ส่งเงิน38ล้านเข้าแบงก์ คาดขบวนการค้าเงิน หลังจับ3ชาวลาวคาด่าน

12 ตุลาคม 2561
3,310

ศุลกากรหนองคายนำเงิน 38 ล้านบ.ฝากเก็บที่ธนาคาร ผลักดันเรื่องเพื่อยึดเข้าคลัง นายด่านศุลกากรระบุคาดเป็นขบวนการค้าเงิน 3ชาวลาวหวังส่วนต่างเงินตราตปท.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 12 ต.ค. 61 เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ได้นำเงิน 38 ล้านบาท ไปฝากเก็บไว้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย เก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว ระหว่างที่รอการดำเนินการให้คดีสิ้นสุด โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมกล่องบรรจุเงินนำส่งอย่างแน่นหนา

นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาชาวลาวทั้ง 3 คน ทราบว่า ชายคนขับรถ เป็นเจ้าของเงิน 4 ล้านบาท, หญิงอีกคนหนึ่งเป็นเจ้าของเงิน 4 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีก 30 ล้านบาทเป็นของหญิงสูงอายุชาวลาว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ ปปส. มาร่วมสอบสวน หาเส้นทางการเงินว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ โดยข้อมูลที่ได้ ณ เวลานี้ ไม่มีความเชื่อมโยงกับกระบวนการค้ายาเสพติด แต่เชื่อได้ว่าเป็นขบวนการค้าเงินส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ คือ ผู้ต้องหารับซื้อเงินสกุลดอลล่าร์ในอัตราแลกเปลี่ยนถูกกว่าสถาบันการเงิน แล้วนำมาแลกเปลี่ยนในประเทศไทย

จากนั้นก็นำกลับไปยังประเทศ สปป.ลาว ด้วยการซุกซ่อนไว้ในรถ เพราะต้องการหลบเลี่ยงการจ่ายภาษีรายได้ให้รัฐบาลลาวร้อยละ 30 ขณะนี้ได้ให้ประกันตัวทั้ง 3 คนแล้วตามอำนาจของ พ.ร.บ.ศุลกากรที่สามารถให้ประกันตัวได้ และได้เดินทางกลับประเทศลาวแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมต้องพร้อมเดินทางมาให้ปากคำทุกเมื่อ หากไม่มาก็จะถือว่าหลบหนีการประกันตัว ส่วนรถยนต์โตโยต้าคัมรี่ที่ใช้ซ่อนเงินก็จะถูกยึดไว้ก่อน เบื้องต้นทราบว่าเป็นชื่อของอีกคนหนึ่ง ต้องนำเอกสารมายืนยันกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

สำหรับการดำเนินการขั้นตอนต่อไป เมื่อผู้ต้องหายินยอมระงับคดีในชั้นศุลกากร ก็จะนำเรื่องเสนอเข้าคณะกรรมการของกระทรวงการคลังพิจารณาว่าจะยุติเรื่องตามที่ศุลกากรหนองคายเสนอไปหรือไม่ หากพิจารณาเห็นชอบก็จะได้ปรับเงินผู้ต้องหาคนละ 20,000 บาท คืนเงินให้ตามสิทธิ์คนละ 2 ล้านบาท ที่เหลือ 32 ล้านบาท ยึดเข้าคลัง ตามระเบียบของศุลกากรถ้ามีการจับเงินต้องแจ้งข้อมูลการจับกุมที่สามารถสอบสวนได้ให้ ปปง.ทราบ เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ในกรณีนี้ได้แจ้งให้ ปปง.ทราบแล้ว

นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวอีกว่า จากข้อมูลการข่าวขบวนการเหล่านี้จะมีอยู่ 5 กลุ่ม ผู้ต้องหากลุ่มล่าสุดนี้เป็นกลุ่มที่ 3 และเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มคนลาวที่ถูกจับได้กลุ่มแรก 98 ล้านบาทเมื่อเดือน ธ.ค.60 แต่มีธุรกิจค้าเงินเช่นเดียวกัน ซึ่งกลุ่มแรกเจ้าหน้าที่ยังจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่เพราะคาดว่าจะยังคงมีพฤติการณ์เช่นเดิม ส่วนกลุ่มที่จับได้ครั้งที่ 2 เป็นคนไทย เมื่อปลายเดือน มิ.ย.61 จำนวนเงิน 30 ล้านบาท ก็ยินยอมระงับคดี และขณะนี้กลุ่มคนไทยนี้ได้เปลี่ยนวิธีการด้วยการนำเงินออกอย่างถูกต้องตามสิทธิที่อนุญาตให้นำเงินออกได้คนละไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งมีการแจ้งนำเงินออกผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และศุลกากรถูกต้อง ซึ่งสามารถดำเนินการได้ไม่ผิดกฎหมาย ส่วนกลุ่มที่เหลืออีก 2 กลุ่มที่คาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้อยากให้เปลี่ยนพฤติการณ์นำธุรกิจมาไว้บนดินทำให้ถูกต้องในการนำเงินเข้าออกให้ถูกต้องตามกฎหมายของทั้งสองประเทศก็จะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง