เลื่อนตัดสินคดีฟอกเงินสหกรณ์จุฬาฯ42ล้าน เป็นปลายม.ค.ปี62

17 ธันวาคม 2561
2,886

ศาลอาญานัดพิพากษา "ดร.สวัสดิ์-2สาวใกล้ชิด" ร่วมฟอกเงินกว่า 42 ล้าน เดือนม.ค.ปีหน้า รอพิจารณาสำนวนคดีฉ้อโกงที่เพิ่งตัดสิน อดีตปธ.สหกรณ์ คุก 20 ปี

ที่ห้องพิจารณา 903 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินฉ้อโกงสหกรณ์จุฬาฯ สำวนที่ 2 หมายเลขดำ ฟย.20/2560 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสวัสดิ์ แสงบางปลา ตำแหน่งวิชาการด็อกเตอร์ อดีตประธานกรรมการบริหารสหกรณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อายุ 80 ปี , น.ส.จิรัชญา หรือไข่เจียว คุณยศยิ่ง อายุ 25 ปี ถิ่นฐานชลบุรี และ น.ส.ภวิษย์พร ใบเกตุ อายุ 30 ปี ถิ่นฐานกทม.ซึ่งเป็นคนรักกับ น.ส.จิรัชญา เป็นจำเลยที่ 1 -3 ฐานร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์จุฬาฯ จำนวน 42 ล้านบาท กรณีระหว่างวันที่ 1 เม.ย.58 – 13 มี.ค.60 นายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันหลอกลวงข้าราชการประจำและข้าราชการบำนาญ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงทุนโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) ซึ่งอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 10-12 ต่อปี โดยอัตราผลตอบแทนที่จะจ่ายให้นั้นสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายพึงจะจ่ายให้ได้ แล้วเมื่อเดือน มี.ค.60 กลุ่มผู้เสียหายไม่สามารถเบิกเงินจากสหกรณ์ที่จำเลยอ้างได้ โดยจำเลยที่ 2-3 ร่วมกันฟอกเงินจากการกระทำผิดของจำเลยที่ 1

โดยศาลเบิกตัวนายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะที่คดีเริ่มสืบพยาน เมื่อเดือน พ.ค.61 อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด ศาลได้แจ้งเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษานี้ออกไปก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ศาลได้พิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.2438/2560 จำคุกนายสวัสดิ์ 20 ปีแล้วในความผิดฐานฉ้อโกงฯ เป็นคดีมูลฐาน โดยให้นำสำนวนดังกล่าวมารวมพิจารณาในคดีนี้ โดยศาลกำหนดนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ม.ค.562 เวลา 09.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับคดีความผิดฐานฉ้อโกง ข้าราชการบำนาญจุฬาฯ และสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ ในคดีหมายเลขดำ อ.2438/2560 นั้น ศาลอาญามีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 7 พ.ย.61 ที่ผ่านมา พร้อมกับหมายเลขดำ อ.3080/2560 รวมมูค่าความเสียหาย 183.73 ล้านบาท ศาลอาญาได้พิพากษา จำคุกนายสวัสดิ์ ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นบทหนักสุด รวม 100 กระทงๆ ละ 5 ปี เป็นจำคุก 500 ปี จำเลยรับสารภาพลงโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 200 ปี 600 เดือน แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมการลงโทษแล้วจำคุกไว้ทั้งสิ้น20 ปี และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย 100 ราย ตั้งแต่ 3 ล้านบาทเศษ – 39 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีด้วย

ส่วนความผิดฟอกเงินสำนวนแรกนั้นที่ศาลอาญา มีคำพิพากษานั้น คือ คดีหมายเลขดำ ฟย.21/2560 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องน.ส.เมธวัชร์ หรือพชกร คนมั่น สาวทอม อายุ 33 ปี ชาว จ.สระแก้ว กรณีเมื่อต้นเดือน ม.ค.59 - มิ.ย.60 ต่อเนื่องกัน นายสวัสดิ์ อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ จำเลยได้หลอกลวงโดยชักชวนกลุ่มประจำและข้าราชการบำนาญ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ ว่า จำเลยได้รับสิทธิเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) จึงชักชวนให้ร่วมลงทุนโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยจะได้ค่าตอบแทนร้อยละ 12 ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนดไว้ จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินกว่า 183 ล้านบาทร่วมลงทุน หลังจากนั้น "น.ส.เมธวัชร์" ก็ได้รับโอนเงินมา 62 ล้านบาทจากนายสวัสดิ์ ซึ่งคดีนี้ "นายสวัสดิ์" ก็ถูกฟ้องด้วย แต่ให้การปฏิเสธจึงถูกแยกสำนวนฟ้องฟอกเงินเป็นคดีหมายเลขดำ ฟย.34/2560 ส่วน "น.ส.เมธวัชร์" ได้ให้การรับสารภาพ โดยศาลมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 21 พ.ย.60 ให้จำคุก "น.ส.เมธวัชร์" ทั้งสิ้น 8 ปี 6 เดือน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง