มือปาระเบิดใส่กปปส.ถูกจับ หนีตายจากเขมร หวั่นพวกเดียวกันฆ่า-ค่าหัว7แสน

15 ธันวาคม 2561
9,672

สารภาพสิ้น! มือปาระเบิดใส่ม็อบกปปส.ถูกจับ หนีตายจากเขมร หวั่นพวกเดียวกันฆ่าและมีค่าหัวถึง7แสนบาท เผยโยนระเบิดใส่ "ขบวนสุเทพ"

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว จนท.ได้ร่วมกันจับกุมนายกฤษดา ไชยแค อายุ47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 284/2557 ลงวันที่ 20 ก.พ. 2557 ในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, กระทำให้เกิดการระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น , มีและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีและให้ใช้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน และฝ่าฝืน ประกาศ ข้อกำหนด ที่ห้ามนำอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดออกนอกเคหะสถาน ตามพรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 โดยจับกุมได้ที่ชายแดนไทย ใกล้กับด่านจ.สระแก้ว ขณะพยายามหลบหนีเข้าเมือง

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายกฤษดา เป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุปาระเบิดใส่เวทีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ขณะนั้นปักหลักบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีนายถาวร เสนเนียม เป็นแกนนำควบคุมกำลังอยู่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีการจับกุมไปกบดานอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งชุดสืบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบความเคลื่อนไหวที่ประเทศกัมพูชา จึงได้เดินทางเข้าพบพล.ท.แซม วันวีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อประสานความร่วมมือการทำงานร่วมระหว่างทางการไทยและทางการกัมพูชา ในการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ โดยทางการกัมพูชาและทางการไทยสนธิกำลังปูพรมลงพื้นที่สืบสวนตามข้อมูลที่ทางตำรวจไทยประสาน กระทั่งผู้ต้องหารายนี้ทนแรงกดดันไม่ไหวตัดสินใจข้ามกลับมาฝั่งไทยเพื่อมอบตัว และถูกคุมตัวได้ใกล้ด่านตม.สระแก้ว อ.คลองลึก

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมด้วยคณะทำงาน ประกอบด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.พิษณุ อุณหเสรี รองผบก.ทล ,พ.ต.อ.สุกรี สินเย็น ผกก.ฝสต.1 กต.8 , พ.ต.อ.อัณณ์นพ อิ่มอุดม รองผกก.1บก.ปอศ พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1 บก.สปพ. และร.ต.อ.นรบดี ดวงจิตต์ รองสว.(สอบสวน)สน.ปทุมวัน และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา หน่วยบัญชาการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

มีรายงานว่าทันทีที่ชุดทำงานของพล.ต.อ.สุชาติและพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สามารถคุมตัวนายกฤษดา ทางพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้รายงานตรงต่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้รับทราบถึงผลการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในคดีความมั่นคงรายนี้

เบื้องต้นจากการสอบปากคำนายกฤษดาให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ก่อเหตุความไม่สงบในห้วงระหว่างปี 2557 โดยทำมาทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกก่อเหตุปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้ารพ.ราชวิถี และครั้งที่สองก่อเหตุที่บริเวณบรรทัดทอง ปาระเบิดใส่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. นอกจากนี้ยังร่วมอยู่ในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบทางการเมืองในหลายครั้ง โดยในวันก่อเหตุได้นำระเบิดไปที่บริเวณจุดดังกล่าวจากนั้นก็ดึงสลักก่อนที่จะเขวี้ยงและวิ่งหนีไปโดยที่ไม่ได้หันมามองข้างหลังว่าระเบิดที่ปาไปส่งผลให้ใครได้รับบาดเจ็บบ้างและไม่รู้สึกผิดที่ทำให้เกิดการเจ็บตายในครั้งแรก กระทั่งหลบหนีออกนอกประเทศจึงรู้สึกได้ว่าได้ก่อเหตุร้ายแรงลงไป ทั้งความเป็นอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นไปอย่างยากลำบาก และห่วงด้วยว่าจะถูกไล่เก็บจากพวกเดียวกันเนื่องจากมีค่าหัวกว่า 7 แสน ทั้งยังเชื่อมันว่าประเทศชาติจะพัฒนาได้โดยไม่จำเป็นต้องทะเลาะกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง