350ที่นั่งส.ส. 'พปชร.' แค่เป้าหลอก!

21 พฤศจิกายน 2561 | โดย ดารากร
4,285

"มาเยอะขนาดนี้จะไม่กวาด 350 เสียงได้อย่างไร" คำพูดของ "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่กล่าวในระหว่างประชุมใหญ่พรรค เมื่อวันที่18 พ.ย. ที่ผ่านมา

000 ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นไปได้ที่พลังประชารัฐ จะได้ส.ส.จำนวนตามที่กล่าว โดยเฉพาะทางฝ่ายพรรคการเมือง อาทิ “เดอะมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดติดตลกว่า “ถ้าคนพูดไม่พูดผิด ก็เป็นคนฟังที่ฟังผิด”

000 พลันที่มีประเด็นดังกล่าวปรากฏออกมา “สนธิรัตน์” ได้ออกมา “แก้เกี้ยว” ในเรื่องนี้ว่า เป็นเพียงการเพียง “วาทะกรรม” ที่พูดให้กำลังใจกับสมาชิกที่จะลงสมัคร ส.ส. ให้มีกำลังใจในการทำงานทั้ง 350 เขตและไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะได้ส.ส.กี่คน

000 การที่ “สนธิรัตน์” ออกมาระบุว่านี่!เป็นเพียงแค่วาทะกรรม เพราะเขาย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่า หากเป็นไปตามที่ระบุคือได้ส.ส.350เสียง นั่นย่อมหมายความว่า “พลังประชารัฐ” จะเป็นพรรคที่สามารถจัดตั้ง “รัฐบาลพรรคเดียว” โดยไม่ต้องง้อพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งในความเป็นจริงเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้แทบจะไม่มีเลย เพราะด้วยรูปแบบและกฎกติกาที่ถูกออกแบบมาก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ต้องการให้มี “รัฐบาลผสม” จากหลายพรรค

000 ดังเช่นที่ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำกลุ่มสามมิตร ที่ขณะนี้กลายเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐไปเป็นที่เรียบร้อย ได้พูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา”

000 ดังนั้นการออกมาระบุเช่นนี้เป็นเพียง “เป้าหลอก” เท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงพลังประชารัฐ รู้ดีอยู่แล้วว่า “ไม่จำเป็น” ต้องเหนื่อยกวาดส.ส.จำนวนมากถึง 350 ที่นั่ง

000 เพราะ “เป้าจริง” อยู่ที่ การใช้ “สมการ” พรรคพลังประชารัฐจับมือกับพรรคแนวร่วม อาทิ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ซึ่งมี “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เป็นแกนนำคนสำคัญ, พรรคประชาชนปฏิรูป ของ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ที่เปิดหน้าสนับสนุนอย่างเต็มตัว

000 รวมถึงพรรคแนวร่วมพรรคอื่นๆ ที่ยังคง “เดินสายดูด” กันอยู่ในขณะนี้ และพรรคที่ยังคงสงวนท่าทีแต่มีแนวโน้มที่จะเป็นพรรคแนวร่วมในอนาคต เพื่อรวบรวมเสียงจาก “สภาล่าง(ส.ส.)” ให้ได้ 126 เสียงขึ้นไป บวกกับเสียงจาก “สภาสูง(ส.ว.)” ที่มีตุนไว้ในมือ 250 เสียง (5ปีแรกให้ส.ว.จากการคัดเลือกโดย คสช. ทั้งหมด) รวมเป็น 375 เสียงจาก 750 เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งและเพียงพอต่อการเสนอชื่อ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี รวมทั้งเป็นพรรคในการจัดตั้งรัฐบาล

000 ดังนั้น วาทะกรรมดังกล่าวจึงเป็นเพียง “วาทะกรรมปลุกลูกพรรค” เพื่อให้มีความตื่นตัวเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งเท่านั้น

000 แต่เป้าหมายทางที่แท้จริงอยู่ที่การรวบรวมเสียงจากพรรคแนวร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาล และสนับสนุนให้ “บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” กลับคืนสู่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

000 ซึ่งล่าสุด “บิ๊กตู่” ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ในทำนองว่า พรรคใดจะจะเสนอชื่อ เป็นนายกฯก็ขอให้มาพบปะเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนตนจะมีอะไรก็อยู่ในใจ เอาไว้ตนจะพูดอีกทีก็แล้วกัน!!

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง