DOD - ซื้อ

14 กันยายน 2561 | โดย บล.โกลเบล็ก
2,390

ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 61 เป็น 359 ลบ. เพิ่มขึ้นจากเดิม 43%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

  • กำไรสุทธิ 2Q61 ดีต่อเนื่องที่ 112 ลบ. เติบโต 106%YoY : บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 2Q61 ที่ 112 ลบ. เติบโต 106%YoY สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น 97%YoY สู่ 234 ลบ. เนื่องจากบริษัทย้ายที่ตั้งโรงงานใหม่ ที่มีพื้นที่ใหญ่กว่า ทำให้สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าได้ตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มมากขึ้น โดยบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นใกล้เคียงเดิมได้ที่ 62% แต่สัดส่วนค่าใช้จ่ายการบริหารต่อรายได้ที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นมาที่ 48% จาก 2Q60 ที่ 46% เมื่อเทียบกำไรสุทธิช่วง 1H61 ที่ 223 ลบ. กับประมาณการกำไรทั้งปีที่ 251 ลบ. คิดเป็นสัดส่วน 89% จากยอดขายที่สามารถทำได้เกินเป้าหมายของเราพอสมควร โดยในช่วง 1H61 สามารถทำได้ถึง 448 ลบ. คิดเป็น 72% จากประมาณการรายได้ที่ 620 ลบ. จึงเห็นควรปรับประมาณการยอดขายและกำไรสุทธิปี 61 เพิ่มขึ้น
  • ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 61 เป็น 359 ลบ. เพิ่มขึ้นจากเดิม 43% : หลังจากบริษัทสามารถสร้างยอดขายเติบโตได้ต่อเนื่องจาก 1Q61 เราจึงปรับประมาณการรายได้รวมทั้งปีเพิ่มขึ้นราว 22% สู่ 754 ลบ. และสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ราว 61% แต่คาดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวม ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 20% สู่ 13% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้รวม ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 61 อยู่ที่ 359 ลบ. เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 43% อีกทั้งเรายังมีมุมมองเชิงบวกหลังจากรับฟังผู้บริหารในงาน Opportunity Day พบว่ามีลูกค้ารายใหม่ติดต่อว่าจ้างผลิตสินค้าเพิ่มเข้ามา โดยอยู่ในขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียนอย. ซึ่งคาดจะสามารถเริ่มผลิตได้ในช่วงปลายไตรมาส 3 ในส่วนโรงงานสกัดวัตถุดิบแห่งที่ 2 ถือเป็นเจ้าแรกในไทยที่มีการสกัดสารโดยใช้ CO2 ในเชิงพาณิชย์ หลังจากลงนามร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของบริษัทในระยะยาว  และสามารถสกัดสมุนไพรไทยเพื่อใช้ในประเทศและเพื่อส่งออกได้
  • ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ประเมินราคาเหมาะสม 17.50 บาท: เราประเมินราคาเหมาะสมโดยอิง Prospect PER ที่ 20 เท่า ต่ำกว่าธุรกิจที่ใกล้เคียงกันในตลาดหลักทรัพย์ที่ 25.4 เท่า (เฉลี่ยจาก MEGA และ APCO) จากความกังวลเรื่องความต่อเนื่องของรายได้จากการรับจ้างผลิตสินค้า แต่หลังจากปรับประมาณการกำไรสุทธิใหม่ส่งผลให้ได้ราคาเหมาะสมราว 50 บาทจากเดิม 12.30 บาท ซึ่งมีอัพไซต์จากราคาปิดล่าสุดราว 29% จึงปรับคำแนะนำจาก “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” เป็น “ซื้อ”

ปัจจัยสนับสนุน

       1. บริษัทมีลูกค้าเข้ามาต่อเนื่อง

       2. ผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ของตนเองได้รับการตอบรับที่ดี

 

ความเสี่ยง

       1. สินค้ามี Product Life Cycle ค่อนข้างสั้น(1-1.5 ปี)

       2. ธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีการแข่งขันสูง

แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: