ยกฟ้อง 'วัฒนา' พ้นผิด โพสต์วิจารณ์หมุดคณะราษฎร์หาย

14 ธันวาคม 2561
563

ศาลชี้ข้อความบนเฟซบุ๊ก เป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการโดยสุจริต ในการทำงาน จนท.รัฐ ติดตามหมุดคณะราษฎร์ เป็นเสรีภาพ รธน.คุ้มครอง ไม่มีส่วนชัดสร้างแรงปลุกปั่นยุยง

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.61 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.3158/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 60 ปี อดีต รมว.พาณิชย์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 กรณีเมื่อวันที่ 17 เม.ย.- 30 พ.ค.60 จำเลยได้โพสต์เฟซบุ๊กโดยใช้ชื่อ Watana Muangsook เรื่องหมุดที่หายไปสมบัติของชาติ ทำนองว่า

รู้สึกสังเวชใจในพฤติกรรมของรอง ผบ.ตร.ท่านหนึ่ง ที่ออกมาถามนิสิตนักศึกษาที่ไปแจ้งความกับ สน.ดุสิตเพื่อให้ติดตามหมดของคณะราษฎร์ที่หายไปว่า เป็นผู้เสียหายหรือไม่ ผมขอตอบแทนว่า หมุดคณะราษฎร์เป็นสังหาริมทรัพย์ เป็นของโบราณที่ประดิษฐ์ขึ้นเป็นประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์ เป็นสัญญลักษณ์ของการอภิวัฒน์สยามเมื่อปี พ.ศ.2475 ถือเป็นโบราณวัตถุตาม มาตรา 4 พ.ร.บ.โบราณสถานฯ พ.ศ.2504 หมุดดังกล่าวจึงเป็นสมบัติของชาติ การที่หมุดคณะราษฎร์ดังกล่าวสูญหายไปผู้ที่เก็บหรือเบียดบังเอาเป็นของตนเองหรือผู้อื่น มีความผิดตามมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงควรจะขอบคุณนิสิตนักศึกษา ที่ใส่ใจติดตามเอาสมบัติของชาติคืนมา ส่วนรัฐบาลที่กินเงินเดือนภาษีอากรของประชาชนต่างหากที่สมควรถูกประณาม แต่กลับไม่มีปัญญารักษาไว้ แบบนี้โบราณเรียก เลี้ยงไว้เสียข้าวสุกและข้อความอื่นๆ โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้คดีมาโดยตลอด

ซึ่ง "ศาล" พิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า จำเลยโพสต์ข้อความเป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการด้านกฎหมายเท่านั้น จึงไม่เป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ

รวมทั้งจำเลยได้ตำหนิติชมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐลักษณะการวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเปรยการบริหารราชการแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมาโดยสุจริตตามที่จำเลยแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเสรีภาพของบุคคลที่ย่อมแสดงความคิดเห็นตามระบอบการปกครองประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจำเลยได้ยุยง ปลุกปั่นชักชวนให้ประชาชนตื่นตระหนกออกมาชุมนุมก่อความวุ่นวายกระทบหรือกระด้างกระเดื่องต่อความมั่นคงของรัฐ

ดังนั้น การกระทำของจำเลย จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นตามเสรีภาพ ทางวิชาการ และเป็นการติชมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 34 วรรคสอง จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง