‘บิ๊กดาต้า’มหาอำนาจยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนความสำเร็จธุรกิจ

1 ตุลาคม 2561 | โดย wariya Khamchana
3,274

“บิ๊กดาต้า” กำลังเป็นคำยอดฮิตที่ถูกกล่าวถึงในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็น การเงิน โทรคมนาคม การผลิต การตลาดเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า กีฬา ฯลฯ "ดาต้า"กลายเป็นขุมทรัพย์แห่งยุคดิจิทัลที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล 

วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเน็ตแอพ ประจำมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา เปิดมุมมองว่า ทุกวันนี้มีความชัดเจนแล้วว่าเทคโนโลยีดิจิทัลถูกนำมาผสมผสานในกระบวนการธุรกิจ ทำหน้าที่เป็นตัวจักสำคัญช่วยขับเคลื่อน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน จากเดิมเป็นเพียงแค่เครื่องมือสนับสนุนงานหลังบ้านเท่านั้น

“วันนี้ธุรกิจเปลี่ยนจากการแข่งขันด้วยตัวสินค้า ไปเป็นการนำดาต้ามาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ใครยิ่งมีความเข้าใจ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า ยิ่งมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น”

สำหรับ ประเทศไทยอุตสาหกรรมที่มีพัฒนาการชัดเจน ทั้งการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นและการนำข้อมูลมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจคือ การเงินการธนาคาร และที่น่าจับตามองคือการปรับใช้ของหน้าใหม่อย่างสตาร์ทอัพ ที่แม้จะไม่ใช่รายใหญ่แต่มีความสามารถในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและดาต้ามาใช้ได้ดีกระทั่งธุรกิจขนาดใหญ่ยังต้องปรับตัวตามให้ทัน

เปิดรับสิ่งใหม่-ลืมความเชื่อเดิมๆ

เขากล่าวว่า ธุรกิจองค์กรต้องตระหนักว่า ขีดความสามารถเดิมๆ อาจไม่สามารถสร้างความสำเร็จให้อนาคตได้อีกต่อไป ขณะเดียวกันต้องมีการวางโรดแมพเพื่อทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นอย่างจริงจัง บนรากฐานที่มองเรื่องการนำดาต้ามาช่วยทรานส์ฟอร์ม

ปัจจุบันสิ่งที่ประเทศไทยยังขาดคือ สถาปัตยกรรมสำหรับการใช้ดาต้า หลักๆ มีเพียงของโปรแกรม ฉะนั้นการเริ่มต้นต้องเริ่มจากด้านนี้ก่อน พร้อมเพิ่มทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และหาวิธีการที่จะทำให้สามารถนำดาต้ามาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

อย่างไรก็ดี อาจยังมีความกังวล หรือข้อสงสัยต่อความสำเร็จที่ได้จากการลงทุน ดังนั้นต้องให้เวลาตลาดได้เรียนรู้ เช่น ก่อนหน้านี้กรณีของการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ที่ช่วงแรกมักมีความกังวลว่าไม่ปลอดภัย หลายรายไม่กล้าลงทุน แต่ทุกวันนี้องค์กรพร้อมใช้ มองว่าทำอย่างไรจะสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“ธุรกิจองค์กรต้องเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ลืมความเชื่อเดิมๆ มีการอัพเกรดระบบไอทีให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อรองรับนวัตกรรมใหม่ ซึ่งในประเด็นนี้ไม่ใช่การลงทุนเพื่อเปลี่ยนระบบไปเลย แต่เป็นการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่สามารถเสริมสร้างความสามารถระบบได้มากขึ้น”

ส่วนปัญหาค่าบำรุงรักษาระบบที่แต่ละปีมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะจริงๆ แล้วมีเทคโนโลยีใหม่กว่าและถูกกว่า ทว่าหลายรายไม่กล้าปรับเปลี่ยน

“ต้องปรับแนวคิด วัฒนธรรมองค์กร ถึงจุดที่ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะยอมเปลี่ยนเองหรือต้องถูกบีบบังคับให้เปลี่ยน ซึ่งในความเป็นจริงหากยอมเปลี่ยนก่อน ผลที่ได้อาจจะดีกว่าการรอเวลาก็เป็นได้”

รายได้บิ๊กดาต้าโตหลายเท่าตัว

ผู้บริหารเน็ตแอพกล่าวต่อว่า ส่วนของเน็ตแอพมุ่งผลักดันให้ลูกค้าสามารถทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล นำดาต้ามาปรับใช้ สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์ กลุ่มลูกค้าหลักโฟกัสธุรกิจพลังงาน การเงินการธนาคาร โทรคมนาคม และการผลิตรวมค้าปลีก เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับดาต้าจากเดิมยังไม่มีรายได้กลุ่มนี้ชัดเจน ปีนี้พบว่าเติบโตเป็นหลายเท่าตัว

ที่ผ่านมา การเข้าไปคุยกับลูกค้าจะเชื่อมโยงไปกับการพัฒนาอินฟราสตรักเจอร์ ไฮบริดคลาวด์ ซึ่งนับว่าการตอบรับดีมาก ลูกค้าไม่ค่อยตั้งคำถาว่าจะใช้หรือไม่ ปลอดภัยไหม แต่มองว่าทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้การลงทุนที่ต่ำกว่า ออกผลิตภัณฑ์หรือบริการได้เร็วกว่าที่ผ่านๆ มา

เน็ตแอพระบุว่า ทิศทางธุรกิจเน้นนำเสนอทางเลือกในการเข้าถึงบริการข้อมูลแบบไฮบริดคลาวด์ ช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูลบนสภาพแวดล้อมที่ต่างกันเป็นไปอย่างง่าย ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บข้อมูลบนระบบดั้งเดิมภายในองค์กร(On Premises) หรือการบริหารจัดการข้อมูลบนคลาวด์ ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล สร้างพลังให้แก่องค์กร ปลดล็อคคุณค่าของข้อมูลเพื่อขยายบริการที่ตรงกับความต้องการ(Customer Touchpoints)

วีระกล่าวถึงตัวอย่างการนำไปใช้จริงที่น่าสนใจ ล่าสุด จับมือ “ดูคาติ” ขับเคลื่อนดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกในงาน “MotoGP Championship” โดยนำโซลูชั่นด้านบิ๊กดาต้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีและการปกป้องข้อมูลตามข้อกำหนดเรื่องความปลอดภัยของจีดีพีอาร์

ดูคาติระบุว่า ได้ปรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนทีมด้วยการใช้ข้อมูล มีการนำข้อมูลที่มีอยู่ในมือไปใช้วิเคราะห์เชิงบิ๊กดาต้า ผสานไปกับการใช้อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์(ไอโอที) ทำการบันทึกในทุกรายละเอียด ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกมาใช้ในการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์กับทีม การแข่งขัน เสริมความปลอดภัย

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง