MINT : ชะลอระยะสั้น เพื่อก้าวกระโดดในปีหน้า

5 พฤศจิกายน 2561
6,079

จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส

แม้การทำ Tender Offer หุ้น NHH ได้มากถึง 94.1% จะทำให้ฐานะการเงินของ MINT ตึงตัว แต่เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อดีลดังกล่าวในแง่การขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคยุโรปที่ทำได้อย่างรวดเร็วและกลายเป็นผู้เล่นหลักในทันที ส่วนแนวโน้มกำไรระยะสั้นอาจไม่สดใส โดยเราปรับกำไรปกติ 2018 ลงเป็น -0.6% Y-Y แต่คาดกลับมาเติบโตแรงในปี 2019 ที่ +35.2% Y-Y นอกจากนี้เรายังปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 51 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเหมาะสำหรับลงทุนระยะ 6 เดือนขึ้นไป

 

ผล Tender Offer หุ้น NHH กดดันระยะสั้น แต่เป็นบวกระยะยาว

MINT ประกาศผลการทำ Tender Offer หุ้น NHH ได้ทั้งสิ้นในสัดส่วน 94.1% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ราว 55-60% ไปมาก ทำให้ฐานะการเงินค่อนข้างดึงตัวในระยะสั้นโดย D/E Ratio คาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 1.9 เท่า อย่าไงรก็ตาม MINT คาดว่าจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ของ NHH ใน 4Q18 (เราประเมินราว 1 หมื่นลบ.) ซึ่งจะช่วยให้ D/E Ratio ลดเหลือราว 1.7 เท่า ณ สิ้นปี 2018 ซึ่งยังต่ำกว่า Covenant ที่ 1.75 เท่า นอกจากนี้ยังมีแนวทางที่จะทำให้ฐานะการเงินผ่อนคลายยิ่งขึ้น เช่น 1.ออก Perpetual Bond เพิ่มเติม 2.หาพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมถือหุ้น NHH ซึ่งทำให้ความเสี่ยงเรื่องการเพิ่มทุนหมดไป ขณะที่ในแง่การขยายธุรกิจเรายังคงมุมมองเชิงบวกจากการที่ MINT จะสามารถเข้าไปเป็นผู้เล่นหลักในภูมิภาคยุโรปและไม่ทับซ้อนกับ Footprint เดิมของ MINT แต่อย่างใด และเรามองว่าจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้ทันทีตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป

 

ภาพกำไร 3 ไตรมาสข้างหน้าไม่สวย แต่ทั้งปี 2019 จะโตแรง

แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 3 ไตรมาสข้างหน้าของ MINT จะไม่โดดเด่นเนื่องจากเริ่มรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะตั้งแต่ 3Q18 ขณะที่การรวมงบการเงินจะเริ่มใน 4Q18 ทำให้ในทางบัญชีจะไม่มีรายได้ในบางช่วงเวลา และไตรมาส 4 ไม่ใช่ High Season ของ NHH ขณะที่ 1Q19 มีโอกาสที่กำไรจะหดตัวเนื่องจากเป็นช่วง Low Season ของ NHH ซึ่งปกติจะขาดทุน เราจึงมีการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018 ลง 12% เหลือ 5,383 ลบ. -0.6% Y-Y (แต่กำไรสุทธิปรับขึ้นเป็น 15,719 ลบ. +190.3% Y-Y จากการรวมกำไรพิเศษจากการตีมูลค่าสินทรัพย์) อย่างไรก็ตามเรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานปี 2019 โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้นเล็กน้อยเป็น 7,279 ลบ. +35.2% Y-Y โตแรงจากการรวมงบการเงินของ NHH เต็มปีและฐานกำไรที่ต่ำในปี 2018

 

ยังเหมาะสำหรับการ “ซื้อลงทุน” ระยะกลาง-ยาว

เราปรับใช้ราคาเหมาะสมของ MINT เป็นปี 2019 ภายใต้ประมาณการใหม่ที่ 51 บาท (DCF WACC 7.3% Terminal Growth 3%) แม้เราจะมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตระยะยาว รวมถึง Upside ที่เปิดกว้างกว่า 45% แต่จากแนวโน้มกำไรระยะสั้นที่ไม่สดใสนัก เราจึงมองว่า MINT ยังเป็นหุ้นที่เหมาะสมในการ “ซื้อลงทุน” ในระยะ 6 เดือนขึ้นไป

แชร์ข่าว :
Tags: