ชู CPNlead ปีที่ 2 ปลดล็อคความสำเร็จนักธุรกิจรุ่นใหม่

30 ตุลาคม 2561
5,263

ซีพีเอ็น ชู CPNlead ปีที่ 2 ปลดล็อคความสำเร็จนักธุรกิจรุ่นใหม่ สร้างแบรนด์แข็งแกร่ง พร้อมประกาศแผนหนุน Micro SMEs ตั้งแต่ฐานราก

คุณปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น เผยว่า “ในยุคที่การทำธุรกิจมีความท้าทายมากขึ้น ผู้ประกอบการไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ต้องรู้จักปรับตัว เพื่อสร้างธุรกิจให้เข้มแข็งและอยู่รอดเติบโตอย่างยั่งยืน ซีพีเอ็นเองมีวิสัยทัศน์ในการสร้างศูนย์การค้าให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Center of Life) และมีแนวทางการสนับสนุน SMEs และ Start-up ไทยที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในทุกระดับมาอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินโครงการใน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ รูปแบบแรก คือ การแบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างเจาะลึก ติดอาวุธ SMEs ในโครงการ “CPNlead” เพื่อให้ SMEs สามารถต่อยอดและขยายธุรกิจได้ด้วยตนเองต่อไปในวงการค้าปลีกไทย โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องขยายธุรกิจกับซีพีเอ็นเท่านั้น ซีพีเอ็นในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ในวงการค้าปลีก เราตั้งใจให้หลักสูตรนี้เป็นเสมือน spring board ให้ผู้ประกอบการเติบโตไปพร้อมกัน หลังจากเปิดหลักสูตรมาแล้ว 2 ปี ได้สนับสนุนและปั้นธุรกิจรวม 80 แบรนด์ ซึ่งหลายแบรนด์สามารถต่อยอดความสำเร็จได้ทันที รวมถึงมีความพร้อมที่จะสร้าง Co-Creation ร่วมกันกับซีพีเอ็นต่อไปในอนาคต”

คุณปรีชา กล่าวต่อไปว่า “นอกจากนี้ จากจุดแข็งที่เรามีทำเลศักยภาพในศูนย์การค้าของซีพีเอ็นทั่วประเทศ เราจึงสนับสนุน SMEs อีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยการสร้างโอกาสในการขาย ผ่านกิจกรรม ‘SMEs Market Place เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นนำเอาทั้งสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และสินค้าประจำจังหวัด ไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ราย มาจำหน่ายในศูนย์การค้าของเราทั่วประเทศ โดยปีนี้ซีพีเอ็นตั้งเป้ายกระดับไปอีกขั้นด้วยการสร้างสรรค์ Destination Concept แบบถาวร เพื่อเป็นพื้นที่และช่องทางจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการท้องถิ่น ในรูปแบบโมเดิร์นเทรดบนโซนนิ่งที่ชัดเจน โดยจะนำร่องที่เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น คัดเลือกทั้งสินค้าของดีประจำท้องถิ่น และเรายังได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ช่วยคัดเลือกผู้ประกอบการจากทั่วประเทศให้มาเข้าร่วมด้วย โดยพร้อมเปิดโซน SMEs ในเดือนธันวาคม 2561 และ ตั้งเป้าขยายไปทั่วประเทศ ภายในปี 2562 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 1,000 ราย”

คุณปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการของซีพีเอ็น กล่าวว่า “เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ และมีความพร้อมที่จะสร้างธุรกิจให้เติบโต จึงคัดเลือกและเฟ้นหาแบรนด์ที่จะเป็นช้างเผือกให้กับวงการค้าปลีกไทย เพื่อมาฝึกอบรมและติดอาวุธธุรกิจ ในหลักสูตร CPNlead ภายใต้แนวคิด ‘Growth and Success with Great Partnership’ ที่จะช่วยสร้างความสำเร็จถึง 3 ต่อแบบ Win-Win-Win คือ SMEs ผู้เรียนมีความเติบโต, ศูนย์การค้าก็มีความหลากหลายของสินค้าและบริการใหม่ๆ และสุดท้ายคือผู้บริโภคมีตัวเลือกในการซื้อหาของดีมีคุณภาพ และสินค้าไอเดียใหม่ๆ ไปด้วย ในวันนี้ความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของ CPNlead คือ เราสามารถปั้นธุรกิจ SMEs ไทยรุ่นใหม่ให้ประสบความสำเร็จและมีพัฒนาการในหลายๆ ด้าน เช่น New Business Model ด้วยการนำเสนอธุรกิจที่มีไอเดียและ Innovation ใหม่ๆ, Product Development จากการค้นพบความต้องการของผู้บริโภคและการทำเวิร์คช้อปร่วมกับเพื่อนผู้ประกอบการ กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดนอกกรอบและกล้าทดลองไอเดียใหม่ๆ, Brand Concept ด้วยการทำ Story Telling ให้มีจุดเด่นและน่าดึงดูดสำหรับผู้บริโภค และ Marketing Strategy โดยเฉพาะในยุค Hyper Connected Consumers แบรนด์ยุคนี้ต้องใช้ Digital Communication เป็นต้น โดยรวมหลักสูตรทั้งสองรุ่นกว่า 50% สามารถเติบโตและขยายสาขากับซีพีเอ็น รวมเป็นพื้นที่รีเทลกว่า 8,000 ตารางเมตร”

ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม. ธรรมศาสตร์ ผู้อำนวยการหลักสูตร CPNlead กล่าวว่า “คอร์ส CPNlead มีจุดประสงค์หลักคือปั้น SMEs ไทยที่มีศักยภาพในการเติบโตผ่านเครื่องมือ Retail Success Formula ที่เรา develop ให้โครงการนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ SMEs วางแผนธุรกิจแบบเป็นระบบและมีความเป็นมืออาชีพ ผู้ประกอบการหลายคนมีไอเดียและ passion แต่การลุยทำธุรกิจและคิดคนเดียวอาจทำให้มองภาพได้ไม่ครบรอบด้าน ซึ่งคอร์ส CPNlead ช่วยเปิดมุมมองการทำธุรกิจให้กว้างขึ้น อีกทั้งเรายังผลักดันให้ผู้ประกอบการมองไปถึงความเติบโตของธุรกิจในระยะยาวด้วย สำหรับในปีที่ 2 เน้นเรื่องการ Co-Creation เราตั้งโจทย์ให้แต่ละแบรนด์ co-create โปรดักท์ใหม่ๆ ร่วมกัน เพื่อให้คิดนอกกรอบและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานของการคำนึกถึง Customer Centric และการสร้างประสบการณ์แบบ Seamless นอกจากนี้ โมเดล Pop-Up Store ในรูปแบบครีเอทีฟมาร์เก็ต ‘YOUNIQUE Market’ ก็ช่วยให้ SMEs ประสบความสำเร็จอย่างมาก คือช่วยลดขั้นตอนการลองผิดลองถูกคนเดียว หลายคนสามารถสร้างโปรดักท์ใหม่และค้นพบพาร์ทเนอร์ธุรกิจจากหลักสูตรนี้นำไปต่อยอดได้จริง”

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดของซีพีเอ็น กล่าวเพิ่มเติมว่า “ซีพีเอ็นเป็นรายแรกในวงการค้าปลีกที่ริเริ่มพัฒนาหลักสูตรอบรมผู้ประกอบการ SMEs ไทยอย่างเป็นรูปธรรม คอร์ส CPNlead แตกต่างด้วยโมเดล ‘Theory-Training-Transform’ โดยเข้มข้นทั้งความรู้ know-how และ case study ใหม่ๆ และที่สำคัญคือการได้ “ลงมือปฏิบัติจริง” นักธุรกิจในรุ่นนี้มีคอนเซ็ปต์ที่ดีมาก เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมี Passion ในการทำธุรกิจ ทางซีพีเอ็นต้องการที่จะช่วยสานฝันให้ธุรกิจของคนรุ่นใหม่ได้ต่อยอด จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการดูแลหลักสูตรคัดเลือกแบรนด์ที่มีพัฒนาการและสามารถคิดค้น Business Model ได้โดดเด่นที่สุดใน 3 อันดับ ได้แก่

1) ชนะเลิศอันดับ 1: คุณกานต์พิชชา เกียรติขจรฤทธิ์ จากแบรนด์ DIVANA ธุรกิจที่เติบโตจากความละเอียดอ่อนของสปา โดดเด่นในเรื่อง Passion และความ Creative สามารถเปลี่ยนแปลงคิดโมเดลใหม่เป็นไลฟ์สไตล์คาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์ในชื่อ ‘DIVANA Signature Café’ และสร้าง Sustainable Business ด้วยคอนเซ็ปต์การสร้างความเชื่อมโยงกับโลเคชั่นที่ไปตั้งอยู่ สู่การปั้น แบรนด์ ‘DIVANA Landmark’ เป็นการสร้างพื้นฐานความยั่งยืนให้ธุรกิจที่สามารถคิดนอกกรอบและไม่หยุดนิ่ง

2) ชนะเลิศอันดับ 2: คุณกุลวัชร ภูริชยวโรดม จากแบรนด์ Chounan ร้านอาหารจานด่วนสไตล์เอเชีย นำเสนอ Transformation Concept ผสมผสานไลฟ์สไตล์คนสมัยใหม่คือ ‘Urban Lifestyle & New Japanese’ สามารถเปลี่ยนกลยุทธ์จาก Product Centric เป็น Customer Centric การคิดซิกเนเจอร์ใหม่ๆ อย่าง “เกี๊ยวซ่าพระจันทร์” ตอบโจทย์ความเร็ว ความสบาย และเป็นเดสซิเนชั่นของอาหารจานด่วนได้ รวมถึงต่อยอดอย่างยั่งยืนให้กับชุมชนบ้านเกิดด้วยโปรเจ็ค ChouNan Farm และ Craft Center

3) ชนะเลิศอันดับ 3: คุณมินทร์ธิรา วิชญวงศ์ธีรกุล จากแบรนด์ Yellow Spoon แบรนด์เบเกอร์รี่ ที่ใส่ใจในรายละเอียดของขนมทุกชิ้น เรียบง่ายและได้คุณภาพ เริ่มต้นจากธุรกิจ Wholesale และเน้นการขายส่งผ่านช่องทางออนไลน์สามารถพัฒนาไปสู่ Brand Expansion จนขยายสาขาได้ พร้อมไอเดียที่สามารถต่อยอดเป็น Store Concept ในหลายรูปแบบ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ รวมถึงจุดแข็งด้าน Production ที่สามารถควบคุมคุณภาพได้แม้จะขยายธุรกิจเป็น รีเทลในสเกลที่ใหญ่ขึ้น”

แชร์ข่าว :
Tags: