สุดยอด 'โปรเม เอรียา' สร้างประวัติศาสตร์ กวาดทุกรางวัลใหญ่ LPGA

19 พฤศจิกายน 2561
6,740

นักกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลก "โปรเม เอรียา" สร้างประวัติศาสตร์ กวาดทุกรางวัลใหญ่ LPGA

หลังจาก "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล คว้าอีก 2 รางวัลใหญ่ คือ โบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากคะแนนสะสม Race to CME Globe รวมทั้งรางวัลสกอร์เฉลี่ยยอดเยี่ยม ถ้วย "แวร์ โทรฟี่" ไปครอง หลังจบรอบสุดท้าย ศึก CME Group Tour Championship ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน

โดยทำผลงาน 12 อันเดอร์พาร์ 276 คว้าอันดับ 5 ร่วม ส่วน "โปรโม" โมรียา จุฑานุกาล ปิดฉากการแข่งขันในอันดับ 58 ร่วม สกอร์ 5 โอเวอร์พาร์ 293

โปรเม จบการแข่งขันรอบสาม ทำสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ ในรอบสุดท้าย แม้จะไม่ได้ลุ้นแชมป์ แต่บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกตื่นเต้น เนื่องจากทำอันดับสูสีกับ บรู๊ก เฮนเดอร์สัน โปรชาวแคนาเดียน และนาสะ ฮาตาโอกะ โปรชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีลุ้นเบียดแย่งโบนัส Race to CME Globe เช่นกัน หากทำอันดับได้ดีกว่า โปรเม มาก โดยมีบางช่วง บรู๊กซึ่งออกรอบล่วงหน้าโปรเมไป 2 หลุมสามารถสลับขึ้นไปนำคะแนนสะสมได้ด้วย

ช่วง 9 หลุมแรกของรอบสุดท้าย โปรเม ทำ 3 เบอร์ดี้ที่หลุม 4, 6 และ 7 ก่อนไปเสียโบกี้ที่หลุม 9 แต่พอเข้า 9 หลุมหลังก็ฟอร์มร้อนแรง ตีแอพโพรชช็อตเข้าไปในระยะหวังผลหลายหลุม จนทำถึง 5 เบอร์ดี้ที่หลุม 10, 11, 14, 17 และ 18 เสียเพียงโบกี้เดียวที่หลุม 15 โดยหลุมสุดท้าย พาร์ 4 โปรเมหวดช็อตสองขึ้นไปออนห่างหลุมราว 15 ฟุต ก่อนพัตต์เบอร์ดี้ลงไปอย่างสวยงามทำให้ตลอดวันเก็บเพิ่ม 6 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวมเป็น 12 อันเดอร์พาร์ 276 คว้าอันดับ 5 ร่วมกับลิเดีย โค อดีตมือ 1 ของโลกชาวนิวซีแลนด์, มาริน่า อเล็กซ์ โปรอเมริกัน และการ์ลอต้า ซิกันด้า จากสเปน

1_82

ด้าน บรู๊ก พลาดท่าช่วงหลุมท้าย ไปเสีย 2 โบกี้ที่หลุม 16 และ 18 ทำให้สกอร์รวมจบที่ 9 อันเดอร์พาร์ 279 ในอันดับ 10 ร่วม ขณะที่ นาสะ ฮาตาโอกะ จบอันดับ 9 สกอร์ 10 อันเดอร์พาร์ 278 ส่วนรยู โซยอน มือ 3 โลกชาวเกาหลีใต้ คว้าอันดับ 3 ร่วม สกอร์ 13 อันเดอร์พาร์ 275 จึงมีคะแนนสะสม Race to CME Globe เป็นอันดับ 2 รองจากโปรเม ส่วนปาร์ก ซุง ฮยุน มือ 2 โลกชาวเกาหลีใต้ จบอันดับ 15 ร่วม สกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 282

ผลงานของ โปรเม ในรายการนี้ยังการันตีอีกรางวัลใหญ่อย่างถ้วย "แวร์ โทรฟี่" สำหรับนักกอล์ฟที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดของฤดูกาลอีกด้วย โดยโปรเมมีสถิติ 69.415 ตามด้วย มินจี ลี โปรชาวออสเตรเลียซึ่งคว้าอันดับ 37 ร่วม ตีเกิน 1 โอเวอร์พาร์ 289 โดยลีมีสกอร์เฉลี่ยมากกว่าโปรเม 0.332

ทั้งนี้ โปรเม นับเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กวาดทุกรางวัลใหญ่ของ LPGA Tour ในรอบปีเดียวกันขณะที่ครองมือ 1 ของโลก โดยก่อนหน้านี้ โปรเมการันตีรางวัลใหญ่ๆ อื่นๆ ไปแล้ว ได้แก่ นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี Rolex Player of the Year, รางวัลผลงานดีที่สุดในรายการระดับเมเจอร์ Rolex Annika Major Award, ตำแหน่งนักกอล์ฟทำเงินรางวัลสูงสุด และโบนัส 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะนักกอล์ฟที่จบอันดับท็อป 10 มากที่สุดตลอดปีอีกด้วย

ภายหลังการแข่งขัน โปรเมเผยว่า เบอร์ดี้สุดท้ายนั้น ก่อนพัตต์ตั้งใจมากว่าอยากให้ลงหลุม เพื่อจะได้ปิดฤดูกาลด้วยความรู้สึกดีๆ และก็ทำได้สำเร็จ สำหรับผลงานการคว้ารางวัลใหญ่ๆ ในปีนี้นั้น มีความหมายกับตนมากๆ เพราะต้องยอมรับตรงๆ ว่า หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีในปี 2016 จนได้รางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมและเงินสะสม Race to CME Globe แล้ว ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอีก เพราะคิดว่าตอนนั้นก็สุดยอดมากๆ แล้ว พอมาปีนี้จึงเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อ และภูมิใจในตัวเองมากๆ

ขณะที่โปรโมซึ่งทำสกอร์หลังจบสามวัน อีเว่นพาร์ 216 รอบสุดท้าย พลาดทำ 2 โบกี้ที่หลุม 6 และ 11 กับ 2 ดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 3 และ 13 โดยแก้คืนได้เบอร์ดี้เดียว ทำให้สกอร์รวมเป็น 5 โอเวอร์พาร์ 293 คว้าอันดับ 58 ร่วม

สำหรับตำแหน่งแชมป์เป็นของเล็กซี่ ธอมป์สัน โปรชาวอเมริกันซึ่งนับเป็นแชมป์แรกของปีนี้ของเจ้าตัว โดยทำผลงาน 18 อันเดอร์พาร์ 270

ผลงานของนักกอล์ฟไทยคนอื่นๆ อันดับ 30 ร่วม "โปรแหวน" พรอนงค์ เพชรล้ำ และ "โปรสายป่าน" ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ อีเว่นพาร์ 288, อันดับ 48 ร่วม "โปรจูเนียร์" ธิฎาภา สุวัณณะปุระ 3 โอเวอร์พาร์ 291, อันดับ 55 ร่วม "โปรแจน" วิชาณี มีชัย 4 โอเวอร์พาร์ 292

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง