ทุ่ม500ล้านเปิดตัว The PanOramix จอดิจิทัลอินเตอร์แอ็คทีฟใหญ่ที่สุด

14 กันยายน 2561
3,895

"ซีพีเอ็น" จับมือ "แพลน บี" เปิดตัว The PanOramix @CentralwOrld จอดิจิทัลอินเตอร์แอคทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาด 3,790 ตารางเมตร ด้วยงบกว่า 500 ล้านบาท สร้างประสบการณ์อีเว้นท์ไร้ขีดจำกัด

นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น กล่าวว่า “เซ็นทรัลเวิลด์ ในฐานะแลนด์มาร์คแห่งไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯ จุดศูนย์รวมของนักช็อปและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งยังเป็นเดสติเนชั่นของนักท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงในฐานะ 1 ใน 3 แลนด์มาร์คแห่งการเคาน์ดาวน์ระดับโลก ได้รับการจัดอันดับโดยซีเอ็นเอ็น (CNN) ที่ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของซีพีเอ็น และในครั้งนี้เซ็นทรัลเวิลด์จะตอกย้ำปรากฏการณ์ระดับโลกอีกครั้งด้วยการเปิดตัวจอดิจิทัลอินเตอร์แอคทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้ชื่อ ‘The Panoramix @CentralwOrld’ ขนาด 3,790 ตารางเมตร โดยร่วมมือกับ แพลนบี มีเดีย ผู้นำด้านสื่อดิจิทัลของไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีไร้ขีดจำกัด ครั้งแรกของโลกที่สามารถเชื่อมโยงภาพแบบ Real-Time Interactive จากจอแห่งนี้ไปยังจอ LED ของแลนด์มาร์คดังต่างๆ ทั่วโลกได้ อาทิ ชิบูย่า (Shibuya), ไทมส์ สแควร์ (Times Square) และ พิคคาดิลลี่ เซอร์คัส (Piccadilly Circus) ในลอนดอน สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ระดับโลกเพื่อสร้าง Global Engagement ให้ผู้คนทั่วโลกได้สามารถสื่อสาร และมีส่วนร่วมในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลพิเศษพร้อมกันได้ อาทิ งานเคาน์ดาวน์ปีใหม่, เทศกาลสงกรานต์ และงานเฉลิมฉลองต่างๆ ซึ่งจะตอกย้ำเซ็นทรัลเวิลด์ในฐานะแลนด์มาร์คท่องเที่ยวระดับโลก”

2_59

“การเปิดตัว The PanOramix@ CentralwOrld ในครั้งนี้ จะปฏิวัติรูปแบบการจัดอีเว้นท์ขนาดใหญ่ ให้ลานเซ็นทรัลเวิลด์ สแควร์ กลายเป็นพื้นที่จัดงานอีเว้นท์แห่งเดียวในโลก ที่สร้างประสบการณ์อีเว้นท์แบบเหนือขีดจำกัด ด้วยการเชื่อมโยงแบบ Vertical แบบไร้รอยต่อ ทั้งกิจกรรมด้านล่างและบนจอ หรือเชื่อมโยงกิจกรรมภายในและภายนอกศูนย์การค้า สำหรับการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่นี้ เราได้สร้างสรรค์โชว์มัลติมีเดียเทคนิคพิเศษบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ฝีมือทีมสร้างสรรค์ระดับโลก ซึ่งจะตอกย้ำการเป็น Global Payer ของซีพีเอ็น และเพื่อสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่โดดเด่นให้กับประเทศไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือน” คุณปกรณ์ กล่าว

4_35

นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบพระคุณทางซีพีเอ็นที่ได้ให้โอกาสแพลน บีร่วมพัฒนาและสร้างจอดิจิทัล The PanOramix @CentralwOrld ซึ่งบริษัทฯ ใช้เวลาในการคิดค้นและพัฒนากว่า 3 ปี โดยเลือกใช้จอ LED Glass Wall ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเทคโนโลยีแบบโปร่งแสงติดตั้งบนผนังกระจกภายในอาคาร ไม่ทำให้บดบังการมองเห็นจากภายใน ขนาดใหญ่กว่า 3,790 ตารางเมตร โดยทางแพลนบีและซีพีเอ็น มีความเห็นตรงกันว่า ในต่างประเทศต่างก็มีแลนด์มาร์คสำคัญ เช่น Time Square นิวยอร์ค หรือ Piccadilly Circus ลอนดอนซึ่งกรุงเทพฯ ก็มีศักยภาพไม่น้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ และไม่อยากให้จอดิจิทัลเป็นเพียงจอโฆษณารูปแบบเดิมๆ จึงได้สร้างสรรค์การแสดง แสง สี เสียง ผสมผสานกับจอ รวมไปถึงจัดการแสดงในเทศกาลต่างๆ ตามความเหมาะสม เพื่อยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ อีกแห่งของเมืองไทยที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก”

ความร่วมมือระหว่างแพลนบีและซีพีเอ็นในโครงการนี้นับเป็นโครงการที่ 5 จากที่แพลนบีได้พัฒนาจอดิจิทัลทั่วศูนย์การค้าในเครือซีพีเอ็นมาแล้วจำนวน 16 แห่ง ซึ่งศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เป็นอีกหนึ่งพื้นที่แลนมาร์คในบริเวณ สี่แยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร จุดศูนย์รวมของนักช็อปจากทั่วทุกมุมโลกมากกว่า 3 ล้านคนต่อเดือน อยู่บนถนนสายสำคัญที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น สามารถมองเห็นได้จากหลากหลายมุม จึงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะนำมาพัฒนาจอดิจิทัลขนาดใหญ่ ทั้งนี้ แพลน บี ยังมีแผนในการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ทั้งกับผู้ชมที่อยู่ในพื้นที่และผู้คนที่อยู่ทั่วโลก ทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมตามช่วงเวลาการเฉลิมฉลองต่างๆ เช่น วันสงกรานต์, วันลอยกระทง, วันปีใหม่ นอกจากนั้นยังเชื่อมต่อจอภาพ LED เข้ากับแลนด์มาร์คสำคัญๆ ทั่วโลกใน คอนเซ็ปต์ “World connect” เช่น ชิบูย่า (Shibuya), ไทมส์ สแควร์ (Times Square) และ พิคคาดิลลี่ เซอร์คัส (Piccadilly Circus) ในลอนดอน”

3_50

“โดยซีพีเอ็นและแพลน บี ร่วมจัดงานเปิดตัว The PanOramix @CentralwOrld อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กันยายน 2561 เวลา 17.30 – 21.00 น. บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งภายในงานมีการแสดงโชว์แสง สี เสียง 2 ชุด ภายใต้ชื่อ “Colors of Bangkok” และ “Thai Heritage” โดย “Colors of Bangkok” ได้รับการพัฒนาจาก "Moment factory” ผู้พัฒนา Multimedia Show ระดับโลกจากประเทศแคนาดา มีผลงานโด่งดัง อาทิ Los Angeles Airport (LAX), Changi Airport Singapore, คอนเสิร์ตซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง Madonna, Justin Timberlake & Jay Z และศิลปินระดับโลกอีกมากมาย โดย “Colors of Bangkok” เป็นโชว์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานความโดดเด่นขององค์ประกอบสำคัญ ซึ่งทำให้กรุงเทพฯ มีสีสันที่น่าดึงดูดใจ อันเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลกต้องมาเยี่ยมเยียน อาทิ การสัญจรเดินทางในรูปแบบที่หลากหลาย, สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน , วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตจนปัจุบัน, อาหารไทย รวมไปถึงแสงสีและความสนุกสนานในยามค่ำคืน ที่ถ่ายทอดผ่านการผสมผสานของรำไทยกับการเต้นสมัยใหม่ เป็นการแสดงที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนกรุงเทพฯ สู่สายตานักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก และการแสดง “Thai Heritage” ที่บอกเล่าเรื่องราวความวิจิตรงดงามของศิลปะความเป็นไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่จาก BNK48 ซึ่งเป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของ BNK48 รุ่น 1 และ BNK48 รุ่น 2 ที่จะมามอบความสดใสผ่านเสียงเพลงให้กับทุกคน โดยการแสดงบนเวทีจะผสมผสานเข้ากับจอ Interactive LED Screen” นายปรินทร์ กล่าวเสริม

5_23

ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดจาก BNK48 รุ่น1 และรุ่น2 ที่จะมารวมตัวกันเป็นครั้งแรก เพื่อแสดงโชว์คอนเสิร์ตสุดพิเศษในรูปแบบ Moving Stage และเชื่อมโยงการแสดงบนเวทีเข้ากับจอ Digital Interactive LED พร้อมโชว์ต่อเนื่องยาว 13 เพลง สำหรับโชว์การแสดงแสงสี “The Colors of Bangkok” และ “Thai Heritage” แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร จัดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่ เวลา19.00 น. ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2561 เป็นต้นไป

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง