คาดพ่อ 'น.ต.ศิธา' ต่อคิว 'โอ๊ค' คดีฟอกเงินทุจริต-รับเช็ค172ล้าน

15 ตุลาคม 2561
3,518

อธิบดีดีเอสไอยัน "มานพ ทิวารี" พ่อน.ต.ศิธา ทิวารี ยังไม่หลุดคดีฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย-รับเช็ค172ล้าน แจงอัยการยังไม่มีความเห็นทางคดี ตามลุ้นต่อคิวคดี "พานทองแท้ ชินวัตร"

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์คดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับเครือกฤษดาธานนท์ กรณีของนายมานพ ทิวารี บิดาของน.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีตกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ว่าอาจหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาในคดีอาญาว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายมานพ และได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปให้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณาสั่งคดี

ที่ผ่านมากรณีของนายมานพนั้น อัยการไม่ได้สั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติม และขอยืนยันว่าจนถึงขณะนี้อัยการยังไม่มีความเห็นทางคดีว่าจะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง ส่วนผู้ต้องหากลุ่มอื่นๆที่รับเช็คจากผู้บริหารเครือกฤษดามหานคร โดยไม่มีมูลหนี้ต่อกันพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงกรณีของนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีรับเช็ค 10 ล้านบาท นางกาญจาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายวันชัย หงส์เหิน กรณีรับเช็ค 26 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากชุดสอบสวน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้อัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ซึ่งเป็นคดีต่อเนื่องกับคดีทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทยไปแล้ว แต่คดีนายมานพเป็น 1 ในจำนวนผู้ต้องหาที่อัยการยังไม่มีคำสั่งทางคดี เบื้องต้นได้รับการประสานว่ากรณีของนายมานพได้ถูกแยกการพิจารณาออกจากผู้ต้องหาอื่น เพื่อรอฟังความเห็นทางคดีของนายพานทองแท้ นางกาญจาภา และนายวันชัย ซึ่งปรากฎว่าคดีฟอกเงินในกลุ่มของนายพานทองแท้นั้นอัยการได้สั่งฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปแล้ว จึงทำให้มีการตั้งข้อสงสัยถึงคดีของนายมานพ โดยคาดว่าอัยการจะมีความเห็นทางคดีออกมาในเร็วๆนี้ ตามหลักฐานที่พบจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินซึ่งพบว่าได้รับเช็คจากบริษัทในเครือกฤษดามหานคร วงเงินประมาณ 172 ล้านบาท

สำหรับบุคคลและนิติบุคคลที่รับเช็คจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ และผู้บริหารเครือกฤษดามหานคร จำนวนกว่า 190 ราย โดยมีหลักฐานพิสูจน์มูลหนี้และเหตุผลในการใช้จ่ายเงินได้ ดีเอสไอจึงได้สรุปสำนวนพร้อมทำความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เสนอให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณาสั่งคดีตามขั้นตอนตามกฎหมายแล้ว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง