เตือนช่วงฝนตก ลงเล่นน้ำทะเล อาจเสี่ยงพบแมงกะพรุนพิษ

22 กันยายน 2561
3,013

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนในช่วงฝนตกหรือหลังฝนหยุดใหม่ๆ ให้ระมัดระวังการลงเล่นน้ำทะเล อาจเสี่ยงพบแมงกะพรุนพิษ

วานนี้ (21 กันยายน 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย  อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงที่มีมรสุมและฝนตกมักจะพบแมงกะพรุนถูกคลื่นซัดเข้ามาชายหาดจำนวนมาก โดยแมงกะพรุนที่พบทั่วไปในทะเลไทยมีหลายชนิด ทั้งมีพิษและไม่มีพิษ และพบมากขึ้นในช่วงมีมรสุมของปี รวมถึงช่วงฝนตกหรือหลังฝนหยุดใหม่ๆ โดยเฉพาะทะเลในพื้นที่ภาคใต้ของไทย  จากโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาดสำนักระบาดวิทยา ในปี พ.ศ.2561 นี้ มีรายงานผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บจากแมงกะพรุนพิษชนิดต่างๆ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จำนวน 38 ราย เป็นผู้ป่วยนอก (รักษาแล้วกลับบ้าน) 34 ราย ส่วนผู้ป่วยใน (นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล) 4 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

สำหรับแมงกะพรุนที่เป็นอันตรายและมีพิษรุนแรงคือ แมงกะพรุนกล่อง ซึ่งในประเทศไทยเคยพบผู้เสียชีวิตจากแมงกะพรุนกล่องแล้ว 8 รายตั้งแต่ปีพ.ศ. 2542 เป็นต้นมา แมงกะพรุนกล่องมีลักษณะโปร่งใส รูปร่างทรงสี่เหลี่ยม มีหนวดยื่นออกมาในแต่ละมุม และหนวดอาจยาวพอกับความสูงของคน แมงกะพรุนกล่องแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ชนิดที่มีหนวดเพียงเส้นเดียวในแต่ละมุม และชนิดที่มีหนวดหลายเส้นในแต่ละมุม ซึ่งกลุ่มนี้มีหนวดรวมๆ แล้ว ประมาณ 12-15 เส้น และผู้เสียชีวิตในประเทศไทยทุกรายเกิดจากชนิดที่มีหนวดหลายเส้น ซึ่งกระเปาะพิษจะอยู่ที่สายหนวด หนึ่งตัวอาจมีกระเปาะพิษถึงล้านถุง ทำให้แมงกะพรุนกล่องจัดเป็นสัตว์ทะเลที่มีพิษร้ายแรงที่สุด ซึ่งพิษของแมงกะพรุนกล่องมีพิษ 3 แบบ คือ 1.ทำให้เซลล์ผิวหนังตาย 2.มีอาการปวดรุนแรง และ 3.หากได้รับพิษในปริมาณมาก และพิษเข้าสู่กระแสเลือดและจะเข้าสู่หัวใจ ทำให้หัวใจหยุดเต้นและระบบหายใจล้มเหลว อาจเสียชีวิตได้ภายใน 2-10 นาที

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ในการป้องกันแมงกะพรุนพิษ ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการลงเล่นน้ำทะเล โดยเฉพาะในช่วงมีมรสุม ขณะฝนตกหรือหลังฝนหยุดใหม่ๆ ให้สังเกตป้ายเตือนนักท่องเที่ยว   สวมเสื้อผ้าที่เป็น Lycra suit หรือเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวซึ่งควรเป็นผ้าที่มีเนื้อแน่นและแนบลำตัว  ขั้นตอนการปฐมพยาบาลผู้ที่สงสัยถูกพิษแมงกะพรุน ดังนี้ 1.เรียกให้คนช่วยหรือเรียกรถพยาบาล (โทร 1669) แต่ห้ามทิ้งให้ผู้บาดเจ็บอยู่ตามลำพัง เพราะอาจหมดสติภายในเวลาไม่กี่นาที  2.ให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่งๆ เพื่อลดการยิงเข็มพิษจากแมงกะพรุน  3.ถ้าผู้ป่วยหมดสติและไม่มีชีพจร ให้ปั๊มหัวใจก่อน  4.ห้ามขัดถูหรือขยี้ รวมถึงห้ามราดน้ำจืดบริเวณที่ถูกแมงกะพรุน เพราะจะทำให้มีการยิงเข็มพิษเพิ่มขึ้น  และ 5.ราดน้ำส้มสายชูบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุน ให้ทั่วถึงและต่อเนื่องนานอย่างน้อย 30 วินาที  หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
 

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง