นโยบายสธ.ปี62 รุกใช้เทคโนโลยีในงานด้านสาธารณสุข

21 กันยายน 2561
2,444

รมว.สธ.กำชับปีงบฯ 62 สธ.เน้นหนัก 5 เรื่องสำคัญ ด้านว่าที่ปลัดสธ.คนใหม่มุ่งสร้างรากฐานนำสธ.สู่องค์กรกลุ่มนำใช้ข้อมูลพัฒนางานและคนด้าน ขับเคลื่อนงานหลัก 5 เรื่องสำคัญ เน้นใช้เทคโนโลยีดิจิตัลพัฒนางานสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.61 นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ว่าที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวในการประชุมชี้แจงแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุขและมอบนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขปีงบประมาณ 2562 แก่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศว่า นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่จะเน้นการขับเคลื่อนในปี 2562 ที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากงานประจำทั่วไป โดยจะเป็นการสร้างรากฐานในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสธ.ในการที่กระทรวงจะก้าวเป็นกลุ่มนำในเรื่องความรู้ ข้อมูลมาใช้ในการพัฒนางานและคน ถ้าเกิดขึ้นอย่างชัดเจนก็จะทำให้สธ.เข้มแข็งขึ้นมาได้ นอกจากนี้ นโยบายที่ตนมีข้อตกลงในการปฏิบัติราชการกับรมว.สธ.เป็นพิเศษมี 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.ระบบปฐมภูมิ เน้นการทำงานประสานความร่วมมือในรูปแบบคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) คลินิกหมอครบครัวและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวมถึงให้มีระบบการส่งต่อที่เข้มแข็ง

2.การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (rational drug use) ต้องมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆที่จะให้ใช้งานได่อย่างสะดวกในการใช้ยาอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ 3.การควบคุมวัณโรค 4.การปฏิรูปกำลังคนด้านสุขภาพ (HRH Transformation) จะต้องมีการนำข้อมูลบิ๊กดาต้ามาใช้ในการผลิตบุคลากรตามความต้องการและอย่างเหมาะสม รวมถึง การสร้างขวัญกำลังใจและค่าตอบแทนต่างๆ และ5.การปฏิรูปกำลังคนด้านสุขภาพ (HRH Transformation) ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิตัลมาปรับใช้กับงานด้านสาธารณสุข ภายใน 6 เดือนจะดำเนินการสร้างแอพพลิเคชั่นกลางสำหรับให้ทุกพื้นที่นำไปปรับใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งแอพฯนี้จะเป็นการช่วยห้คนไข้และหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับสามารถเชื่อมต่อข้อมูลถึงกันได้ทั้งหมด เพื่อให้ใช้ข้อมูลในการดูแลสุขภาพประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้จะเป็นแอพฯที่เข้าถึงทุกคนและค่าใช้จ่ายถูก

นพ.สุขุม กล่าวอีกว่า ในส่วนของการดำเนินงานโดยนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้กับงานด้านสาธารณสุขนั้น จะเป็นการทำให้หน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับมีข้อมูลสุขภาพของประชาชนที่เชื่อมประสานกัน เพื่อการให้บริการประชาชนจะได้เชื่อมต่ออย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น คนไข้เบาหวานอยู่ในกรุงเทพฯ แต่เกิดไปต่างจังหวัดและต้องรับบริการผ่าตัด แพทย์ที่ต้องการผ่าตัดก็สามารถทราบประวัติผู้ป่วยที่จำเป็นได้ อาทิ โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้เป็นประจำ เป็นต้น ซึ่งจะนำไปสู่การได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวและนำข้อมูลคนไข้ที่ได้มาจัดระบบเพื่อใช้กำหนดทิศทางการพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการ จะได้ไม่มีปัญหาเรียนจบมาแล้วไม่มีตำแหน่งรองรับ และจะใช้เป็นช่องทางในการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแก่ประชาชนด้วย

“สำหรับในวันที่ 11ต.ค. 2561 ที่ผมจะเข้าทำงานในตำแหน่งปลัดสธ.เป็นวันแรก ขอร้องทุกคนที่จะเดินทางมาแสดงความยินดีกับผมที่ส่วนกลาง ไม่ต้องมา แต่ให้อยู่ในพื้นที่ ทำโครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อประโยชน์ด้านสาธารณสุขและประชาชน แล้วถ่ายรูปส่งมาในเฟซบุ๊ก we are moph ก็พอ" นพ.สุขุมกล่าว

แชร์ข่าว :
Tags: