"ช้างศึก"รายงานตัวเตรียมลุยเอเอฟเอฟ

23 ตุลาคม 2561
948

ฟุตบอลทีมชาติไทย รายงานตัวเตรียมลุยเอเอฟเอฟ ด้านนายกสมาคมฯ และ มิโลวาน ราเยวัช ตั้งเป้าต้องป้องกันแชมป์

วันที่ 23 ตุลาคม 2561 เวลา 11.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 1 ที่ทำการสมาคมฯ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย เดินทางมารายงานตัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2561

การรายงานตัวครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช รวมถึงนักเตะตัวใหม่ อย่าง ขวัญชัย สุขล้อม, สรานนท์ อนุอินทร์ และตัวหลักอย่าง ฐิติพันธุ์ พ่วงจันทร์, เฉลิมพงศ์ เกิดแก้ว และ สรรวัชญ์ เดชมิตร เป็นต้น โดยนักเตะจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ยังติดภารกิจกับสโมสร จะเดินทางมาสมทบในภายหลังในวันที่ 29 ตุลาคม 2561

ภายในงานรายงานตัว พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า "วันนี้ทีมชาติไทยก็เดินทางมารายงานตัว เพื่อเข้าแคมป์ฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลรายการ ซูซูกิ คัพ ก็มีนักกีฬาเข้ามารายงานตัวบางส่วน ส่วนหนึ่งยังไม่เข้ามารายงานตัว เนื่องจากติดภารกิจกับต้นสังกัด แต่ก็จะเข้ามาร่วมกับเพื่อนๆในโอกาสต่อไป"

"การเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันรายการซูซูกิ คัพ เราทราบดีว่าเป็นรายการที่แฟนบอลชาวไทย มีความคาดหวังและก็ให้ความสำคัญกับฟุตบอลรายการนี้เป็นอย่างมาก เรื่องการเตรียมความพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง สมาคมฯจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งกับโค้ช ทีมงานผู้ฝึกสอน และนักกีฬา เรามีการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการทีมคนใหม่ ซึ่งก็คือคุณ กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ เข้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือ กำกับดูแล หรือทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย แทนนายกสมาคมฯ"

"การเตรียมความพร้อมครั้งนี้ผมมั่นใจว่า ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ตามบทบาทและภารกิจ ก็ได้ให้โอวาทกับนักกีฬาทุกคน ทั้งคนที่ติดทีมชาติมาหลายครั้ง และที่ติดทีมชาติใหม่ สิ่งที่บอกกับน้องๆก็คือ การขยันหมั่นเพียร เชื่อทีมงานโค้ช ผู้ฝึกสอน ปรับสภาพจิตใจ กับความเข้มแข็งของใจ ว่าทีมชาติไทยต้องไม่กลัวชาติใด บอกน้องๆว่าต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแกร่ง เพราะกีฬา แพ้ชนะวัดกันที่ สภาพร่างกายและจิตใจ ซึ่งเชื่อว่าด้วยความเป็นมมืออาชีพของโค้ช และทีมงานผู้ฝึกสอน รวมถึงนักกีฬา เข้าใจ ก็คิดว่าทุกคนทำได้ และเชื่อว่าเมื่อทำในสิ่งที่ผมแนะนำไปแล้ว ผลงานจะออกมาดี ผลงานจะสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนใด ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือแรงใจจากแฟนบอลชาวไทย ที่ช่วยกันเชียร์ ลูกๆหลานๆ นักฟุตบอลทีมชาติไทย ทั้งในสนาม และหน้าจอทีวี ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากสื่อมวลชน ก็ต้องขอให้ทุกคนคิดว่า พวกเราเป็นผู้สนับสนุนให้กับทีมชาติไทยเพื่อความสุขกับรอยยิ้มของแฟนบอลชาวไทย"

"เรามีข้อตกลงกันว่า เฮดโค้ชจะต้องทำผลงานในเอเชียน คัพ ให้ดีกว่าอดีตที่เคยผ่านมา ส่วนในซูซูกิ คัพ แน่นอน มันเป็นความคาดหวัง และโค้ชก็เป็นมืออาชีพ ก็รู้ดีว่าต้องทำอย่างไร แต่ผลงานที่สำคัญที่เป็นข้อตกลง คือ ผลงานในเอเชียน คัพ เพราะทีมชาติไทย ยังไม่เคยเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย นั่นคือเป้าหมาย ถ้าเราไปได้ไกลกว่าที่เราเคยไป ก็ถือว่ามีการพัฒนา ถ้าเราไปได้ไม่ไกลกว่าเดิม แปลว่าเรายังไม่พัฒนา เราไม่ได้หวังมากมาย ในทีมเอเชียน คัพ เราหวังว่าเราจะเข้ารอบลึกๆ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอีกขั้น ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง ส่วนซูซูกิ คัพ ไม่ใช่ตัวชี้วัด"

ด้าน มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า "เรื่องตำแหน่งผู้รักษาประตู ตอนนี้เรายังไม่ได้ตัดสินใจ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ทั้งคู่ได้รับโอกาสจากสองเกมที่ผ่านมา และก็ทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ในการฝึกซ้อม ทั้งคู่ก็แสดงว่าศักยภาพออกมา ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ทีมชาติไทยเรามีผู้รักษาประตูเก่งๆมากมาย ก็ต้องตัดสินใจต่อไปว่าใครเหมาะสมที่จะเป็นตัวจริง แต่ก็ต้องทำงานหนักต่อไป เพื่อแสดงว่าใครเหมาะสม และเราจะตัดสินใจกันอีกครั้ง"

"ไม่ว่าใครจะเป็นตัวจริง ทุกคนคือทีมเดียวกัน ก็ต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เราก็จะก้าวไปด้วยกัน สำคัญที่ผู้เล่นที่ลงไปเป็นตัวสำรองและสามารถเปลี่ยนเกมได้ เปลี่ยนสถานการณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือตัวสำรอง ทุกคนเป็นทีมเดียวกัน ทุกคนมีโอกาสเท่ากันหมด"

"ผมอยากจะบอกว่า เป้าหมายของเราในซูซูกิ คัพก็คือการป้องกันแชมป์ให้ได้ เราเองก็มีความกดดัน แต่จะให้นักกีฬาเปลี่ยนความกดดันตรงนี้เป็นแรงขับ ให้แสดงออกในสนาม เราจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด"

"เรื่องอาการล้าที่ต้องแข่งขันสะสม อย่างแรกคือทุกทีมต่างก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน เพราะเป็นโปรแกรมการแข่งขันที่จัดมา เราอยากให้มองทีละนัดมากกว่า และเราจะดูว่าผลเป็นอย่างไร เกมไหนสามารถโรเตชั่นได้ ก็อยากให้มองทีละขั้นมากกว่า"

"การเล่นฟุตบอลเกมรุก เป็นสไตล์ที่เร้าใจของแฟนบอล แต่ผมบอกเสมอว่าอยากให้ทุกคนเล่นได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ ถ้าเรามีโอกาสเราก็จะเปิดเกมรุกเข้าใส่แน่นอน แต่สิ่งสำคัญคือผลการแข่งขัน เราต้องได้ผลการแข่งขันที่ดีในทุกนัด"
สำหรับทีมชาติไทย จะเก็บตัว ที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ โดยจะคัดเลือกนักกีฬาให้เหลือ 23 คนอีกครั้งในภายหลัง

โดยโปรแกรมของทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี มีดังนี้
ติมอร์ เลสเต พบกับ ทีมชาติไทย ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.00 น.
ทีมชาติไทย พบกับ อินโดนีเซีย ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.30 น.
ฟิลิปปินส์ พบกับ ทีมชาติไทย ที่สนาม ปานาด สเตเดียม ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.30 น.
ทีมชาติไทย พบกับ สิงคโปร์ ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.00 น.

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง