(สกู๊ป) "ฮอนด้า"กับความสำเร็จในศึกไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ครั้งแรก

9 ตุลาคม 2561
1,301

จบลงไปแล้วสำหรับการแข่งขันศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (โมโตจีพี) ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอย่าง "พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018"

ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5-7 ต.ค. ท่ามกลางการจับตามองจากแฟนๆมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกว่าประเทศไทย จะทำได้ดีแค่ไหนในการประเดิมเป็นเจ้าภาพ

โดยกว่าที่จะก้าวมาเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันระดับโลกดังกล่าวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยการต้องผ่านมาตรฐานของ “ดอร์นา สปอร์ต” เจ้าของลิขสิทธิ์รถจักรยานยนต์ โมโตจีพี ซึ่งหลังเจรจากันมาอย่างยาวนาน และท่ามกลางความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะรัฐบาลที่ต้องการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลกในประเทศเพื่อมาโปรโมทการท่องเที่ยวโดยใช้ชื่อว่า “สปอร์ตทัวร์ริซึม” ก็ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับสิทธิ์จัดการแข่งขัน เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 2018-2020

และเมื่อช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก็ได้มีการชิมลางจัด วินเทอร์ เทสต์ หรือ การทดสอบรถแข่งในช่วงปิดฤดูกาลของค่ายรถทุกค่ายที่ส่งทีมเข้าแข่งขัน ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้ง ดอร์นา สปอร์ต เอง รวมถึงเหล่านักบิดระดับโลก และเป็นการจุดกระแสของกีฬามอเตอร์สปอร์ตให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในบ้านเรา

“มาร์เกซ”กับแชมป์สนามที่7

ในการแข่งขันครั้งนี้ สิ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคงจะหรีไม่พ้นการแข่งขันในรุ่นโมโตจีพี ที่เหล่าบรรดานักบิดชื่อดังทั้ง มาร์ค มาร์เกวซ แชมป์โลก 4 สมัย และแชมป์เก่าจากทีม เรปโซล ฮอนด้า, อันเดรีย โดวิซิโอโซ จากทีม ดูคาติ, วาเลนติโน รอสซี และมาเวอริค บีญาเลส จากทีม โมวิลสตาร์ ยามาฮ่า

ผลปรากฏว่านักบิดจากวัย 25 ปีจากทีม เรปโซล ฮอนด้า ทำผลงานได้โดดเด่นตั้งแต่วันซ้อม หลังคว้าโพลโพซิชั่น พร้อมสร้างสถิติใหม่ในวงการด้วยการกลายเป็นนักขับคนแรกที่มาจากรอบควอลิฟลาย 1 ซึ่งเป็นรอบที่รวมจอมบิดที่ทำเวลาในช่วงซ้อมรอบที่ 3 ได้ไม่ดี และนำมาแข่งขันเพื่อคว้าตั๋วรอบควอลิฟาย 2 หรือรอบหาโพลโพซิชั่นอีกครั้ง
ขณะที่ในวันแข่งขันจริง มาร์เกซ ก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง หลังแซงหน้า โดวิซิโอโซ ในรอบสุดท้ายเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ด้วยเวลา 39.55.722 นาที พร้อมเป็นแชมป์สนามที่ 7 ของเจ้าตัวในซีซั่นนี้

นอกจากนั้น มาร์เกซ ยังผงาดเป็นผู้นำในตารางคะแนนรวม 271 แต้ม เข้าใกล้การคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 5 เข้าไปทุกที โดยนำหน้าอันดับ 2 อย่าง โดวิซิโอโซ ถึง 77 แต้ม ขณะที่เหลือการแข่งขันเพียง 4 สนามเท่านั้น 

“ก้อง-สมเกียรติ"เก็บแต้มศึกโมโตทรีโฮมเรซ

สำหรับรุ่นโมโตทรี ดวลความเร็ว 22 รอบสนาม โดยเรซนี้มีนักบิดไทยสังกัด เอ.พี.ฮอนด้า ลงแข่ง 2 รายคือ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ หมายเลข 41 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ออกสตาร์ทกริดที่ 21 และ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดดาวรุ่งของไทย ที่ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ด ของ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ออกสตาร์ทกริดที่ 24

โดยในการแข่งขัน สมเกียรติ จันทรา ออกตัวจากกริดได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนบิดคันเร่งแซงคู่แข่งขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องหลังผ่านไป 6 รอบสนาม ท่ามกลางคู่แข่งมือพระกาฬจากต่างแดนที่พยายามช่วงชิงอันดับเก็บแต้มในสนามแห่งนี้ กระนั้น “เจ้าก้อง” ก็ยังรักษาพื้นที่ของตัวเองในการลุ้นแต้มในโฮมเรซได้อย่างเหนียวแน่น

และในรอบสุดท้าย สมเกียรติ โชว์ฟอร์มนิ่งพารถเข้าเป็นลำดับที่ 9 ส่งผลให้เจ้าตัวเก็บแต้มเข้ากระเป๋าไป 7 แต้ม ด้วยเวลา 38 นาที 12.432 วินาที สร้างประวัติศาสตร์สำคัญในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยเมื่อเจ้าตัวกลายเป็นนักบิดชาวไทยคนแรกที่คว้าแต้มในรายการ โมโตทรี ที่โฮมเรซบ้านของตัวเอง ขณะที่ นครินทร์ ไม่มีแต้มหลังพลาดล้มในช่วง 2 รอบสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย

ส่วนในปีหน้า สมเกียรติ จะเลื่อนชั้นขึ้นมาแข่งขันในศึกโมโตทูกับทีม อิเดมิสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ร่วมกับ ดิมาส เอคกี ปราตามา นักบิดชาวอินโดนีเซียที่ปัจจุบันเป็นนักแข่งให้กับทีม แอสตรา ฮอนด้า เรสซิ่ง ทีม ในรายการ เอฟไอเอ็ม ซีอีวี โมโตทู ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ

“ก๊อง-ธัชกร”ประเดิมโพเดียมเอเชียทาเลนต์

ขณะที่การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์นักบิดดาวรุ่งแห่งทวีปเอเชีย รายการอิเดมิตซึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ ประจำปี 2018 สนามที่ 4 ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร ซึ่งจัดร่วมเป็นซับพอร์ตเรซในศึกใหญ่ระดับโลก โมโตจีพี ครั้งแรกที่ประเทศไทย

ปรากฏว่า “ก๊อง” ธัชกร บัวศรี นักบิดสายเลือดใหม่ชาวไทยภายใต้การสนับสนุนจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ลงแข่งขันโดยใช้หมายเลข 5 สามารถประเดิมตำแหน่งบนโพเดียมของตัวเองในรายการนี้ได้สำเร็จตามเป้าหมาย หลังวิ่งเข้าเส้ยชัยเป็นอันดับที่ 3 พร้อมร่วมตอกย้ำวันแห่งความสำเร็จของทีมแข่งฮอนด้า ตามสุดยอดนักบิดมหัศจรรย์ “มาร์ค มาร์เกซ” ผู้คว้าแชมป์ไทยแลนด์จีพีครั้งแรกบนแผ่นดินไทย

และทั้งหมดนี้คือความสำเร็จที่ทีม ฮอนด้า ได้รับมาในศึก “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018” หรือการแข่งขันโมโตจีพีครั้งแรกที่ไทยซึ่งเป็นการตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขาคือ เบอร์หนึ่งของวงการมอเตอร์สปอร์ตสองล้อระดับโลกอย่างแท้จริง

  • 1/5
  • 2/5
  • 3/5
  • 4/5
  • 5/5
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง