มือฉกเพชร10ล้าน ที่แท้เป็นเสี่ยตกอับ ติดพนันหนักกลายเป็นโจรคดีอื้อ

15 ธันวาคม 2561
9,278

อดีตเคยรวย! มือฉกเพชร10ล้าน ที่แท้เป็น "เสี่ยตกอับ" ติดพนันหนักกลายเป็นโจรคดีอื้อ เผยใช้เงิน 4 หมื่นวางแผนฉกนักธุรกิจชาวอินเดีย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ธันวาคม ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 426/2-3 ซอยสองพระ ถนนสี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กทม. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น. 6 , พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก , พ.ต.ท.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ รอง ผกก.สส.สน.บางรัก

และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ร่วมกันควบคุมตัว นายภิพัศพงษ์พัศฐ์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ อายุ 59 ปี ชาวจ.ลพบุรี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่จ. 777/2561 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม มาชี้จุดยังที่เกิดเหตุ



สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัว นายภิพัศพงษ์พัศฐ์ จ.ลพบุรี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายภิพัศพงษ์พัศฐ์ หลบหนีมาอยู่บริเวณตลาดบ้านแหลม หมู่ที่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ทางเต้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. จึงได้ประสาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตม.จว.จันทบุรี ทำการสืบสวนติดตามจับกุม เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 14 ธันวาคม พบกับบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับดังกล่าวอยู่ที่บริเวณตลาดบ้านแหลม หมู่ที่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจให้บุคคลดังกล่าวตรวจดูจนเป็นที่พอใจ



พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากผู้ต้องหามีความรู้ด้านอัญมณีและค้าขายเพชรมานาน แต่ก่อนเป็นเจ้าของกิจการค้าขายอัญมณีที่จ.จันทบุรี จนมีฐานะรวย ได้รับฉายาในวงการค้าเพชรว่า “เสี่ยเอ” แต่ตอนหลังติดการพนันอย่างหนัก และประสบปัญหาทางธุรกิจจึงปิดกิจการ และมีเงินติดตัว 40,000 บาท จึงเลือกวางแผนก่อเหตุ โดยนำเงิน 10,000 บาทมาเช่าร้านที่เกิดเหตุ และเงินอีก 10,000 บาท มาติดตั้งระบบประตูล๊อคอัติโนมัติ และนำเงินอีก 10,000 บาท มาจ้างคนเข็นผักที่จ.จันทบุรี (ชาวเขมร) มาทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์พาหลบหนี และเหลือเงิน 10,000 ไว้ใช้จ่ายขณะรอเหนื่อและใช้หลบหนีหลังก่อเหตุแล้วก็หลบหนีไปแถววัดดวงแขและแยกย้ายกัน โดยผู้ต้องหาได้นำเพชรไปขายให้กับชาวต่างชาติคนหนึ่งในคาสิโนแถบชาติแดนราคา 550,000 บาท และนำเงินมาจ่ายเป็นค่าจ้าง คนพาหลบหนี 100,000 บาท และเหลืออีก 400,000 บาทและจะนำไปเล่นการพนันในบ่อนต่าง



พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาคนที่ฉลาดวางแผนเป็นอย่างดี และมีซิมโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก ไว้ใช้ติดต่อกับทีมงาน และรู้ว่าตำรวจจะไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางหลบหนี จึงพยายามเปลี่ยนรถ ตั้งแต่รถหลบหนีขึ้นแท็กซี่และไปขับรถวอลโว่สีเขียว รุ่น เอส80 หมายทะเบียน ฌห7271 ซึ่งเป็นรถของตัวเองที่จอดทิ้งไว้ในพื้นที่จ.ปทุมธานี ก่อนจะหลบหนีไปจ.จันทบุรีและถูกจับกุมในที่สุด

นายวีกี้ ไวบัส อายุ 44 ปี นายหน้าค้าเพชรชาวอินเดีย เปิดเผย ตนรู้จักกับคนร้ายผ่านนายหน้าผู้หญิง ชื่อ “รัศมี” เป็นเวลา 10 วัน โดยนายหน้าอ้างกับตนว่าคนร้ายต้องการซื้อเพชรและจะขายเป็นเงินสดจำนวน 10 ล้านบาท จากนั้นได้โทรศัพท์คิดต่อกับคนร้ายตลอดโดยคนร้ายของต่อรองราคาเหลือ 7-8 ล้านบาท เมื่อเจอกันครั้งแรกตนก็จำได้ว่าเคยเจอคนร้ายเปิดบูธขายเพชรอยู่ที่งานจิวเวอร์รี่ที่เมืองทองธานี จากนั้นได้นัดกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายตนจึงได้ตัดสินใจให้คนร้ายดูเพชร จากนั้นคนร้ายก็ได้ขโมยเพชรก่อนหลบหนีไป



จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหามีการเปลี่ยนชื่อ สกุล และเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เพื่อให้ยากแก่การสืบสวนติดตามจับกุมตัว และกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวจำนวนหลายครั้ง หลายท้องที่ โดยมีผลการตรวจสอบประวัติดังนี้ นายมาโนช ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย สน.บางรัก บก.น.6
นายตู้อู่ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันลักทรัพย์” สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
นายตู้อู่ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันปล้นทรัพย์” สภ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
นายวสุรัตน์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันลักทรัพย์” สน.ปทุมวัน บก.น.6
นายจิรพัฒน์จิตต์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ลักทรัพย์ฃ สน.ตลิ่งชัน บก.น.7
นายจิรพัฒน์วิตต์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ” สน.บางโพงพาง บก.น.5
นายจิรพัฒน์วิตต์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ” สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี
นายภิพัศสพงษ์พัศฐ์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์” สภ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี
นายภิพัศสพงษ์พัศฐ์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ลักทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ” สภ.บางบัวทอง

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อคนร้ายที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์แล้ว ชื่อนายตั้ม ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัว นอกจากนี้ยังพบว่ารถวอลโว่สีเขียของคนร้ายมีตราของสำนักอัยการสูงสุด ตราของเรือนจำจังหวัดจันทบุรี และภายในรถมีบัตรอนุญาตรถเข้าออกเรือนจำจันทบุรี จากการตรวจสอบพบว่าตราดังกล่าว คนร้ายได้ซื้อมาเองเพื่อติดไว้ให้บุคคลทั่วไปพบเห็นและคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: