SCC - ซื้อ

12 ตุลาคม 2561 | โดย บล.บัวหลวง
2,634

กำไรชะลอตัวแต่ yield ยังช่วยหนุน

ผลประกอบการในไตรมาส 3/61 ที่จะประกาศในวันที่ 24 ต.ค.นี้ น่าจะน้อยกว่าที่เราคาดไว้เดิม เนื่องจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีลดลงกว่าที่เราประมาณการไว้ การเติบโต YoY อาจจะยังไม่เห็นจนถึงปี 2562 เราได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2561-62 ของเราลง 4% และ 6% ตามลำดับ และปรับลดราคาเป้าหมายของเราลงเป็น 500 บาทจาก 580 บาท ปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.3% ซึ่งถือว่าน่าสนใจ เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ"

อีกไตรมาสที่อ่อนตัว

ผลการดำเนินงานของ SCC ดูเหมือนไม่แข็งแกร่งอย่างที่เราคาดไว้เดิม และ ไตรมาส 3/61 นี้น่าจะเป็นอีกไตรมาสที่กำไรหดตัว ผลการดำเนินงานของธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้นไม่พอเพียงที่จะหักล้างการลดลงของกำไรของธุรกิจปิโตรเคมีได้ เราคาดว่ากำไรในไตรมาส 3/61 ลดลง 5% YoY และ 10% QoQ มาอยู่ที่ 11.2 พันล้านบาท

CBM ฟื้นตัวตามคาด

อุปสงค์ปูนซีเมนต์ในประเทศน่าจะเพิ่มขึ้น 2-3% YoY ในไตรมาส 3/61 หนุนโดยการใช้ปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับโครงการภาครัฐที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และการเริ่มก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารเพื่อการพาณิชย์ราคาสุทธิของปูนซีเมนต์หน้าโรงงานน่าจะทรงตัว QoQ แต่สูงขึ้น 3% YoY ในขณะที่อุปสงค์ในประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์สำหรับที่อยู่อาศัยและกระเบื้องเซรามิคจะยังคงอ่อนตัว เนื่องจากโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการอาคารพาณิชย์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหลายโครงการยังไม่เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการตกแต่ง อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรของ CBM จะเพิ่มขึ้น 10% YoY มาอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท และคาดว่าจะดีขึ้นอีกในไตรมาส 4/61 จากการเพิ่มขึ้นทั้งในด้านปริมาณและราคาปูนซีเมนต์หลังฤดูฝน รวมถึงการประหยัดต่อขนาดของโรงงานปูนซีเมนต์ของ SCC ในต่างประเทศ

กำไรปิโตรเคมีอ่อนตัว

เราคาดว่า กำไรจากปิโตรเคมีในไตรมาส 2/61 อยู่ที่ 7.9 พันล้านบาท ลดลง 17% YoY และ 3% QoQ โดยสาเหตุที่ลดลง YoY มาจาก 1) ต้นทุนแปรสภาพเพิ่มขึ้นตามราคาแนฟทาที่ปรับตัวสูงขึ้น (686 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในไตรมาส 3/61 เทียบกับ 468 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในไตรมาส 3/60) และ 2) ส่วนต่างราคาของ PP, ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ของการผลิตโอเลฟินส์ และ PVC ที่ลดลงมีเพียงส่วนต่างราคา HDPE ที่ขยายตัวเล็กน้อย YoY สำหรับการลดลง QoQ จะมาจาก ต้นทุนแปรสภาพที่เพี่มขึ้นและส่วนต่างราคาของทุกผลิตภัณฑ์หลักที่ลดลง ทั้งนี้ เราน่าจะเห็นการเติบโต QoQ ได้ในไตรมาส 4/61 หนุนโดยอุปสงค์ที่สูงจากปัจจัยทางฤดูกาล แต่การเติบโต YoY อาจจะค่อนข้างยาก เนื่องจาก
ต้นทุนแนฟทาที่สูงยังคงกดดันอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจบรรจุภัณฑ์เติบโตอย่างมั่นคง

ธุรกิจบรรจุภัณฑ์น่าจะรายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่งที่สุดที่ 104% YoY มาอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/61 เนื่องจาก 1) ฐานที่ต่ำจากการปิดปรับปรุงในไตรมาส 3/60 2) อุปสงค์เพิ่มขึ้นสำหรับกล่องกระดาษจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ online shopping ในประเทศไทย และ 3) อุปสงค์ที่สูงขึ้นจากการใช้กล่องในธุรกิจอาหารอิเล็กทรอนิกส์และธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการส่งออกในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ QoQ นั้น เราคาดว่ากำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 4% เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศอ่อนตัวลงในระหว่างฤดูฝนและต้นทุนเศษกระดาษที่เพิ่มขึ้น

แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: