'ไพรซ์ซ่า’ผ่าเทรนด์อีคอมเมิร์ซ2562

29 พฤศจิกายน 2561 | โดย wariya Khamchana
3,452

ชี้ถนนทุกสายมุ่งสู่การค้าออนไลน์ อีมาร์เก็ตเพลสยิ่งแข่งเดือด อีเพย์เมนท์โตก้าวกระโดด ออมนิแชนแนลเพิ่มบทบาท กางแผนธุรกิจศักราชใหม่ ชู “บิ๊กดาต้า” สร้างจุดแข็ง พร้อมมุ่งดันระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซทุกภาคส่วนเติบโตไปพร้อมกัน

นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น “Priceza” เครื่องมือค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา(Shopping Search Engine) กล่าวในงาน “Priceza E-Commerce Trends : The Infinity of E-Commerce Wars 2019” ว่า สถานการณ์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซประเทศไทยปี 2562 คาดว่าจะเกิด 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ถนนทุกสายจะมุ่งสู่การค้าออนไลน์ 2.การค้าขายบนอีมาร์เก็ตเพลส(E-Marketplace) จะเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายมากขึ้น 3.ปีทองของอีเพย์เมนท์ ที่การจ่ายเงินชำระค่าสินค้าผ่านช่องทางอิเล็คทรอนิกส์จะเติบโตแบบก้าวกระโดด 4.การค้าหลากหลายช่องทาง(Omni Channel) จะมีบทบาทมากขึ้น

“อีคอมเมิร์ซปีหน้ายังคงมีปัจจัยบวกและสัญญาณที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตและปรับตัวของช่องทางฟินเทคและอีเพย์เมนท์ การพัฒนาที่ดีขึ้นของโลจิสติกส์ แคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ ของผู้เล่นในตลาด รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มนิยมการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ส่วนปัจจัยลบยังไม่เห็นว่ามี ดังนั้นคาดว่าอีคอมเมิร์ซไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 20-30%”

ปัจจุบัน คนไทยใช้เวลากับโมบายอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกที่ 4.2 ชม.ต่อวัน กิจกรรมที่นิยมสูงสุด 5 อันดับแรกคือ โซเชียลมีเดีย, เสิร์ช, อีเมล, บันเทิง, และซื้อขายสินค้าออนไลน์ ตามลำดับ มีการคาดการณ์ด้วยว่าเมื่อถึงปี 2563 สัดส่วนการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทยจะเพิ่มไปเป็น 84% หรือราว 59 ล้านคน

อย่างไรก็ดี ภาพรวมอีคอมเมิร์ซปี 2561 มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ เนื่องจากมีมาร์เก็ตเพลสรายใหม่จากต่างประเทศหลายรายเข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการ มีสินค้ากลุ่มข้ามพรมแดน(Cross Border) เข้ามาในไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การแข่งขันดุเดือดขึ้นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ประเมินขณะนี้สัดส่วนอีคอมเมิร์ซยังน้อยมากเพียง 1-2% ของภาพรวมค้าปลีกดังนั้นมีโอกาสเติบโตได้มหาศาล

ปัจจุบัน สัดส่วนการซื้อขายบนอีคอมเมิร์ซมาจากอีมาร์เก็ตเพลส 35% แบรนด์ดอทคอม 25% โซเชียลคอมเมิร์ซ 40% หากรวม 3 รายใหญ่ ลาซาด้า ช้อปปี้ และเจดีเซ็นทรัลมีสินค้ากว่า 75 ล้านรายการ สัดส่วนในประเทศ 20% ข้ามพรมแดน 80% คาดว่าปีหน้าจะเพิ่มไปได้ถึง 100 ล้านรายการ

สำหรับไพรซ์ซ่าแผนธุรกิจในปี 2562 แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา 2.ไพรซ์ซ่า มันนี่(Priceza Money) ช่องทางการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต 3.กลุ่มธุรกิจ PSPN ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า โดยบริษัทจะจับมือกับพันธมิตรร่วมกันดำเนินธุรกิจ เสริมจุดแกร่งของกันและกัน คาดว่าจะเปิดตัวพันธมิตรรายแรกได้ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562

เขาเผยว่า จำนวนสินค้าที่รวบรวมไว้บนเว็บไซต์ไพรซ์ซ่าปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 51 ล้านรายการ จาก 28 ล้านรายการในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันมีเครือข่ายพันธมิตรทั้งร้านค้า มาร์เก็ตเพลส แบรนด์สินค้า และช่องทางอีเพย์เมนท์จำนวนมาก ในฐานะแพลตฟอร์มกลางที่มีข้อมูลมหาศาลเช่นนี้ จึงมีเป้าหมายที่จะช่วยย่อยและแบ่งปันข้อมูล เพื่อให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกัน ด้วยการนำความรู้และข้อมูลที่ได้จากงานไปใช้ประกอบการวางแผนธุรกิจในปีหน้า

“เรามีแผนพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้สามารถเข้าถึงความสนใจได้แบบเชิงลึก”

ด้านอัตราการซื้อ(Conversion Rate) พบว่าเพิ่มขึ้นไปที่ 3.06% หากเทียบกับเมื่อสองปีก่อนนับว่าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากปี 2559 ประมาณ 1.72% และ ปี 2560 2.81% แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความเชื่อมั่นต่ออีคอมเมิร์ซมากขึ้น รวมสร้างมูลค่าการซื้อขาย(GMV) กว่า 1.98 พันล้านบาท เฉลี่ยแต่ละเดือนมีผู้สนใจเข้ามาค้นหาข้อมูลสินค้ามากกว่า 10 ล้านครั้ง

ข้อมูลเชิงลึก(Insights) ของไพรซ์ซ่าพบว่า สถานการณ์ยอดซื้อต่อตะกร้า(Average Basket Size) บนช่องทางอีคอมเมิร์ซ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 12 พ.ย.2561 อยู่ที่ 1,469 บาทต่อตะกร้า โดยกลุ่มสินค้าที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าหมวดเสื้อผ้าและแฟชั่น โทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า รถและยานพาหนะ ตามลำดับ 

พร้อมระบุว่า ปีนี้เห็นสัญญาณเติบโตที่ชัดเจนในกลุ่มไพรซ์ซ่า มันนี่ โดยมีรายได้เติบโตขึ้นจากปี 2561 ถึง 3 เท่า ในปี 2562 กลุ่มธุรกิจนี้จะครอบคลุมสถาบันการเงินและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายประเภทมากขึ้น เช่น มีบริการเปรียบเทียบประกันการเดินทาง คาดว่ากลุ่มธุรกิจนี้จะเติบโตขึ้นได้อีกประมาณ 2 เท่าตัว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง