สั่งตรวจสอบร้านยา-ผู้ผลิตลักลอบกระจายยาปฏิชีวนะสวนส้ม

16 พฤศจิกายน 2561
2,176

สธ.สั่งตรวจสอบเส้นทางลักลอบกระจายยาปฏิชีวนะถึงมือชาวสวนส้ม ระบุเป็นยาอันตราย ร้านยาต้องขายโดยมีเภสัชกร ผู้ผลิตต้องส่งมอบร้านขายยาเท่านั้น

จากที่ “กรุงเทพธุรกิจ” ได้นำเสนอพบสวนส้มทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางมีการนำยาปฏิชีวนะอะม็อกซีซิลลินฉีดเข้าต้นส้มเพื่อรักษาโรคกรีนนิ่งในต้นส้ม และมีการใช้ทั้งในพื้รนที่ภาคเหนือและภาคกลาง อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยกลุ่มติดตามปัญหาชายแดน ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.)มีความกังวลว่าผู้บริโภคผลส้มจะได้รับยามือสองและเกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อม จนก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาเกิดขึ้น และให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เร่งตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะการสืบหาเส้นทางการจำหน่ายยากลุ่มนี้ให้กับเกษตรกร เพราะจัดเป็นยาอันตรายต้องนำส่งโดยเภสัชกร (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อึ้ง! ฉีด 'ยาปฏิชีวนะ' เข้าต้นส้ม คนกินเสี่ยงรับยามือ2)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 พ.ย.61 นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งรับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับปัญหาเชื้อดื้อยาดำเนินการตรวจสอบแล้ว อีกทั้ง ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ในพื้นที่ที่มีสวนส้มและพบปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะนี้ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วย เนื่องจากปัญหาเชื้อดื้อเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ต้องร่วมกันแก้ไข อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาเรื่องเชื้อดื้อยามีการดำเนินการที่เรียกว่าสุขภาพหนึ่งเดียว(One Health)ที่เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน รวมถึงมีการทำแผนความร่วมมือแก้ปัญหากับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย.ได้ดำเนินการ 2 ส่วน ได้แก่ 1.ให้สสจ.ในพื้นที่ที่มีสวนส้มตรวจสอบการกระจายยาปฏิชีวนะอะม็อกซีซิลลินไปยังเกษตรกรชาวสวนส้ม เนื่องจากยาปฏิชีวนะจัดเป็นยาอันตราย ในการจำหน่ายต้องขายในร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น และ2.อย.จะกำชับไปยังผู้ผลิต ให้กระจายยาแก่ร้านขายยาเท่านั้น ไม่สามารถขายให้เกษตรกรได้ โดยหากตรวจพบผู้กระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย แม้โทษในเรื่องการขายยาไม่เหมาะสม ไม่ตรงตามข้อกฎหนดจะมีโทษไม่มาก แต่จะเป็นการส่งเสริมการใช้ยาที่เข้าใจไม่ถูกต้องแก่เกษตรกรและนำไปสู่การใช้ยาปฏิชีวนะอื่นๆที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เชื้อดื้อยาได้

แชร์ข่าว :
Tags: