‘จีดีพี’ ยักษ์เศรษฐกิจซบ ฉุดเติบโตโลกปี 62

8 ธันวาคม 2561
2,819

แม้เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงขยายตัว แต่มีสัญญาณว่าการเติบโตได้แตะจุดสูงสุดแล้ว ในขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐ ยุโรป และเอเชียชะลอตัวลง

“ชโรเดอร์ส” บริษัทบริหารสินทรัพย์ชื่อดังของสหราชอาณาจักร เผยแพร่รายงาน “แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2562” ในสัปดาห์นี้ คาดการณ์ว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจะยังคงอยู่ไปจนถึงปีหน้า เนื่องด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้น ทำให้เกิด “ภาวะเศรษฐกิจซบเซาและเงินเฟ้อ” มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้การเติบโตลดลงและเงินเฟ้อสูงขึ้น

จีดีพีโลกโตชะลอ

คีธ เวด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และนักกลยุทธ์ของชโรเดอร์ส ระบุในรายงานว่า คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.9% ในปี 2562 จากที่คาดการณ์ไว้ 3.3% ในปี 2561 การเติบโตในปีหน้าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.1% และสะท้อนถึงแนวโน้มที่เลวร้ายลงในสหรัฐ

“เราคาดว่า การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) สหรัฐจะอยู่ที่ 2.4% ในปี 2562 เนื่องจากแรงกระตุ้นจากการปรับลดภาษีเริ่มเบาบางลง ขณะที่ยังมีแนวโน้มของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อกับจีน”

เวด ระบุว่า แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ตกลงที่จะพักทำสงครามการค้า 90 วันไปจนถึงหลังปีใหม่ แต่เขายังกังขาแนวโน้มข้อตกลงในระยะยาวเกี่ยวกับประเด็นสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา และคาดว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะกลับมาเป็นปรปักษ์กันใหม่ในปีหน้า

“คำถามคือการสงบศึกครั้งนี้จะอยู่ได้นานเพียงใด สัญญาณความตึงเครียดในอนาคตปรากฏชัดในการแถลงข่าวของทั้ง 2 ฝ่าย โดยสหรัฐเน้นว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 25% หากยังไม่บรรลุข้อตกลงใน 90 วัน ขณะที่จีนระบุว่าจะลดภาษีนำเข้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน”

“เบร็กซิท” ส่อราบรื่น

ในยูโรโซน ชโรเดอร์สคาดว่า การเติบโตจะชะลอตัวลงอีกในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 เนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน โดยจีดีพีของกลุ่มยูโรโซนจะหดตัวลงจาก 1.9% ในปี 2561 มาอยู่ที่ 1.6% ในปีหน้าขณะเดียวกันยังคาดการณ์ว่า การออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (เบร็กซิท) จะผ่านไปอย่างราบรื่น

“สหราชอาณาจักรน่าจะมีสัญญาณบวกในการเติบโตปี 2562 เราคาดว่าการเติบโตของจีดีพีจะอยู่ที่ 1.4%”

สำหรับญี่ปุ่น ชโรเดอร์ส คาดว่า จีดีพีจะเติบโต 1% ในปี 2562 เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากปี 2561 โดยมีแนวโน้มที่จะกลับมาคึกคักในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ ได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายในการฟื้นฟูสิ่งปลูกสร้างหลังเกิดความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว อุทกภัย และไต้ฝุ่นถล่มในปีนี้

อย่างไรก็ตาม การที่ญี่ปุ่นเตรียมปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เป็น 10% จาก 8% ในเดือนต.ค. ปีหน้า และการขึ้นแวตครั้งก่อน ๆ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ

ส่วนภาพรวมในตลาดเกิดใหม่มีทั้งบวกและลบ โดยจีนและบรรดาเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของเอเชียต่างอยู่ใต้แรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้า และความต้องการที่ลดลงในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

“เราคาดว่าการเติบโตของจีนจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 6.2% ในปี 2562 จาก 6.6% ในปี 2561” เวดระบุ

ขณะที่ละตินอเมริกาอาจเป็นจุดเด่นในบรรดาตลาดเกิดใหม่ด้วยกัน ผลจากเศรษฐกิจของบราซิลมีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งขึ้นในขณะนี้ เพราะผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว

ตลาดเกิดใหม่ดันเงินเฟ้อ

แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงและราคาน้ำมันลดลง แต่ชโรเดอร์สคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.9% ในปีหน้า ผลจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในบรรดาตลาดเกิดใหม่ ซึ่งการอ่อนค่าลงของค่าเงินท้องถิ่นทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น

“ในกลุ่มเศรษฐกิจก้าวหน้า เราได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อลง ผลจากการปรับลดตัวเลขของญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร สำหรับญี่ปุ่น ตัวเลขคาดการณ์ที่ลดลงนี้รวมไปถึงปัจจัยพิเศษอย่างการปรับลดค่าบริการมือถือลง 20%” ชโรเดอร์สระบุ

ส่วนสหราชอาณาจักร คาดว่าเงินเฟ้อจะลดลงจาก 2.5% ในปี 2561 มาอยู่ที่ 1.8% ในปี 2562 ผลจากราคาน้ำมันที่ผ่อนคลายลง เช่นเดียวกับการคาดการณ์ว่าเงินปอนด์จะแข็งค่าขึ้นเทียบกับค่าเงินส่วนใหญ่ ในกรณีที่เบร็กซิทราบรื่น

สำหรับสหรัฐ ชโรเดอร์สคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะยังสูงขึ้นในปี 2562 มาอยู่ที่ 2.7% ตัวเลขคาดการณ์นี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่จะมีการเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นในช่วงที่สงครามการค้ายังดำเนินต่อไป

บริษัทบริหารสินทรัพย์รายนี้ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดแตะระดับสูงสุดที่ 3% ในเดือนมิ.ย. 2562

“เราคาดว่าเฟดจะไม่ให้ความสำคัญเรื่องเงินเฟ้อเกินเป้ามากนัก และจะพักเรื่องการทบทวนผลกระทบของการเติบโตที่ชะลอตัวลงในกรณีที่ราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นในอนาคต” เวดระบุในรายงาน และว่า “เราจึงคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2563 ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงชะลอตัวต่อไป”

สำหรับธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ชโรเดอร์ส คาดว่า จะยุติโครงการซื้อสินทรัพย์ในเดือนม.ค. 2562 และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ปีเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในยุคบริหารของมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี และจะเป็นครั้งสุดท้ายของดรากีเช่นกัน เนื่องจากเขาจะลงจากตำแหน่งในเดือนต.ค. ปีหน้า

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง