'จักรทิพย์' เปิดศูนย์ปราบปรามละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์

18 ธันวาคม 2561
2,864

“จักรทิพย์” เปิดศูนย์ปราบปรามละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินการเหลือเพียง 1-2 วัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ธันวาคม 2561 ที่หอประชุม ชั้น 1 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกสทช. พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาฯ กสทช. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อระงับการเผยแพร่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการกระทำความผิดอื่นๆออนไลน์ เพื่อลดขั้นตอนการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ให้ใช้เวลาในการดำเนินการลดเหลือเพียง 1-2 วัน ซึ่งเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่สามารถปิดกั้นและสกัดกั้นการละเมิดลิขสิทธิ์และการละเมิดสิทธิบัตรได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนโยบายรัฐบาลได้สั่งการให้ดำเนินการเร่งรัดปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งนอกจากจะจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปแล้วยังมีการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการร่วมกันแล้ว แต่กระบวนการดำเนินการต้องส่งเรื่องไปที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) เพื่อขอออกหมายศาลทำให้การดำเนินงานต้องใช้เวลานานถึง 7-8 เดือน ในการออกหมายศาล ทางสตช. สำนักงานกสทช. และกรมทรัพย์สินฯ จึงได้หารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางปิดกั้นไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ โดยขั้นตอนจากนี้ผู้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์สามารถร้องทุกข์กับเจ้าพนักงานสอบสวน ซึ่งจะมาประจำที่ “ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และระงับการเผยแพร่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการกระทำความผิดอื่นๆ ออนไลน์” ซึ่งตั้งในสำนักงาน กสทช. โดยเจ้าพนักงานสอบสวนจะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่กสทช.ดำเนินการแจ้งผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ให้ปิดกั้นเว็บไซต์ที่ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วนการกระทำผิดเป็นเรื่องที่กระทรวงดีอีจะออกหมายศาลเรียกต่อไป ในขั้นแรกจึงเป็นกระบวนการปิดกั้นเว็บไซต์ก่อน

พล.อ.สุกิจ กล่าว่าว สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมกับ สตช. อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ถูดละเมิดลิขสิทธิ์ โดยได้เชิญผู้แทนสถานทูตสหรัฐ และญี่ปุ่น เข้าร่วมเพื่อกระจายข้อมูลข่าวสารว่าผู้ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สำนักงาน กสทช. โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทุกวัน

ด้านนายฐากร กล่าวว่า รัฐบาลมีความจริงจังในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีการจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป และสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหมดด้วย จึงดำเนินการร่วมกันกับสตช. ลดระยะเวลาดำเนินการจาก 7-8 เดือน เหลือเพียง 1-2 วัน โดยทางสตช.ได้มีการประสานงานกับกระทรวงดีอีและกสทช.ในการปิดกั้นเว็บไซต์ เมื่อผู้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ได้ร้องทุกข์เรียบร้อยแล้ว ทางพนักงานสอบสวนก็จะได้สอบสวนเมื่อเรียบร้อยในขั้นตอนนี้แล้วก็จะส่งเรื่องให้ทางกสทช. ก่อนจะประสานผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในการปิดกั้นเว็บไซต์ต่อไป ที่ผ่านมาได้ปิดกั้นเว็บไซต์ไปแล้ว 2,000-3,000 URL คิดเป็นร้อยละ 20 นอกจากนี้ได้ประสานความร่วมมือผ่านสถานทูตสหรัฐและญี่ปุ่น เพื่อให้แพลตฟอร์มต่างๆ รับทราบขั้นตอนการดำเนินการของไทย อาทิ Line Youtube Google Facebook ฯลฯ โดยเข้ามาหารือขอความร่วมมือในการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์

ขณะที่พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐ มาตรา 301 พิเศษ (Special 301) จากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (Priority Watch List : PWL) เป็นบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List : WL) หลังจากที่จัดให้ไทยอยู่ในบัญชี PWL มาเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2550-2560 ที่ผ่านมาได้มีการปิดล้อมตรวจค้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 6 จุด ได้แก่ เกาะสมุย ป่าตอง จ.ภูเก็ต นครราชสีมา เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ในย่านเยาวราชและพื้นที่ใจกลางเมือง ซึ่งมีการจับกุมผู้กระทำผิดได้กว่า 40 คน นอกจากผู้ละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกปิดกั้นเว็บไซต์แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมดำเนินคดีกฎหมายฟอกเงินด้วย จึงขอให้หยุดการดำเนินการกระทำความผิด เพราะจะมีการนำกฎหมายฟอกเงินมาร่วมพิจารณาด้วย

ขณะเดียวกันนายปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท โมโน ฟิล์ม จำกัด พร้อมด้วยนายบรรณสิทธิ์ รักวงษ์ ผอ.สถานีโทรทัศน์ ช่อง MONO29 เดินทางเข้าร้องทุกข์กับศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อระงับการเผยแพร่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการกระทำความผิดอื่นๆ ออนไลน์

นายปฐมพงศ์ กล่าวว่า ทางบริษัท โมโน ฟิล์ม เป็นบริษัทที่นำเข้าภาพยนตร์ต่างประเทศ และผลิตภาพยนตร์ ก่อนนำมาออกอากาศทางช่องโมโนทเวนตี้ไนน์ ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานกว่า 8 ปี ซึ่งในการนำเข้าภาพยนตร์จากต่างประเทศมาออกอากาศ บริษัทฯมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก แต่ผู้ละเมิดกลับนำภาพยนตร์ที่บริษัทเป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ไปแสวงหารายได้โดยไม่ได้ลงทุนอะไรเลย จากการตรวจสอบพบผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในการนำภาพยนตร์ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวนมาก ในเบื้องต้นพบแล้วมากกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท แต่พบหลักฐานการกระทำผิดอย่างชัดเจน ขณะนี้ 20 ราย วันนี้จึงรวบรวมพยานหลักฐานมาร้องทุกข์ ในส่วนของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อระงับการเผยแพร่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการกระทำความผิดอื่นๆ ออนไลน์ ที่เปิดขึ้นเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดีถึงจะติดตามผู้กระทำผิดมาได้ไม่หมดแต่ก็เป็นการปิดกั้นไม่ให้ผู้ที่จะมาชุบมือเปิบนำไปหาผลประโยชน์ทั้งๆ ที่ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย หลังจากนี้ทางบริษัทก็จะรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เหลือมาแจ้งความต่อไป

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง