โปแลนด์จับผอ.หัวเว่ยต้องสงสัยจารกรรมข้อมูล

12 มกราคม 2562
2,698

สำนักงานความมั่นคงภายใน ( เอบีดับเบิลยู ) ซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านข่าวกรองของโปแลนด์ จับกุมชายชาวจีนชื่อ เหว่ยจินก้า ดับเบิลยู ( Weijinga W) และชายชาวโปแลนด์ชื่อไพออต ดีเนื่องจากต้องสงสัยว่าจารกรรมข้อมูลให้หน่วยข่าวกรองของจีน

ทางการโปแลนด์ เปิดเผยเพียงว่า พลเมืองจีนเป็นนักธุกิจทำงานให้กับบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมสำคัญรายหนึ่ง ส่วนชายโปแลนด์ เป็นที่รู้จักในแวดวงไอที เคยทำงานในหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง และทั้งสองต้องสงสัยทำงานให้กับหน่วยงานของจีน และเป็นภัยต่อโปแลนด์ โดยการสอบสวนดำเนินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และมีการเข้าตรวจค้นที่พักและที่ทำงาน การทำคดีนี้เป็นไปด้วยความระมัดระวัง

สื่อโปแลนด์ รายงานว่านายไพออต ดี เคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่สำนักต่อต้านข่าวกรองของโปแลนด์ ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้กับบริษัทออเรจน์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือฝรั่งเศส สาขาในโปแลนด์ ส่วนนักธุรกิจชาวจีน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายของหัวเว่ยในโปแลนด์

ด้านกระทรวงต่างประเทศจีน แสดงความวิตกอย่างสูงกรณีที่พลเมืองถูกจับกุม ขณะที่หัวเว่ย ระบุเพียงว่า รับทราบสถานการณ์แล้ว และกำลังตรวจสอบเรื่องนี้ โดยยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

 ข่าวการจับกุมผู้อำนวยการฝ่ายขายของหัวเว่ยในโปแลนด์ มีขึ้นราวหนึ่งเดือนเศษ หลังจากทางการแคนาดาจับกุมนางเม่ย หว่านโจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ)และเป็นบุตรสาวของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย เทคโนโลยี ตามคำร้องขอสหรัฐ ฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน

ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมของจีนรายนี้ ที่ก่อตั้งโดยอดีตวิศวรของกองทัพ ถูกเพ่งเล็งว่ามีความเกี่ยวข้องโยงใยกับหน่วยข่าวกรองของจีน โดยสหรัฐและชาติพันธมิตรหลายชาติ รวมทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ไม่อนุมัติให้หัวเว่ยเข้าไปมีส่วนร่วมกับการวางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5 จี ส่วนบีที ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่สุดของอังกฤษ ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะถอดอุปกรณ์ของหัวเว่ย จากเครือข่ายของตน หลังหน่วยข่าวกรองต่างชาติระบุว่า บริษัทเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคง

เวลานี้คงเหลือแต่แคนาดา ประเทศเดียวในเครือข่ายความร่วมมือข่าวกรอง “ไฟว์ อายส์” ที่ยังไม่ได้ออกมาตรการแบบเดียวกัน

นอกจากนี้ สำนักงานความความปลอดภัยไซเบอร์ของสาธารณรัฐเช็ค ยังประกาศเตือนไม่ให้ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของหัวเว่ยและแซดทีอี บริษัทโทรคมนาคมแดนมังกรอีกราย โดยอ้างว่าทั้งสองเป็นภัยความมั่นคง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง