซี ถ้าเป็นไปได้ด้วยดี น่าจะส่งผลเชิงบวกกับตลาดเงินและตลาดทุนต่อเนื่อง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง