“ดีสวัสดิ์” สไตล์จริต-ตัวตน จุดยืนดีไซน์กลางแมสเดือด

25 ตุลาคม 2561 | โดย ประกายดาว แบ่งสันเทียะ
5,540

ในวันที่การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยไม่เหมือนเดิม ผู้ผลิตไทยต่างถอยร่นจากการรุกไล่ดัมพ์ราคาจากคู่แข่งต่างชาติ ทว่าความแน่วแน่ในจริต ตัวตน ไลฟ์สไตล์ ผลงานออกแบบคัสตอมไมซ์ ฉีกตลาดมองหาความแตกต่าง ทำให้ “ดีสวัสดิ์” สร้างจุดยืนบนตลาดโลกจนได้

ย้อนกลับไปกว่า 10 ปีหลายอุตสาหกรรมไทยเริ่มมีคู่แข่งหน้าใหม่ที่ผลิตสินค้าได้ถูกกว่ามาแย่งชิงเค้ก แม้แต่สินค้าเฟอร์นิเจอร์ ส่งผลให้ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไทยเริ่มปรับทิศทางธุรกิจหนีการแข่งขันดุุเดือดจากตลาดแมส ขยับขึ้นไปขายดีไซน์ และไอเดีย พร้อมกันกับหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ คำบอกเล่าของ จิรชัย ตั้งกิจงามวงศ์ กรรมการผู้จัดการด้านการตลาด และพัฒนาและวิจัย บริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ (DEESAWAT)ภายใต้แบรนด์”ดีสวัสดิ์” ผู้กวาดรางวัลผลงานการออกแบบของไทยจากหลายหน่วยงานในเกือบทุกปีใช้ศักยภาพของการผลิตสินค้าได้กับแบรนด์ดังในยุโรปจนเกิดทักษะความชำนาญ พัฒนารูปแบบและอัตลักษณ์เฉพาะของไทยให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก

จิรชัย เล่าย้อนถึงสถานการณ์ตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยที่ไม่เหมือนเดิมที่วัันนี้ขายไลฟ์สไตล์มากกว่าราคาถูก ในงาน  STYLE Bangkok October 2018 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ ที่รวม 3 งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ 3 งานใหญ่เข้าไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL), งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) เพื่อเป็นการชูความเป็นตัวตนไลฟ์สไตล์ไทยให้กลุ่มลูกค้าต่างประเทศได้เห็นถึงการพลิกโฉมอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทย ที่มีรูปแบบและทักษะการผลิต รวมถึงอัตลักษณ์ที่ชัดเจน 

งานสไตล์แตกต่างออกไป เพราะการแข่งขันในตลาดโลกสูง ทุกคนหาแหล่งผลิตที่ถูกกว่าจึงมี เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน มาแข่งขัน ทางออก คือ การรวมกันของสามงานสินค้า เพื่อให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของสินค้าไทย หากขายเป็นชิ้นๆ เทียบราคาเรายอมรับแพ้ราบ แต่หากรวมกันเราชนะ” เขาเล่าถึงจุดแข็งผู้ผลิตไทยที่มีดีไซน์ ปรับตัวจนค้นพบความเป็นตัวตนและความแตกต่างของสินค้าไทย ที่ไม่ใช่เพียงขายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียว แต่ขายครบจบทุกสิ่่งเรื่องการตกแต่งบ้านที่สะท้อนความเป็นตัวตนลูกค้า

นี่คือจริตของสินค้าไทยที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่ผู้ผลิตที่มีศักยภาพในการออกแบบได้ตอบโจทย์ลูกค้าในแบบที่ต้องการ โดยออกแบบเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านรูปแบบเฉพาะตัว (Unique) มาโชว์ให้กับลูกค้าในงานแสดงสินค้า โดยหากตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้า ค่อยมาเจรจาแลกเปลี่ยนแนวคิดตามโจทย์ลูกค้า(Customize)ต้องการแบบลงลึกในแต่ละจุด แล้วจึงวางออเดอร์ วิธีใหม่แทนการผลิตแล้วสั่งทำตามพิมพ์เดิมที่ผลิตในแบบที่โชว์  

ความแตกต่างของรูปแบบการขายที่สร้างทางเลือก โดยหาลูกค้าที่ไม่ใช่เพียงผู้นำเข้า (Importer)สินค้าในต่างประเทศ แต่เจาะเข้าไปในกลุ่มที่มีอิทธิพลทางการตัดสินใจเลือกซื้อวัสดุ สินค้าตกแต่ง เช่น ผู้ตกแต่งภายใน(Interior ) และสถาปนิก (Architecture) ในงานโครงการต่างๆ เช่น ที่พักอาศัยคอนโด หรือโรงแรม ได้เห็นสินค้าแล้วเกิดไอเดียและสั่งซื้อในจำนวนมากในมูลค่าที่สูงโดยที่ไม่มีการต่อรองราคามาเกี่ยวข้อง แทนการผลิตจำนวนชิ้นมากๆ เพื่อวางขาย

สำหรับอัตราการขายผู้นำเข้าโดยทั่วไปอดีต ราคาสินค้าขายเริ่มต้นที่ 100 ดอลล่าร์ราคาขายหน้าร้านในต่างประเทศสินค้าไทยถูกบวกเพิ่ม 3.5 เท่าหรือขายอยู่ที่ 350 ดอลล่าร์ ซึ่งเกิดจากการบวกเพิ่มต้นทุนจากยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ที่จำเป็นต้องสต็อกสินค้า แต่หากขายกับลูกค้าโครงการซึ่งเป็นทางเลือกใหม่อยู่ที่ 150 เหรียญดอลล่าร์ ขายได้ทั้งมูลค่า และปริมาณคำสั่งซื้อโดยไม่ต้องสต็อกสินค้า ลูกค้าก็รับได้เพราะมีดีไซน์ที่ทำให้เฉพาะโดยดีลตรงกับโรงงาน

งานแสดงสินค้าในจีนบูทเยอะมากแต่หาผู้ผลิตตัวจริงไม่เจอเขาจึงผลิตตามแบบลูกค้าสั่ง แต่เราสามารถออกแบบได้หลากหลายตามโจทย์ลูกค้า เพราะโรงงานเรามีทีมออกแบบ เราเป็นโออีเอ็มภายให้กับแบรนด์ชั้นนำเด่นของโลกทั้งเซรามิค เฟอร์นิเจอร์ไฮเอนด์จากยุโรป นี่คือการสะสมผลงาน (Portfolio) ที่ทำให้เกิดตัวตนเฉพาะของแบรนด์ไทยซึ่งกลายเป็นจุดขายให้กับลูกค้าโครงการ เขาเล่า

จิรชัย ยังเล่าถึงผลงานการออกแบบของ“ดีสวัสดิ์”ในงานโครงการเริ่มมากขึ้น มาจากการเข้าไปสร้างชื่อเสียงงานโครงการต่างๆ อาทิ โรงแรม สถานที่แต่งงาน(Wedding Hall) ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า รวมถึงฟู้ดทรัค ระดับไฮเอนด์ ส่วนใหญ่เป็นผลงานที่เน้นดีไซน์ โดยเฉพาะในร้านค้าปลีกที่สร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์ดัง อย่างเช่น หลุยส์ วิตตอง, เบอร์เบอร์รี่ (Burberry) ในญี่ปุ่น หลังจากนั้นจึงขยายกลุ่มต่อเนื่อง

ปัจจุบันผลงานจากโครงการของดีสวัสดิ์เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะจับกลุ่มที่มีอำนาจการตัดสินใจซื้อเป็นหลัก ลูกค้ากลุ่มออกแบบรู้จักดีสวัสดิ์ในนามผู้อยู่เบื้องหลังผลงานการแตกต่าง แต่ทำรายได้หลักยังเน้้นการขายในตลาดโลกจึงมีสัดส่วน่การส่งออกถึง 80% ขายในประเทศเพียง 20%

แม้สร้างรายได้เติบโตในต่างแดนแต่เขามีวิธีรักษาแบรนด์ในประเทศ ตอกย้ำชื่อเสีียงผู้นำตลาดเฟอร์นิเจอร์ และถูกขนานนามให้เป็นพี่ใหญ่แห่งวงการด้วยการออกคอลเล็คชั่นใหม่ๆ พร้อมกับส่งผลงานออกแบบชิงรางวัลทุกปี ขณะเดียวกันยังเข้าไปร่วมพัฒนาสินค้าใหม่ร่่วมกับหน่วยงาานภาครัฐ เพื่อสร้างนวัตกรรมออกแบบให้กับสินค้าไทย โดยล่าสุดร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศพัฒนาแบบเฟอร์นิเจอร์เพื่อผู้สูงอายุ (60+) ซึ่งเป็นตลาดอนาคตที่ต้องทำควบคู่กับตลาดปัจจุบัน เมื่อเก็บพอร์ตฟอลิโอพร้อมในจังหวะที่ตลาดบูมก็เข้าไปได้ทันที

ส่วนตลาดต่างประเทศ ทำให้คนรู้จักแบรนด์ไทยด้วยการบินไปร่วมงานแฟร์เพื่อประกาศศักดาแบรนด์ดีวัสดิ์ต่อเนืื่อง เช่น อิตาลี ฝรั่งเศส ฮ่องกงและสิงคโปร์ 

“แม้เราจะเป็นที่รู้จักดีในวงการส่งออกโลก แต่เฟอร์นิเจอร์ไทยถูกสินค้านำเข้ามาตีตลาดมากขึ้นเราจึงทิ้งในประเทศไม่ได้ในฐานะพี่ใหญ่ในวงการ เพื่อให้มีจุดยืนประกาศความเป็นดีสวัสดิ์ ผู้นำตลาดเฟอร์นิเจอร์ในไทย ไม่ให้ตัวเองหลุดหายด้วยการออกแบบคอลเล็คชั่นใหม่ รวมถึงการออกแบบสินค้าอนาคตรอให้ตลาดพร้อมเราก็เข้าไปทันที”เขาเล่าเส้นทางการรักษาแบรนด์ไปพร้อมกันกับโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังขยายตัว

ด้าน เรจิน่า กว๊อค (Regina Kwok) เจ้าของและผู้ออกแบบตกแต่งภายใน บริษัท อาร์ทวิลล์ จากฮ่องกง ที่เจาะตลาดคอนโด ที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ รวมถึงแรม ส่วนใหญ่ขนาด 500 ตารางเมตร(ตร.ม.) เล่าถึงการเดินทางมาไทยเพื่อเจรจาค้นหาดีไซน์แบบใหม่เพื่อเป็นทางเลือกหลังจากส่วนใหญ่นำเข้าสินค้าจากยุโรปเป็นหลัก จึงต้องการมองหาสิ่งแปลกใหม่และความเป็นตัวตนในแบบจากคนไทย ที่มีความใกล้เคียง พร้อมกับมีรูปแบบเฉพาะที่สอดคล้องกันกับเทรนด์ในยุคปัจจุบัน ที่เน้นความร่วมสมัย เรียบ หรู มีสไตล์ (Modern Contemporary) ซึ่งเมืองไทยค่อนข้างโดดเด่น

“มองหางานเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีดีไซน์ ซึ่งเมืองไทยค่อนข้างมีรูปแบบดีไซน์เฉพาะตัวที่โดดเด่น และมีราคาเหมาะสม ไม่สูงเกินไป นี่คือจุดแข็งของคนไทยนำไปเสนอให้กับกลุ่มลูกค้าได้ และลูกค้าชื่นชอบสินค้าจากไทย ได้รับความนิยมในด้านคุณภาพหากเทียบกับสินค้าจากจีน”

----------------------------

สูตรรอดเฟอร์นิเจอร์ไทย

-ออกแบบตอบโจทย์คัสตอมไมซ์

-เจาะกลุ่มงานโครงการผ่านสถาปนิก

-ชูตัวตนแบรนด์ผ่านคอลเล็คชั่น-รางวัลออกแบบ

-สะสมพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ดัง

 

 

 

 

แชร์ข่าว :
Tags: