ทัพเรือภาคที่ 2 เปิดศูนย์บรรเทาสาธารณภัย

9 พฤศจิกายน 2561
1,214

ทัพเรือภาคที่ 2 เปิดศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ตรวจความพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ กำลังพลในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในฤดูมรสุมในพื้นที่ภาคใต้

เมื่อวันที่ 9 พ.ย.61 ที่สถานีการบินฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พลเรือโท ชุตินธร ทัตตานนท์ผู้บัญชาการทับเรือภาคที่ 2 และนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานร่วมในพิธีตรวจความพร้อม ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ประจำปี 2561 เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในการรับมือกับเหตุภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงมรสุมที่จะถึง เพื่อให้ทันท่วงที ลดการสูญเสียและทรัพย์สินของประชาชนและของภาครัฐจากภัยพิบัติให้ได้มากที่สุด โดยมีรูปแบบการสวนสนามของกำลังพลยานพาหนะและยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งบูรณาการการทำงานร่วมกันประกอบด้วย ศูนย์บรรเทาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 2 ป้องกันภัยจังหวัดสงขลา ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา เทศบาลนครสงขลา เทศบาลเมืองเขารูปช้าง สมาคมร่วมใจกู้ภัย อ.เมืองสงขลา ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลจังหวัดสงขลา และบริษัท ปตท.สผ.จำกัด

พลเรือโท ชุตินธร ทัตตานนท์ผู้บัญชาการทับเรือภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 2 กล่าวว่า เนื่องด้วยในห้วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมของทุกปีเป็นช่วงฤดูมรสุมของจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ อาจทำให้เกิดอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม โดยกองทัพเรือ และมีความพร้อมอย่างมากในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 2 ทั้งทางบกและทางน้ำ พื้นที่ทางบกประกอบด้วย จังหวัดสงขลา ได้แก่อำเภอระโนด อำเภอเมืองสงขลา อำเภอสิงหนครและอำเภอจะนะ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้แก่อำเภอขนอม จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้แก่ อำเภอเกาะสมุยและอำเภอเกาะพะงัน พื้นที่ทางน้ำได้แก่ พื้นที่ทางทะเล เกาะแก่งต่างๆและชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยตอนล่าง

ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อม ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงมาจนถึงจังหวัดนราธิวาสตลอด 24 ชั่วโมงหากมีเหตุการณ์ประสบภัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์อุทกภัยวาตภัยอัคคีภัยหรือภัยพิบัติอื่นๆสามารถแจ้งมายังทัพเรือภาคที่ 2 ได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 074-375 804 ได้ตลอดเวลาพร้อมกันนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมกำลังทางเรือและทางอากาศไว้ด้วยเพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลและตามเกาะแก่งต่างๆให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุดและให้รวดเร็วที่สุด

PNEWS18110910044400411

PNEWS18110910044400413

ขอบคุณภาพจาก กรมประชาสัมพันธ์

แชร์ข่าว :
Tags: